SLider section

ซุปขนุน

ภาค อีสาน

  • recipe image cover

ซุปขนุน

ความเป็นมา

ขนุนเมื่อสุกแล้วจัดเป็นผลไม้รสหวาน ใช้ใส่ในขนมไทยหลากหลายประเภทแต่ขนุนอ่อนนั้นจัดเป็นผักเครื่องเคียงชนิดหนึ่ง นิยมนำมาลวกกินกับน้ำพริก ชาวอีสานนำมาดัดแปลงให้กลายเป็นยำเพื่อเพิ่มรสชาติให้ถูกปากมากยิ่งขึ้น

คุณค่าทางโภชนาการ

ขนุนอ่อน เป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ทั้งแคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินเอ วิตามินบีหนึ่ง วิตามินบีเมื่อนำมาปรุงเป็นตำขนุน ทำให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากพลังงาน โปรตีน ไขมัน กากใยอาหาร แคลเซียม โซเดียม โพแทสเซียม อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ยังให้สารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณที่สูงอีกด้วย 

ส่วนผสม

ขนุนอ่อน 300 กรัม
ข้าวคั่ว 3 ช้อนโต๊ะ
พริกป่น 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลาร้า 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
ต้นหอมหั่น 2 ช้อนโต๊ะ
ใบสะระแหน่ 10 กรัม
งาคั่ว ½ ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

นำขนุนอ่อนไปต้มจนสุกนุ่ม ตัดส่วนไส้กลางออกนำไปโขลกให้ละเอียด เติมข้าวคั่ว พริกป่น น้ำปลาร้า โขลกพอเข้ากันชิมรส ให้มีรสเค็มมันนำตักใส่ภาชนะ โรยหน้าด้วยต้นหอม ใบสะระแหน่ งาคั่ว จัดเสิร์ฟพร้อมผักสด

ภาค เหนือ

แอบปลา

ความเป็นมา แอบปลา คืออาหารที่นำปลาสดมาคลุกเคล้ากับเครื่องปรุง แล้วห่อด้วยใบตอง นำไปปิ้งหรือย่าง ด้วยไฟอ่อนๆ จนข้างในสุก  คุณค่าทางโภชนาการ เนื้อปลา มีโปรตีนที่ย่อยง่าย ผิวมะกรูดช่วยขับลมในลำไส้ แก้อาการจุกเสียด ท้องอืด แน่นท้องได้ ขมิ้นช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย ตะไคร้แก้และบรรเทาอาการหวัด อาการไอ กระเทียมช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อในร่างกายช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง และช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย ส่วนผสม เนื้อปลาหั่นชิ้น ½ กิโลกรัม ผิวมะกรูด หั่นละเอียด 1 ช้อนชา หอมแดง 80 กรัม กระเทียม 40 กรัม ตะไคร้ 80 กรัม กะปิ 1 ช้อนชา ขมิ้น หั่นละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ พริกขี้หนู 15 กรัม น้ำปลา 1 ช้อนชา เกลือ 1 ช้อนชา ใบตอง ไม้กลัด วิธีทำ โขลกรากผักชี ผิวมะกรูด ขมิ้นให้ละเอียด ใส่ตะไคร้ พริกขี้หนู หอมแดง กระเทียม กะปิ และเกลือ โขลกต่อพอแหลก นำไปคลุกกับเนื้อปลาที่หั่นไว้ซอยต้นหอมและผักชี ใส่น้ำปลาคลุกเคล้าให้เข้ากันห่อใบตองให้แน่น ใช้ไม้กลัดเสียบไว้ นำไปปิ้งบนไฟอ่อนจนสุก


เพิ่มเติม

ภาค กลาง

ต้มส้มปลากระบอก

ความเป็นมา ต้มส้มเป็นแกงน้ำใสที่มีรสเปรี้ยวจากน้ำมะขามเปียก ซึ่งจะให้รสเปรี้ยวอมหวานกลมกล่อม กลิ่นหอม และเสริมรสด้วยน้ำตาลปี๊บ ซึ่งว่ากันว่ารสเปรี้ยวๆ หวานๆ นี้เป็นรสชาติที่คนภาคกลางนิยม ไม่จัดจ้านแต่ให้ความสดชื่น เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย คุณค่าทางโภชนาการ แกงน้ำใสที่ไม่มีไขมันแต่ได้โปรตีนจากเนื้อปลา รสเปรี้ยวหวานสดชื่นจากน้ำมะขามเปียกที่มีวิตามินซี มีฤทธิ์เป็นยาระบาย และลดความร้อนในร่างกาย พริกไทยช่วยขับเหงื่อ หายใจได้โล่งโปร่งสบาย หอมแดงมีรสหวาน ช่วยแก้หวัดคัดจมูก หายใจสะดวกขึ้น ส่วนผสมเครื่องต้มส้ม พริกไทยเม็ด 1 ช้อนโต๊ะ หอมแดงหั่น ¼ ถ้วย รากผักชี 20 กรัม กะปิ ½ ช้อนชา ส่วนผสมต้มส้ม ปลากระบอก 300 กรัม ขิงซอย 50 กรัม ต้นหอมหั่นเป็นท่อน และผักชี น้ำมะขามเปียก ½ ถ้วย น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ตำเครื่องต้มส้มให้ละเอียด นำลงไปละลายกับน้ำซุปแล้วตั้งไฟจนเดือด ใส่ปลาลงต้มให้สุก จากนั้นปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ และน้ำมะขามเปียก ใส่ขิงซอย ตั้งให้เดือดอีกครั้ง ชิมรส ก่อนเสิร์ฟใส่ต้นหอมท่อน และตกแต่งด้วยผักชี


เพิ่มเติม

ภาค อีสาน

ซุปหน่อไม้

ความเป็นมา หน่อไม้คือวัตถุดิบซึ่งนิยมทานกันมากในภาคอีสาน การนำหน่อไม้มาปรุงรสทำให้หน่อไม้มีรสชาติดีขึ้นมาก อีกทั้งยังได้คุณค่าของสารอาหารจากส่วนผสมอันหลากหลายอีกด้วย คุณค่าทางโภชนาการ หน่อไม้มีเส้นใยอาหารจำนวนมากจึงทำให้ช่วยระบบขับถ่ายได้เป็นอย่างดีนอกจากนั้น น้ำใบย่านางยังช่วยเสริมสร้างภูมิต้านโรคในร่างกายให้แข็งแรง ส่วนผสม หน่อไม้ต้ม 150 กรัม น้ำใบย่านาง 2 ถ้วย หอมแดงซอย 15 กรัม ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ ผักชีฝรั่งหั่นหยาบ 1 ช้อนโต๊ะ ใบสะระแหน่ 10 กรัม ข้าวคั่วป่น 2 ช้อนโต๊ะ พริกป่น 3 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ตั้งน้ำให้เดือดแล้วนำหน่อไม้ไปลวก จากนั้นนำมาล้างทำความสะอาด นำมากรีดให้เป็นเส้นๆ ด้วยส้อมแล้วหั่นเป็นท่อนๆ เมื่อได้เส้นหน่อไม้แล้วทำการคั้นเอาน้ำ พักให้สะเด็ดน้ำ นำน้ำใบย่านางใส่หม้อตั้งเตา รอให้น้ำเดือดแล้วนำหน่อไม้ไปต้มกับน้ำใบย่างนางจนเข้ากันดี ยกลงพักไว้ตักหน่อไม้และน้ำขึ้นมาในอ่างผสม ปรุงรสด้วย น้ำปลา น้ำมะนาว ข้าวคั่ว พริกป่น ใส่หอมแดง ต้นหอมผักชีฝรั่ง คลุกเคล้าให้เข้ากัน จัดใส่จานโรยหน้าด้วยใบสะระแหน่


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire