SLider section

แกงป่าปลาดุกใส่ใบยี่หร่า

ภาค ใต้

  • recipe image cover

แกงป่าปลาดุกใส่ใบยี่หร่า

ความเป็นมา

แกงป่าเป็นชื่อที่บอกได้ดีว่า เป็นการนำของป่าหรือสมุนไพรสดที่หาได้ในป่ามาปรุงอาหาร ไม่ใส่กะทิ กลิ่นสมุนไพรใช้กลบกลิ่นเนื้อสัตว์ และเพิ่มความหอมให้น่ากิน  ปลาดุกเป็นปลาน้ำจืดที่หาได้ตามแหล่งน้ำจืดทั่วไปเมื่อนำมาแกงกับสมุนไพรจึงได้กลิ่นหอมและรสเผ็ดร้อนที่ชวนกิน

คุณค่าทางโภชนาการ

ปลาดุกเป็นปลาน้ำจืดที่อุดมไปด้วยโปรตีนและไขมันในอันดับต้นๆ มีโอเมก้า 3 ซึ่งหลายคนคิดว่ามีแต่ในปลาทะเลเท่านั้น แต่ปลาดุกมีทั้งโอเมก้า 3 ใกล้เคียงกับปลาน้ำลึก เนื้อปลาดุก 100 กรัมมีโปรตีน  23.0 กรัม และเมื่อแกงรวมกับน้ำพริกแกงและใบยี่หร่าที่มีกลิ่นหอมรสร้อนแรง จานนี้จึงทำให้สมองโล่งโปร่งสบาย 

ส่วนผสม

ปลาดุกหั่นเป็นชิ้น 300 กรัม
น้ำพริกแกงใต้ 3 ช้อนโต๊ะ
กระชายหั่นฝอย 50 กรัม
ใบมะกรูดฉีก 5 กรัม
พริกไทยอ่อน 10 กรัม
ใบยี่หร่า 40 กรัม
เกลือ ½ ช้อนชา

วิธีทำ

ตั้งน้ำใส่หม้อจนเดือดใส่พริกแกงคนให้ละลาย รอให้เดือดอีกครั้งจึงใส่ปลาต้มจนปลาสุก ใส่กระชาย พริกไทยอ่อน ใบมะกรูด เกลือ ก่อนยกลงใส่ใบยี่หร่า คนให้พอเข้ากัน ตักเสิร์ฟ

 

 

ภาค เหนือ

คั่วตับหมู

ความเป็นมา ในอดีตชาวล้านนานิยมทานเนื้อสัตว์เฉพาะในงานบุญงานเทศกาลเท่านั้น อาหารที่ทำจากเนื้อสัตว์จึงถูกยกให้เป็นเมนูที่หาทานได้ยาก แต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรองานบุญงานเทศกาลก็สามารถหาทานได้อย่างแพร่หลาย  คุณค่าทางโภชนาการ ตับหมูเป็นแหล่งของโปรตีนและธาตุเหล็ก ช่วยในการสร้างการเจริญเติบโตของร่างกายและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ อีกทั้งยังได้วิตามินและเกลือแร่จากส่วนผสมต่างๆ ส่วนผสม หมูสามชั้นหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ 200 กรัม ตับหมู เครื่องในหมู หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ 200 กรัม น้ำมันพืช ใบมะกรูด 5 กรัม ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 1 ช้อนชา ส่วนผสมพริกแกง พริกแห้ง 7 เม็ด หอมแดง 20 กรัม กระเทียม 15 กรัม ข่าซอย 1 ช้อนโต๊ะ ตะไคร้ซอย 1 ช้อนโต๊ะ รากผักชีซอย 1 ช้อนชา กะปิ 1 ช้อนชา วิธีทำ ตำหรือปั่นส่วนผสมพริกแกงให้ละเอียดพักไว้ ตั้งกระทะบนไฟอ่อน นำพริกแกงลงไปผัดให้หอม ใส่หมูสามชั้นและเครื่องในลงไปผัดให้พอสุก ปรุงรส ผัดให้เข้ากันจนสุกทั่ว ใส่ใบมะกรูด ผัดให้เข้ากัน ตักขึ้น โรยต้นหอม และผักชี


เพิ่มเติม

ภาค ใต้

กุ้งแม่น้ำต้มมะม่วง

ความเป็นมา กุ้งแม่น้ำเป็นกุ้งที่มีมันกุ้งมากเมื่อนำมาต้มจึงมีความหอมมัน และสีแดงชวนกิน เมื่อใส่มะม่วงเปรี้ยวที่หาได้ง่ายมีรสเปรี้ยวหอมตามธรรมชาติลงไปต้มด้วยกัน แกงนี้จึงเป็นแกงน้ำใสที่ใช้รสเปรี้ยวของมะม่วงใช้แทนน้ำมะนาว รสชาติเหมือนต้มยำของภาคกลาง คุณค่าทางโภชนาการ กุ้งแม่น้ำเป็นกุ้งน้ำจืดที่มีโปรตีนเหมือนกุ้งทั่วไป แต่มีมันมากซึ่งจะให้ไขมันมากกว่า มะม่วงเป็นแหล่งของวิตามินซี เมื่อนำมาต้มรวมกันใส่สมุนไพรสด เช่น หอม กระเทียม พริก จึงมีกลิ่นหอมอโรมาที่ช่วยให้สดชื่น สมองปลอดโปร่งโดยเฉพาะถ้ากินในฤดูร้อนจะช่วยขับเหงื่อได้อย่างดี ส่วนผสม กุ้งแม่น้ำ 1 กิโลกรัม มะม่วงเปรี้ยวสับเป็นเส้น 100 กรัม หอมแดงซอย 30 กรัม กระเทียมบุบ 10 กรัม พริกขี้หนูซอย 5 กรัม เกลือ น้ำตาล น้ำปลาอย่างละเล็กน้อย น้ำสะอาด 2 ถ้วย วิธีทำ นำหม้อใส่น้ำตั้งไฟ ใส่กระเทียมบุบ พอเดือดใส่กุ้งแม่น้ำ รอให้เดือดอีกครั้งปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาล และน้ำปลา ปิดไฟยกลงจากเตา ใส่มะม่วงสับ หอมแดง พริกขี้หนู ปรุงและชิมรสอีกครั้งให้ได้ 3 รส แต่มีรสเปรี้ยวนำ


เพิ่มเติม

ภาค ใต้

ฟักทองผัดไข่พริกไทยดำ

ความเป็นมา คนใต้เรียกฟักทองว่า “น้ำเต้า” เป็นผักพันธุ์ไม้เลื้อยที่ขึ้นง่าย ชาวบ้านมักจะปลูกไว้หลังบ้าน ทำอาหารกินได้ทั้งคาวและหวาน หรือผัดกับน้ำมันง่ายๆ ให้ได้รสหวานตามธรรมชาติโดยไม่ต้องปรุงแต่งมาก แต่คนใต้ชอบรสเผ็ดร้อน จึงใส่พริกไทยดำมากกว่าทางภาคกลาง คุณค่าทางอาหาร สีเหลืองของฟักทองมีเบต้าแคโรทีนอยู่เต็มเปี่ยมซึ่งสามารถช่วยป้องกันมะเร็งได้  และยังอุดมไปด้วยวิตามินเอที่ช่วยให้ดวงตาแข็งแรง ในตำราโบราณบอกไว้ว่าถ้ากินพร้อมเปลือกจะมีฤทธิ์ทางยา สามารถกระตุ้นการหลั่งของอินซูลินที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ป้องกันเบาหวาน และโรคความดันโลหิตได้ ส่วนผสม ฟักทองหั่นชิ้นเล็ก 300 กรัม หอมแดงซอย 10 กรัม กระเทียม 5 กรัม พริกไทยดำ 1 ช้อนชา ไข่ 1 ฟอง น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ น้ำสะอาด วิธีทำ โขลกหอม กระเทียม พริกไทย รวมกัน ตั้งกระทะใส่น้ำมันพอร้อนใส่ส่วนผสมที่ตำไว้ลงผัดพอหอม ใส่ฟักทอง ผัดสักครู่ ค่อยๆ เติมน้ำทีละน้อยจนฟักทองสุก ใส่ไข่ ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล ผัดให้เข้ากันตักเสิร์ฟ    


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire