SLider section

ผัดไทย

ภาค กลาง

  • recipe image cover

ผัดไทย

ความเป็นมา

อาหารที่เล่ากันว่าคนไทยคิดขึ้นมาเพื่อแข่งกับผัดซีอิ๊วของจีน และเป็นอาชีพที่อยากให้คนไทยรู้จักค้าขายในสมัยจอมพลป. พิบูลสงคราม จึงมีลักษณะจีนปนไทยเพราะเส้นก๋วยเตี๋ยวและเทคนิคการผัดเส้นไฟแรงหอมกระทะเป็นเทคนิคการทำอาหารของจีน แต่มีการปรุงรสให้เผ็ด เปรี้ยว เค็ม หวานอย่างไทย ผัดไทยจึงกลายเป็นอาหารจานโปรดของทั้งคนจีนและไทย จนปัจจุบันกลายเป็นหนึ่งในอาหารที่รู้จักกันไปทั่วโลก

คุณค่าทางโภชนาการ

ไขมันและไข่รวมทั้งกุ้งสดที่ใส่ในผัดไทยเป็นอาหารที่ให้พลังงานสูงสำหรับคนที่ต้องการพลังงานมาก โดยทั่วไปผัดไทย 1 จาน ให้พลังงาน 216.16 กิโลแคลอรี คาร์โบไฮเดรต 22.39 กรัม ไขมัน 10.84 กรัม โปรตีน 7.26 กรัม และแคลเซียม 67.98 มิลลิกรัม

ส่วนผสม

ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กแช่น้ำจนนุ่ม พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ 100 กรัม
น้ำมัน 6 ช้อนโต๊ะ
กุ้งแกะเปลือก ผ่าหลัง 100 กรัม
กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
หอมแดงสับ 1 ช้อนโต๊ะ
เต้าหู้แข็งหั่นชิ้นเล็ก 2 ช้อนโต๊ะ
กุ้งแห้งตัวเล็ก 2 ช้อนโต๊ะ
ไข่เป็ด 1 ฟอง
น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ
ถั่วลิสงคั่วบุบหยาบ พริกป่น สำหรับโรยหน้า
ผักแนม ถั่วงอก ใบกุยช่าย หัวปลี ใบบัวบก

วิธีทำ

ผสมน้ำตาล น้ำปลา และน้ำมะขามเปียกให้เข้ากัน พักไว้ จากนั้นผัดหอมแดง กระเทียม ให้หอม ใส่เต้าหู้ กุ้งสด ผัดให้พอสุก ใส่เส้นเล็กลงไปผัด ยีให้เส้นไม่เกาะกันเป็นก้อน เมื่อเส้นเริ่มสุกจึงใส่น้ำปรุงรสที่เตรียมไว้ผัดให้เข้ากันพักเส้นไว้ข้างกระทะ ตอกไข่ไก่ใส่ลงในกระทะตีให้พอแตก นำเส้นลงไปผัดกับไข่ ใส่กุ้งแห้งผัดเร็วๆ ตักขึ้นเสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียง

ภาค กลาง

หมูสะเต๊ะ

ความเป็นมา หมูสะเต๊ะ เป็นอาหารปิ้งย่างที่คาดว่าได้รับอิทธิพลมาจากประเทศอินโดนีเซียซึ่งเป็นต้นกำเนิดของเนื้อสะเต๊ะ แต่ในประเทศไทยที่มีคนจีนมากและไม่นิยมกินเนื้อวัวจึงเปลี่ยนเป็นเนื้อหมู ส่วนผสมที่ใช้หมักเนื้อก็ยังมีลูกผักชี ยี่หร่า ขมิ้นหรือผงกะหรี่  และร้านขายหมูสะเต๊ะอร่อยๆ มักเป็นคนจีน หมูสะเต๊ะเป็นของว่างที่กินได้ตลอดวัน และนิยมสั่งกินก่อนอาหารมื้อหนัก  คุณค่าทางโภชนาการ เนื้อหมูมีวิตามินบี 12 และอุดมไปด้วยวิตามินแร่ธาตุต่างๆ มีโปรตีนที่ช่วยให้เด็กเจริญเติบโตได้เต็มที่ และช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย เนื้อสะเต๊ะจะอร่อยเมื่อมีมันหมูติดไปด้วยเล็กน้อย เพราะจะทำให้เนื้อนุ่มและไม่กระด้าง แต่ควรระวังไม่กินมันหมูมากเกินไปเพราะร่างกายอาจจะรับไขมันเกินความจำเป็น  ส่วนผสม เนื้อหมูสันนอกหั่นเป็นชิ้นยาวกว้าง 1  กก. กะทิ 1  ถ้วย เครื่องสำหรับหมักหมู ลูกผักชีป่น 1 ช้อนโต๊ะ ยี่หร่าป่น 1 ช้อนชา น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ ผงกะหรี่ 1 ช้อนโต๊ะ เกลือ 1 ช้อนชา  น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ  วิธีทำ หมักหมูและเสียบไม้พักไว้ในตู้เย็นอย่างน้อย 3 ชั่วโมง นำหมูสะเต๊ะย่างไฟ ขณะย่างพรมกะทิไปด้วยเพื่อไม่ให้แห้ง พอสุกใส่จาน เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มและอาจาด  ส่วนผสมน้ำจิ้มและวิธีทำ กะทิ 3 ถ้วย น้ำพริกแกง ½ ถ้วย ถั่วลิงสงโขลกละเอียด 1/3 ถ้วย น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปึก 2 ช้อนโต๊ะ น้ำส้มมะขาม 2 ช้อนโต๊ะ เคี่ยวกะทิให้พอแตกมัน ใส่น้ำพริกลงไปผัดจนหอม ใส่ถั่วลิสง น้ำปลา น้ำตาล น้ำส้มมะขาม เคี่ยวต่อจนข้น ชิมรส ส่วนผสมอาจาดและวิธีทำ น้ำส้มสายชู 1/3 ถ้วย น้ำตาลทราย ½ ถ้วย เกลือป่น 2 ช้อนชา แตงกวาผ่าสี่หั่น 2 ลูก หอมแดงซอย 3 ช้อนโต๊ะ พริกชี้ฟ้าหั่นขวาง ½ เม็ด ผสมน้ำส้มสายชู น้ำตาล เกลือ ตั้งไฟ พอทุกอย่างละลายยกลง พักไว้ให้เย็น จัดแตงกวา หอมแดง พริกชี้ฟ้าใส่ชาม ราดน้ำอาจาด


เพิ่มเติม

ภาค ใต้

โอเอ๋ว

ความเป็นมา โอเอ๋วเป็นชื่อของเมล็ดโอเอ๋ว ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับเม็ดแมงลัก จัดเป็นเมล็ดสมุนไพร เมื่อนำมาแช่น้ำจะเป็นเมือก ใส่เจี่ยกอเพื่อให้จับตัวเป็นก้อนเหมือนวุ้นไม่มีสี นำมาหั่นใส่น้ำเชื่อมหรือน้ำแดง ใส่รวมกับเฉาก๊วย ถั่วแดง เป็นของหวานน้ำแข็งไส ซึ่งเป็นขนมท้องถิ่นของจังหวัดภูเก็ตที่มาพร้อมกับชาวจีนที่อพยพมาอยู่ในภูเก็ต คุณค่าทางโภชนาการ เมล็ดโอเอ๋วจัดเป็นสมุนไพรอย่างหนึ่ง มีฤทธิ์เย็นที่ช่วยแก้ร้อนใน ยิ่งเมื่อกินในฤดูร้อนที่ใส่น้ำแข็งจะช่วยดับร้อน ทำให้รู้สึกสดชื่น และยังช่วยให้ร่างกายเย็นซึ่งไปช่วยแก้อาการร้อนในได้อย่างดี  ส่วนผสม โอเอ๋ว 80 กรัม ถั่วแดง 3 ช้อนโต๊ะ เฉาก๊วยหั่นเป็นชิ้น 30 กรัม น้ำแดงหรือน้ำเชื่อม 3 ช้อนโต๊ะ น้ำแข็งไส วิธีทำ นำส่วนผสมใส่ชาม ใส่น้ำแข็งไส ราดน้ำเชื่อม


เพิ่มเติม

ภาค เหนือ

แกงขนุน

ความเป็นมา แกงขนุน หรือ แกงบ่าหนุน แต่ก่อนนิยมทำในงานบุญ เพราะชื่อที่เป็นมงคล หมายความไปถึงการเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน คุณค่าทางโภชนาการ ขนุนอ่อน เป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ช่วยให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากโปรตีน ไขมัน และกากใยอาหาร อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ยังให้สารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณที่สูงอีกด้วย ส่วนผสม ซี่โครงหมูอ่อนหั่นท่อน 300  กรัม ขนุนอ่อนหั่นชิ้น 500 กรัม มะเขือส้มบุบพอแตก 200 กรัม ชะอมเด็ด 50 กรัม น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ น้ำสะอาด 5 ถ้วยตวง ส่วนผสมพริกแกง พริกแห้งเม็ดใหญ่ 8 เม็ด เกลือป่น 1 ช้อนชา ข่าหั่นละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ กระเทียมซอย 3 ช้อนโต๊ะ หอมแดงซอย 4 ช้อนโต๊ะ ปลาร้าสับ 1 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ตำหรือปั่นส่วนผสมพริกแกงให้ละเอียด พักไว้ เติมน้ำสะอาดในหม้อขึ้นตั้งไฟกลาง  ใส่ซี่โครงหมูอ่อนลงไปต้มจนสุก ใส่พริกแกงลงไปละลายให้เข้ากัน ต้มต่อจนน้ำเดือดอีกครั้ง ใส่ขนุน มะเขือส้ม ปรุงรสด้วยน้ำปลา ชิมรส ก่อนเสิร์ฟให้เร่งไฟแรง ใส่ชะอม ต้มพอให้ชะอมสลด ตักขึ้นเสิร์ฟร้อนๆ


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire