SLider section

ข้าวผัดน้ำพริกสะตอ

ภาค ใต้

  • recipe image cover

ข้าวผัดน้ำพริกสะตอ

ความเป็นมา

อาหารจานเดียวที่นำพริก กระเทียม กะปิ มาตำเป็นน้ำพริก แล้วนำมาผัดกับข้าว ใส่สะตอ กุ้ง และหมู กินกับผักต่างๆ กลายเป็นอาหารจานด่วนครบหมู่ที่อร่อยอย่างมีรสชาติ

คุณค่าทางโภชนาการ

ข้าวผัดจานด่วนที่มีสารอาหารครบ 5 หมู่ มีคาร์โบไฮเดรตจากข้าว สมุนไพรจากพริก หอมแดง แคลเซียมจากกะปิ และมีโปรตีนจากสะตอ และเนื้อสัตว์ คือ กุ้ง และหมู สองส่วนนี้ช่วยดูดซึมและเสริมซึ่งกันและกัน ทำให้ได้โปรตีนอย่างสมบูรณ์

ส่วนผสมน้ำพริก พริกขี้หนูแดง 10 กรัม กระเทียม 5 กรัม กะปิ 2 ช้อนโต๊ะ รากผักชี 2 ราก ตำส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน พักไว้

ส่วนผสมข้าวผัด

ข้าวหุงสุก   4   ถ้วย
กุ้งสด   400   กรัม
สะตอหั่นบาง   80   กรัม
กระเทียมสับ   5   กรัม
น้ำมันสำหรับผัด   2   ช้อนโต๊ะ

น้ำตาล น้ำมะนาวสำหรับปรุงรส อย่างละ 2 ช้อนโต๊ะ

ภาค อีสาน

แจ่วบอง

ความเป็นมา แจ่วบองคือน้ำพริกซึ่งเป็นที่นิยมในภาคอีสาน เพราะสามารถทำได้ง่าย และเก็บรักษาไว้ได้นาน สามารถนำไปกินระหว่างการเดินทาง หรือเวลาพักจากการทำนาทำไร่ คุณค่าทางโภชนาการ แจ่วบองมีปลาร้าเป็นส่วนผสมหลัก มีโปรตีนที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย อีกทั้งสมุนไพรต่างๆยังมีสรรพคุณหลากหลาย เช่น พริกขี้หนูมีวิตามินซี หอมแดง ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ บำรุงหัวใจข่ายังช่วยในระบบย่อยอาหารกระเทียมช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อในร่างกาย  ส่วนผสม ปลาร้าสับละเอียด 1 ถ้วย พริกแห้งเม็ดใหญ่ 20 เม็ด พริกขี้หนูแห้ง 30 เม็ด กระเทียมจีน 40 กรัม หอมแดง 80 กรัม ตะไคร้ซอย 60 กรัม ข่าอ่อนหั่นแว่น 10 กรัม น้ำมะขามเปียก น้ำมะนาว วิธีทำ นำพริกแห้ง กระเทียม หอมแดง ข่าอ่อน คั่วจนสุกหอม นำลงโขลกพร้อมตะไคร้ซอยจนละเอียดนำปลาร้าสับละเอียดมาตำคลุกเคล้าให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียกและน้ำมะนาว จัดใส่จานทานคู่กับผักสด


เพิ่มเติม

ภาค เหนือ

แกงฮังเล

ความเป็นมา แกงฮังเล หรือ แกงฮินเล เป็นอาหารไทยที่มีต้นกำเนิดจากประเทศพม่า โดยคำว่า “ฮิน” ในภาษาพม่า หมายถึง แกง และ “เล” ในภาษาพม่า หมายถึง เนื้อสัตว์ แกงฮังเลหาทานได้ง่ายเพราะได้รับความนิยมแพร่หลายไปทั่วภาคเหนือ  คุณค่าทางโภชนาการ ขิงมีสรรพคุณหลากหลาย จัดว่าเป็นยาอายุวัฒนะ มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระอยู่เป็นจำนวนมาก ช่วยชะลอความแก่และชะลอการเกิดริ้วรอย ขิงมีฤทธิ์อุ่น ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น และช่วยในการขับเหงื่อ ส่วนผสม หมูสามชั้นหั่นเป็นชิ้น 1 กิโลกรัม ซีอิ๊วดำ 1 ช้อนโต๊ะ กระเทียมปอก 1/2 ถ้วยตวง ขิงสดหั่นฝอย 1/2 ถ้วยตวง น้ำมะขามเปียก 1/2 ถ้วยตวง ผงกะหรี่ 1 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 1/2 ถ้วยตวง น้ำมัน 1/2 ถ้วยตวง น้ำตาลปี๊บ 1/2 ถ้วยตวง น้ำสะอาด 3 ถ้วยตวง ส่วนผสมพริกแกง พริกแห้งหั่นแว่น 6 เม็ด กระเทียมซอย 2 ช้อนโต๊ะ หอมแดงซอย 2 ช้อนโต๊ะ ตะไคร้ซอย 1 ช้อนโต๊ะ ข่าซอย 1 ช้อนชา เกลือป่น 1 ช้อนชา กะปิ 2 ช้อนชา วิธีทำ ตำหรือปั่นส่วนผสมพริกแกงให้ละเอียด นำลงไปผัดกับน้ำมันให้หอม ใส่หมูสามชั้นหั่นชิ้นลงไปผัดให้เริ่มสุก ใส่กระเทียม เติมน้ำสะอาด ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา ซีอิ๊วดำ ผงกะหรี่ คนให้เข้ากันตั้งไฟอ่อนจนเดือด ใส่ขิงสดหั่นฝอยคนให้เข้ากัน ตั้งต่อจนเดือดอีกครั้ง ตักเสิร์ฟ


เพิ่มเติม

ภาค เหนือ

ข้าวแต๋น

ความเป็นมา ข้าวแต๋น เป็นขนมที่นิยมทำกันในเทศกาลปีใหม่เมืองของชาวล้านนา ปัจจุบันสามารถหาทานได้ทั่วไป เพราะเป็นของว่างที่อร่อยถูกใจ จึงมีผู้คิดค้นสูตร ข้าวแต๋นขึ้นมาอีกหลายสูตร  คุณค่าทางโภชนาการ งามีสรรพคุณหลากหลายเช่นช่วยเพิ่มพลังงานและความแข็งแรงของร่างกาย ช่วยในการเผาผลาญและสลายไขมัน ส่วนผสม ข้าวสารเหนียว   1/2   กิโลกรัม น้ำแตงโม   1   ถ้วย งาดำ   2   ช้อนโต๊ะ เกลือ   1   ช้อนชา น้ำมันพืช วิธีการทำ ผสมงาดำในน้ำแตงโม คนให้เข้ากันนึ่งข้าวให้สุก เทน้ำแตงโมผสมงาดำลงในชามข้าวเหนียว ใส่เกลือ คลุกเคล้า ให้เข้ากันกดข้าวลงในพิมพ์วงกลม แกะข้าวออกจากพิมพ์ นำไปตากแดด 2 วันทอดข้าวแต๋นในน้ำมันร้อนจัด หยอดด้วยน้ำอ้อยที่เคี่ยวจนเหนียว


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire