SLider section

แกงกล้วยดิบ

ภาค เหนือ

  • recipe image cover

แกงกล้วยดิบ

ความเป็นมา

แกงกล้วยดิบ เป็นแกงชนิดหนึ่ง ใช้กล้วยน้ำว้าดิบเป็นส่วนผสมเพราะหาได้ทั่วไปกล้วยจึงเป็นที่นิยมที่จะนำมาประกอบอาหารหลากหลายประเภท 

คุณค่าทางโภชนาการ

กล้วยน้ำว้าช่วยแก้โรคกระเพาะได้ดีเนื่องจากมีสารแทนนิน ซึ่งมีฤทธิ์ในการเคลือบรักษากระเพาะและลำไส้ป้องกันการติดเชื้อ และยังมีฤทธิ์ในการช่วยลดกรดในกระเพาะอาหารได้เป็นอย่างดี

ส่วนผสม

กล้วยน้ำว้าดิบ 400 กรัม
เนื้อหมูสามชั้น 100 กรัม
ชะอมเด็ด 50 กรัม
ชะพลูหั่นหยาบ 50 กรัม
หอมแดงซอย 1 ช้อนโต๊ะ
ส่วนผสมพริกแกง
พริกขี้หนูแห้ง 15 เม็ด
กระเทียม 10 กรัม
หอมแดง 30 กรัม
ข่าหั่น 1 ช้อนโต๊ะ
ตะไคร้ซอย 1 ช้อนโต๊ะ
กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
ปลาร้าต้มสุก 1 ช้อนโต๊ะ
เกลือ 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ

ตำหรือปั่นส่วนผสมพริกแกงให้ละเอียด จากนั้นนำไปผัดกับหมูสามชั้นจนมีกลิ่นหอม และหมูเริ่มสุก เติมน้ำให้พอท่วม ตั้งไฟจนเดือด ใส่กล้วยน้ำว้าดิบหั่นเป็นแผ่นบางๆ ตั้งไฟจนเดือดอีกครั้ง ใส่หอมแดงซอย ชะอมเด็ด และใบชะพลู คนให้เข้ากันและผักสุก ตักขึ้นเสิร์ฟ

ภาค กลาง

ขนมจีนน้ำยา

ความเป็นมา ขนมจีนน้ำยาเป็นอาหารที่สันนิษฐานว่าไทยรับมาจากมอญ ซึ่งในอดีตจัดเป็นชนชาติที่ยิ่งใหญ่ชาติหนึ่งในสุวรรณภูมิ พม่าซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านก็มีอาหารจานนี้แต่จะใส่หยวกกล้วยลงไปด้วยเพื่อทำให้น้ำยาข้นขึ้น แต่คนไทยนิยมกินเนื้อปลามากกว่า จึงใส่เฉพาะเนื้อปลาที่ตำละเอียดใส่ลงไป และใส่ปลาเค็มเพื่อให้มีกลิ่นหอมและรสเค็มกลมกล่อม คุณค่าทางโภชนาการ ขนมจีนน้ำยาเป็นอาหารจานเดียวที่ครบหมู่ เพราะมีคาร์โบไฮเดรตจากขนมจีน โปรตีนจากเนื้อปลา และมีวิตามินจากผักสดต่างๆ ที่กินเป็นเครื่องเคียง และมีกากใยอาหารอย่างดีที่ช่วยระบบขับถ่าย นอกจากสมุนไพรต่างๆ ที่ช่วยขับลมแล้ว ยังใส่กระชายเพื่อดับกลิ่นคาวของปลา  ซึ่งมีสรรพคุณช่วยชะลอความแก่ มีฤทธิ์ช่วยต้านการอักเสบ และยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรค ส่วนผสม ขนมจีน 1 กิโลกรัม น้ำพริกแกงเผ็ดไม่ใส่เครื่องเทศ ½ ถ้วย กระชายขูดหั่นชิ้นเล็กๆ ½ ถ้วย ปลาช่อนหรือปลาเนื้อขาวต้มสุกแกะเฉพาะเนื้อ 2 ถ้วย ปลาเค็มปิ้งแกะเฉพาะเนื้อ ½ ถ้วย กะทิ 4 ถ้วย น้ำต้มปลาเคี่ยว 1 ถ้วย น้ำปลา ผักเครื่องเคียง ใบแมงลัก ถั่วงอก มะระหั่นชิ้นบาง วิธีทำ ผัดน้ำพริกแกงกับกะทิเล็กน้อยพอให้หอม ใส่เนื้อปลา และปลาเค็มปิ้งลงไปผัดให้เข้ากัน ใส่กระชายผัดให้มีกลิ่นหอม ใส่กะทิลงไปคนให้เนื้อปลาละลายไปกับน้ำกะทิ เติมน้ำต้มปลา ปรุงรส ตั้งไฟให้เดือด นำไปราดลงบนขนมจีน เสิร์ฟคู่ผักเคียง


เพิ่มเติม

ภาค ใต้

แกงปูใบชะพลู

ความเป็นมา แกงปูใบชะพลู หรือน้ำยาปู คล้ายกับน้ำยาของภาคกลางที่กินกับขนมจีน ทางใต้มีอาหารทะเลมากจึงใช้เนื้อปูมาทำ ถ้าเป็นจังหวัดภูเก็ตจะใช้ปูสับเป็นชิ้น แต่ในบางจังหวัดใส่เฉพาะเนื้อปู ส่วนพริกแกงมีรสเข้มข้นตามความนิยมของคนใต้และใส่ขมิ้น น้ำแกงจึงมีสีเหลืองสวย รสชาติเข้มข้น โดยทั่วไปจะกินกับขนมจีน แต่ที่ภูเก็ตจะกินกับเส้นหมี่ หรือเรียกว่า “หมี่หุ้น” ซึ่งน่าจะเป็นอิทธิพลของชาวจีนที่อาศัยอยู่มากในภูเก็ต คุณค่าทางโภชนาการ เนื้อปูเป็นอาหารทะเลที่มีโพแทสเซียมและสังกะสีอยู่สูง โพแทสเซียมช่วยควบคุมความดันโลหิต และทำให้หัวใจเต้นปกติ ส่วนสังกะสีมีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย ในเนื้อปูต้ม 100 กรัมมีโปรตีน 19.5 กรัม ส่วนใบชะพลูมีวิตามิน แคลเซียม และเบต้าแคโรทีนค่อนข้างสูง ซึ่งสามารถเปลี่ยนเป็นวิตามิน เอ ได้ดีเพราะมีไขมันจากกะทิมาช่วยดูดซึม ส่วนผสม ปูทะเลนึ่งหรือเนื้อปูนึ่งสุก 1 ถ้วย น้ำพริกแกง 2 ช้อนโต๊ะ กะทิ 1 1/2 ถ้วย น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ ใบมะกรูด 2 ใบ ใบชะพลูซอย 80 กรัม ขนมจีนหรือเส้นหมี่ 100 กรัม   ส่วนผสมน้ำพริกแกง พริกชี้ฟ้าแห้ง 7 เม็ด พริกขี้หนูแห้ง 5 เม็ด (ตามชอบ) พริกขี้หนูสด 5-10 เม็ด พริกไทยขาว 1 ช้อนโต๊ะ ข่าหั่นแว่น 1 ช้อนโต๊ะ ตะไคร้หั่นแว่น 2 ช้อนโต๊ะ ผิวมะกรูด 1 ช้อนชา ขมิ้นหั่นแว่น 1 ช้อนโต๊ะ หอมแดง 2 ช้อนโต๊ะ กระเทียม 1 ช้อนโต๊ะ กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ เกลือทะเล 1 ช้อนชา ตำทุกอย่างให้เข้ากันและละเอียด  


เพิ่มเติม

ภาค กลาง

ข้าวหมูแดง

ความเป็นมา หมูแดงเป็นอาหารที่ไทยรับมาจากจีนซึ่งเป็นอาหารประเภทย่างหรือบาร์บีคิวชนิดหนึ่ง โดยทั่วไปคนจีนจะนิยมกินกับข้าว แต่การกินเป็นอาหารจานเดียวโดยหั่นหมูแดง หมูกรอบ กุนเชียง ไข่ต้ม วางบนหน้าข้าวและราดด้วยน้ำหมูแดงกินกับต้นหอม น่าจะเป็นการพัฒนารูปแบบการกินตามลักษณะของคนไทยในภายหลัง คุณค่าทางโภชนา หมูเป็นเนื้อสัตว์ที่ให้โปรตีนสูง เนื้อหมู 100 กรัม มีโปรตีน 13.9 กรัม ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและกระดูก ทำให้ร่างกายเจริญเติบโต ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดงที่นำสารอาหารไปสู่ส่วนต่างๆ ของร่างกาย ในทางการแพทย์จีนเชื่อว่าโปรตีนและไขมันจากหมูจะช่วยให้ร่างกายอบอุ่น ส่วนผสม หมูสันใน 500 กรัม รากผักชีบุบ 50 กรัม กระเทียมบุบ 30 กรัม ผงพะโล้ 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วดำ 1 ช้อนชา พริกไทยป่น 1 ช้อนชา สีผสมอาหารสีแดง 1 ช้อนโต๊ะ ส่วนผสมน้ำราดหมูแดง น้ำซุปกระดูกหมู 1 ½ ถ้วย ซีอิ๊วขาว 4 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทรายแดง 4 ช้อนโต๊ะ น้ำที่เหลือจากการหมักหมู น้ำที่ได้จากการย่างหมู งาคั่วบุบ 4 ช้อนโต๊ะ แป้งมันสำปะหลัง  3 ช้อนโต๊ะ (ผสมน้ำเล็กน้อย) วิธีทำ หมักหมูด้วยส่วนผสมทั้งหมดพักไว้ประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง จากนั้นนำไปย่างด้วยไฟอ่อนจนสุก หรือสามารถใช้วิธีอบด้วยถังหรือเตาอบก็ได้ หมั่นทาหมูในระหว่างย่างด้วยน้ำหมักหมูจะทำให้หมูยังคงมีความชุ่มชื้น น้ำหมักหมูสามารถนำไปเป็นส่วนผสมในการทำน้ำราดหมูแดงได้ต่ออีกด้วย


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire