SLider section

ตำโคราช

ภาค อีสาน

  • recipe image cover

ตำโคราช

ความเป็นมา

ตำโคราช คือส้มตำที่ใส่เครื่องปรุงระหว่างส้มตำไทยและส้มตำลาว คือใส่ทั้งกุ้งแห้งและปลาร้า อาจใส่เส้นขนมจีน ปรุงรสให้หวานขึ้น เนื่องจากโคราชหรือนครราชสีมาเป็นเมืองที่อยู่กั้นกลางระหว่างลาวและสยามจึงเกิดการผสมผสานทางวัฒนธรรมสองชาติเข้าด้วยกัน อย่างไรก็ตาม ตำโคราชไม่ได้ถือกำเนิดมาจากจังหวัดนครราชสีมาแต่ประการใด แม้กระทั่งชาวโคราชเองก็ไม่นิยมรับประทานกัน

คุณค่าทางโภชนาการ

ตำโคราช มีวิตามินเกลือแร่จากผัก และเครื่องปรุงต่างๆ  มะละกอช่วยย่อยโปรตีน ทำให้ร่างกายย่อยอาหารได้ดี น้ำมะนาว มะเขือเทศ พริกขี้หนูมีวิตามินซีสูง กระเทียมไทย ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อในร่างกาย และได้โปรตีนจากปลาร้าและกุ้งแห้ง 

ส่วนผสม

มะละกอสับเป็นเส้น 120 กรัม
มะเขือเทศสีดา 30 กรัม
พริกขี้หนูสด 8 เม็ด
กระเทียม 5 กรัม
ถั่วฝักยาวหั่นเป็นท่อน 25 กรัม
กุ้งแห้ง 1 ช้อนโต๊ะ
ถั่วลิสงคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา ½ ช้อนโต๊ะ
น้ำปลาร้าต้มสุก 1 ช้อนโต๊ะ 

วิธีทำ

ใส่กระเทียมและพริกขี้หนู ลงในครก โขลกให้พอแหลก ตามด้วยถั่วฝักยาวโขลกพอแหลกใส่มะเขือเทศ น้ำมะนาว น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา  น้ำปลาร้าแล้วคลุกให้เข้ากันใส่มะละกอ ตามด้วยถั่วลิสงคั่ว กุ้งแห้งแล้วโขลกเบาๆ คลุกเคล้าให้เข้ากันชิมแล้วปรุงตามชอบ ตักใส่จาน รับประทานพร้อมผักสด

 

 

ภาค อีสาน

ไส้กรอกอีสาน

ความเป็นมา ไส้กรอกอีสาน เป็นอาหารพื้นบ้านของชาวอีสาน มีรสชาติที่กลมกล่อมจากส่วนผสมที่มีเอกลักษณ์ลงตัว เป็นภูมิปัญญาโบราณ ที่ใช้ในการถนอมอาหารจากเนื้อสัตว์ที่มีมานานและเป็นวิธีการหมักบ่มให้มีรสเปรี้ยวด้วยข้าวสุกที่เหลือจากการรับประทานในแต่ละวันอีกด้วย  คุณค่าทางโภชนาการ ไส้กรอกมีเนื้อสัตว์ที่ให้โปรตีน นอกจากนั้นยังมี ตะไคร้ ช่วยแก้และบรรเทาอาการหวัด อาการไอกระเทียมไทยช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อในร่างกาย  ส่วนผสม ไส้หมู 1 กิโลกรัม หมูสับเนื้อส่วนสะโพก 1 กิโลกรัม มันหมูสับ ½ กิโลกรัม ตะไคร้บด 2 ช้อนโต๊ะ เกลือ 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ พริกไทยขาวบด 2 ช้อนโต๊ะ พริกไทยดำบด 2 ช้อนโต๊ะ ข้าวสวยสุก 1 ถ้วย วิธีทำ ล้างไส้หมูให้สะอาด พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ จากนั้นผสมเนื้อหมู มันหมู ข้าวสวยสุก ตะไคร้เข้าด้วยกัน ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาลพริกไทยขาว พริกไทยดำ นำไปใส่ลงในไส้หมูที่เตรียมไว้ ใช้ด้าน หรือเชือกมัดให้เป็นข้อๆ หมักทิ้งไว้ในตู้เย็น 1 คืน จากนั้นนำมาผึ่งลมไว้อีก 2 – 3 วัน ก่อนจะนำมาปิ้งหรือทอดจนสุก กินคู่กับขิงดองและกะหล่ำปลีสด


เพิ่มเติม

ภาค กลาง

ก๋วยเตี๋ยวหมูเส้นเล็กต้มยำ

ความเป็นมา ก๋วยเตี๋ยวต้มยำน้ำรสเผ็ด เค็ม เปรี้ยว หวาน อันเป็นความโดดเด่นของต้มยำที่คนชอบมากมาปรุงในน้ำซุปโดยไม่มีกลิ่นสมุนไพร แต่ปรุงรสให้แซ่บด้วยพริกป่น น้ำส้มสายชูหรือน้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาล กลายเป็นน้ำซุปรสต้มยำซึ่งทำให้กินก๋วยเตี๋ยวได้อย่างออกรสออกชาติ คุณค่าทางโภชนาการ พลังงานของก๋วยเตี๋ยวต้มยำใกล้เคียงกับก๋วยเตี๋ยวน้ำหมูทั่วไปเพียงแต่มีรสเข้มข้นขึ้นด้วยทำให้ก๋วยเตี๋ยวจานนี้อิ่มอร่อย และสดชื่น เพราะรสเผ็ด เปรี้ยว ช่วยให้สมองรู้สึกปลอดโปร่ง ช่วยขับเหงื่อทำให้ตัวเบาไม่รู้สึกแน่นท้อง ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กต้มยำหมู 1 ชามให้พลังงาน 335 กิโลแคลอรี ส่วนผสม เส้นเล็ก 300 กรัม หมูสับ 150 กรัม หมูแดงหั่นบาง 100 กรัม กากหมูเจียว ½ ถ้วย ถั่วงอก 100 กรัม ต้นหอม ผักชีซอย สำหรับโรยหน้า เครื่องต้มยำ พริกป่น น้ำตาล น้ำปลา น้ำส้มสายชู ส่วนผสมน้ำซุป กระดูกส่วนสะโพกหมู กระดูกไขสันหลังหมู ขิงหั่นแว่น ต้มรวมกันด้วยไฟอ่อน วิธีทำ ลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวและถั่วงอก (ปริมาณสำหรับ 1 คน) ใส่ชาม  ตักน้ำซุปเดือดๆ ใส่ในหมูสับเล็กน้อย เทใส่ชามก๋วยเตี๋ยว วางหมูแดง 4-5 ชิ้น ใส่กากหมูเจียว พริกป่น น้ำตาล น้ำปลา น้ำส้มสายชูอย่างละประมาณ ½-1  ช้อนโต๊ะ ตักน้ำซุปเดือดๆ ใส่โรยหน้าด้วยต้นหอม ผักชี


เพิ่มเติม

ภาค กลาง

ต้มส้มปลากระบอก

ความเป็นมา ต้มส้มเป็นแกงน้ำใสที่มีรสเปรี้ยวจากน้ำมะขามเปียก ซึ่งจะให้รสเปรี้ยวอมหวานกลมกล่อม กลิ่นหอม และเสริมรสด้วยน้ำตาลปี๊บ ซึ่งว่ากันว่ารสเปรี้ยวๆ หวานๆ นี้เป็นรสชาติที่คนภาคกลางนิยม ไม่จัดจ้านแต่ให้ความสดชื่น เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย คุณค่าทางโภชนาการ แกงน้ำใสที่ไม่มีไขมันแต่ได้โปรตีนจากเนื้อปลา รสเปรี้ยวหวานสดชื่นจากน้ำมะขามเปียกที่มีวิตามินซี มีฤทธิ์เป็นยาระบาย และลดความร้อนในร่างกาย พริกไทยช่วยขับเหงื่อ หายใจได้โล่งโปร่งสบาย หอมแดงมีรสหวาน ช่วยแก้หวัดคัดจมูก หายใจสะดวกขึ้น ส่วนผสมเครื่องต้มส้ม พริกไทยเม็ด 1 ช้อนโต๊ะ หอมแดงหั่น ¼ ถ้วย รากผักชี 20 กรัม กะปิ ½ ช้อนชา ส่วนผสมต้มส้ม ปลากระบอก 300 กรัม ขิงซอย 50 กรัม ต้นหอมหั่นเป็นท่อน และผักชี น้ำมะขามเปียก ½ ถ้วย น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ตำเครื่องต้มส้มให้ละเอียด นำลงไปละลายกับน้ำซุปแล้วตั้งไฟจนเดือด ใส่ปลาลงต้มให้สุก จากนั้นปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ และน้ำมะขามเปียก ใส่ขิงซอย ตั้งให้เดือดอีกครั้ง ชิมรส ก่อนเสิร์ฟใส่ต้นหอมท่อน และตกแต่งด้วยผักชี


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire