SLider section

แกงมัสมั่นไก่ หอมอร่อยแบบไทยแท้

4 สิงหาคม 2560

 

“แกงมัสมั่น” หรือ ชาวมุสลิมเรียกว่า “ซาลาหมั่น” ได้รับอิทธิพลมาจากชาวมลายู เดิมนั้นจะนำด้วยรสเค็มและมัน ต่อมาคนไทยนำมาปรับสูตรให้ถูกปากมากขึ้น เมื่อพูดถึง แกงมัสมั่นของไทย ก็จะโดนใจคนชอบกับข้าวรสชาติหวานมัน

แกงมัสมั่น ได้รับความนิยมในทุกภูมิภาค ทั้งร้าน Street Food  และภัตตาคารหรูหรา  เพราะรสชาติทานง่าย เด็กๆ ที่เริ่มฝึกทานเผ็ดก็ทานได้ เนื่องจากน้ำแกงมีรสเผ็ดเพียงเล็กๆ แค่พอให้เส้นเลือดขยายตัว บวกกับความหวานและหอมมันกะทิ  ที่ผู้ปรุงใช้ความพิถีพิถันทั้งในเรื่องการเลือกวัตถุดิบและการปรุงเป็นพิเศษ จะราดข้าว หรือราดบนเส้นขนมจีนก็อร่อยโดนใจทุกคน

เอาล่ะใครอยากทำทานเองที่บ้าน มีสูตรจาก Openrice มาฝาก ตามนี้เลยค่ะ

 

ส่วนผสมพริกแกงมัสมั่น

– พริกแห้งเม็ดใหญ่แช่น้ำไว้ 5-8 เม็ด                    – พริกขี้หนูแห้ง 5 เม็ด

–  รากผักชีหั่น 1 ช้อนโต๊ะ                                     – ลูกผักชีคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ

–  ยี่หร่าคั่ว 1 ช้อนชา                                              – ลูกกระวานคั่ว 1 ผล

– อบเชยคั่ว 1 ก้าน                                                  – ข่าซอย 1 ช้อนชา

– ตะไคร้ 2 ช้อนโต๊ะ                                              – กระเทียมเผา 2 ½ ช้อนโต๊ะ

– หอมแดงเผา 2 ช้อนโต๊ะ                                      – พริกไทยเม็ด 1 ช้อนชา

– กะปิ 2 ช้อนชา                                                     – เกลือ ¾ ช้อนชา


ส่วนผสมแกงมัสมั่นไก่

– น่องไก่ หรืออกไก่ ½ กิโลกรัม                                                          – พริกแกงมัสมั่นไก่ 200 กรัม (ถ้าชอบเผ็ดมากเพิ่มได้ค่ะ)

– มันฝรั่งล้างและต้มให้สุกหั่นเป็นชิ้นใหญ่ๆ 4-5 หัว                            – หอมใหญ่ 3 หัว

– ถั่วลิสงคั่ว ¼ ถ้วย                                                                              – น้ำปลาอย่างดี ¼ ถ้วย

– น้ำตาลปี๊บ ½ ถ้วย                                                                              – น้ำมะขามเปียก ¼ ถ้วย

– หัวกะทิ 1 ถ้วย                                                                                      – หางกะทิ 4-5 ถ้วย


วิธีทำ

  1. เคี่ยวหัวกะทิจนแตกมันด้วยความร้อนปานกลาง ใส่พริกแกงมัสมั่น ผัดให้หอม ใส่น่องไก่ลงไปผัดให้สุก
  2. เติมหางกะทิ เคี่ยวจนเนื้อไก่เปื่อย
  3. ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ น้ำมะขามเปียก ใส่หัวหอมและมันฝรั่ง โรยถั่วลิสงคั่วเมื่อน้ำแกงเดือดอีกครั้ง  ปิดไฟ เสิร์ฟได้เลยค่ะ

อร่อยไปกับแกงมัสมั่นไก่เรียบร้อยแล้ว มาดูสารอาหารที่มีประโยชน์กันบ้างดังนี้ค่ะ
แกงมัสมั่นไก่ 1 ชาม

– พลังงาน 187.33 Kcal

– โปรตีน 6.7 ก.

– ไขมัน 12.09 ก.

– คาร์โบไฮเดรต 12.93 ก.

– ใยอาหาร 1.6 ก.

– แคลเซียม 22.46 มก.
ขอให้อิ่มอร่อยกันทุกมื้อพร้อมสุขภาพที่ดีตลอดไปนะคะ ด้วยความปราถนาดีจากสถาบันอาหาร

ข้อมูลสารอาหาร : http://bit.ly/2utKNhe
สูตรมัสมั่น : http://bit.ly/2tzho2d

คุณค่าอาหารไทย

post-thumb

ข้าวเหนียวมะม่วง อร่อยโดนใจทั้งชาวไทยและต่างชาติ

“ข้าวเหนียวมะม่วง” เป็นขนมหวานยอดนิยม ที่ได้รับความนิยมมากเป็นพิเศษในฤดูร้อน และความอร่อยนี้ได้โด่งดังไปทั่วโลก… แถมมะม่วงไทยถือเป็นพืชผลไม้เศรษฐกิจของไทยด้วยนะคะ และถ้าชาวต่างชาติมาเยือนเมืองไทย ไม่มีคำว่าพลาดหาทานแน่นอนค่ะ มะม่วงที่รับประทานกับข้าวเหนียวส่วนใหญ่เป็น มะม่วงอกร่องและมะม่วงน้ำดอกไม้ อาจราดด้วยกะทิ และโรยถั่วบางชนิดก็ได้เช่นกันค่ะ มีทั้งความอร่อยและความอิ่มได้ประโยชน์ไปพร้อมกันเลยทีเดียว ไม่เพียงเท่านี้ ข้าวเหนียวมะม่วงมีสรรพคุณ ช่วยบำรุงพลัง ตลอดจนบำบัดอาการเหงื่อออกมาก และท้องเสียได้ด้วยค่ะ โดยเฉพาะมะม่วงที่มีรสหวานปนเปรี้ยวนั้น สามารถช่วยบำรุงร่างกาย  แก้ไอ และขับลมได้มากๆ ค่ะ ฉะนั้น ไม่รอช้าวันนี้มีร้านบริการข้าวเหนียวมะม่วงที่เสิร์ฟทั้งความหอม หวาน และอร่อย มาแนะนำด้วยกัน 2 ร้าน ซึ่งเป็นร้านที่เด็ดสุดๆ ไปเลยค่ะ ได้แก่ ร้านข้าวเหนียวมะม่วง วงเวียน 22 ซึ่งเป็นร้านที่นักรีวิวรู้จักกันเป็นอย่างดีค่ะ เพราะจะขายแค่ปีละครั้งเฉพาะหน้ามะม่วงกำลังสุกหวานอร่อย ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์-ปลายเดือนมิถุนายนเท่านั้น  ที่สำคัญถ้าคิดจะไปร้านนี้ต้องอัพเดทข่าวสารกันก่อนค่ะ เพราะคิวแน่นตลอดทั้งวัน ฮอตฮิตถึงขึ้นออกรายการตลาดสดสนามเป้ามาแล้วด้วยนะคะ ร้านจะตั้งอยู่ในห้องแถวริมถนนไมตรีจิตต์ ทางไปวัดพลับพลาไชย ร้านเปิดทุกวัน เวลา 09.00-19.00 น. (เปิดขายตั้งแต่กลางเดือน ก.พ.- ปลายเดือน มิ.ย.) เบอร์โทร. 0-2222-4958 08-1861-5523 ค่ะ ร้านข้าวเหนียวมูน ช.ศรแก้ว เป็นร้านข้าวเหนียวมะม่วงต้นตำรับ มีข้าวเหนียวมูน 9 สีด้วยกัน ซึ่งสีต่างๆ ก็นำมาจากสีของดอกไม้และผลไม้ค่ะ เช่น สีแดงจากกุหลาบ สีชมพูจากสตรอว์เบอร์รี่ สีส้มจากส้ม และสีฟ้าอ่อนจากบลูเบอร์รี่ ส่วนข้าวเหนียวก็มาจากจังหวัดเชียงราย เพราะพันธุ์นี้มีเม็ดอ้วนยาวดีตอนนึ่งแล้วไม่ขุ่นด้วยนะคะ และที่สำคัญ กะทิเลือกเฉพาะที่ อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ค่ะ สำหรับมะม่วงก็มีทั้งน้ำดอกไม้และมะม่วงอกร่อง แต่ถ้าพูดถึงเรื่องความอร่อย ต้องขอบอกเลยว่า ชิมครั้งแรกถึงขั้นติดใจจนต้องแวะกลับไปซื้อมารับประทานซ้ำกันเลยทีเดียวค่ะ ที่ตั้งอยู่ที่ ลาดพร้าว ซอยโชคชัย 4 แยก 54 กทม. ร้านเปิดทุกวัน เวลา 06.00-21.00 น. หรือโทร. 0-2931-0000  0-2931-0005 08-1868-5384 ได้ค่ะ ร้านข้าวเหนียวมะม่วงแม่วารี(Mae-Varee) จุดเด่นร้านนี้มีมะม่วงขายตลอดทั้งปี รสชาติของข้าวเหนียวมูนนิ่มและหวานกำลังดี ส่วนมะม่วงเป็นพันธุ์น้ำดอกไม้ รูปลักษณ์ภายนอกเนื้อนวล เต่งตึง พอได้ชิมเนื้อมะม่วงจะมีรสหวาน หรือใครอยากได้มะม่วงออกเปรี้ยวหน่อยก็มีให้เลือกค่ะ และทีเด็ดอยู่ตรงน้ำกะทิ พอราดบนข้าวเหนียวสัมผัสถึงรสชาติความชุ่มฉ่ำดีมากๆ กะทิรสออกเค็มนิดๆ เข้ากับมะม่วงได้ดี ที่ตั้งร้าน 1 ซอย สุขุมวิท 55 แขวง คลองตันเหนือ เขต วัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110 โทรศัพท์:02 392 4804 ขอบคุณข้อมูลจาก : http://bit.ly/2vH169h   http://bit.ly/2uuJMHn    http://bit.ly/2uMbF90

อ่านต่อ

post-thumb

น้ำมะพร้าว เครื่องดื่มสีขาวพราวเสน่ห์

  “มะพร้าว” เป็นพืชผลจากต้นมะพร้าว ที่เป็นพืชยืนต้นชนิดหนึ่งจัดอยู่ในตระกูลปาล์มค่ะ อีกทั้ง มะพร้าว สามารถใช้ประโยชน์ได้ในหลายทางด้วยนะคะ เช่น น้ำและเนื้อมะพร้าวอ่อนใช้รับประทาน เนื้อในผลแก่นำไปขูดและคั้นทำกะทิ กะลานำไปประดิษฐ์สิ่งของต่างๆ เป็นต้น นอกจากนี้ มะพร้าวจัดเป็นพรรณไม้มงคลชนิดหนึ่ง ตามตำราพรหมชาติฉบับหลวง ได้กำหนดให้ปลูกมะพร้าวไว้ทางทิศตะวันออกของบ้าน เพื่อความเป็นสิริมงคลค่ะ และที่แน่นอน… ส่วนที่หลายๆ คนให้ความสนใจรับประทานมากที่สุดก็คือ น้ำมะพร้าวนั่นเองค่ะ เพราะน้ำมะพร้าวนั้นทั้งหอม รสชาติดี มีเอกลักษณ์ แถมยังมีประโยชน์ต่อระบบร่างกายต่างๆ มากมาย เช่น ทำให้ผิวพรรณดีขึ้น ช่วยป้องกันหรือชะลอการเกิดโรคอัลไซเมอร์ ช่วยเติมพลังหลังการเสียเหงื่อ และอีกมากมาย ดังนั้น น้ำมะพร้าวจึงเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่สามารถหาดื่มได้ง่าย จึงทำให้ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติให้ความนิยมกันจำนวนมากค่ะ และเพื่อตอบสนองความนิยมให้เพิ่มมากขึ้น วันนี้มีร้านบริการเครื่องดื่มจากน้ำมะพร้าวมาแนะนำกันค่ะ ที่เรียกได้ว่า  2 ร้านนี้ เป็นร้านเจ้าเด็ด เจ้าดังกันเลยทีเดียวค่ะ ร้านที่ 1 ร้านน้ำมะพร้าวนายอ้วน ร้านนี้ต้องขอบอกเลยนะคะว่า รีวิวเยอะมากๆ ค่ะ เพราะหลายเสียงต่างแสดงความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันค่ะว่า น้ำมะพร้าวร้านนี้ อร่อย หอม หวาน ลงตัวมากค่ะ ซึ่งร้านนี้ไม่ถือว่าจัดอยู่ในระดับร้านไฮโซ 5 ดาว เป็นแค่ร้านเล็กๆ แต่มีลูกค้าต่อคิวเพื่อซื้อน้ำเยอะจริงๆ ค่ะ โดยเฉพาะน้ำมะพร้าวปั่น รสชาติอร่อย หอมหวานเย็นชื่นใจ กลมกล่อมดี ถึงจะมีลูกค้าแน่นร้าน แต่รับรองไม่ผิดหวังที่ยืนต่อแถวนานๆ แน่นอนนะคะ ดังนั้น ใครที่อยากเดินทางไปพิสูจน์รสชาติของน้ำมะพร้าวร้านนายอ้วน สามารถเดินทางไปได้ที่ตลาดโต้รุ่ง องค์พระปฐมเจดีย์ เทศบาลนครนครปฐม 73000 ค่ะ หรือใครที่แวะไปทำธุระแถวๆ นั้น หรืออยู่เคียงก็ลองไปดื่มน้ำมะพร้าวแก้กระหายได้นะคะ ร้านที่ 2 ร้าน Coconut Shake สยาม ร้านน้ำมะพร้าวนี้ถือว่าได้ใจอีกร้านหนึ่งเลยค่ะ เพราะมีให้ลูกค้าเลือกชนิดน้ำมะพร้าวปั่นแบบใส่นมกับไม่ใส่นม ปั่นกันแบบสดๆ พร้อมบรรจุใส่ขวดค่ะ และยังมีให้เลือกขวดถึง  2 ขนาด อีกทั้ง ราคามีทั้ง 30 บาท และ 40 บาทนะคะ นอกจากนี้ มีการใส่เนื้อมะพร้าวเน้นๆ อร่อยหอม หวานมัน เรียกได้ว่า เนื้อมะพร้าวอร่อยสดแบบธรรมชาติมากๆ ค่ะ เพราะร้านนี้ไม่ปรุงแต่ง สี กลิ่น บรรจุภัณฑ์เป็นขวดธรรมดา แต่ครีเอทีฟตรงเจาะรูฝาเสียบหลอดพร้อมดื่มเลยล่ะค่ะ หากใครอยากลองดื่มน้ำมะพร้าวให้สดชื่น ร้านนี้ขายอยู่ที่สยามสแควร์ ข้างๆ ทางเข้า Digital Gateway เป็นร้านแผงลอย ติดกับร้านขายผลไม้ค่ะ ร้านที่ 3 ร้านรินมะพร้าวน้ำหอม ร้านนี้ต้องขอบอกเลยว่า มะพร้าวสดจากสวน 100% มีจำหน่ายทั้งมะพร้าวน้ำหอมเป็นลูกๆ ไว้ทานเองที่บ้าน หรือจะเป็นไอศกรีมมะพร้าวรสชาติหวาน เนื้อไอศกรีมนุ่มละมุมลิ้น สัมผัสได้ถึงรสชาติของมะพร้าวอย่างแท้จริง และน้ำมะพร้าวน้ำหอมแบบสดๆ ที่ให้รสชาติหอมหวานแบบธรรมชาติ ไม่มีสารปรุงแต่งใดๆ หากใครอยากลิ้มลองน้ำมะพร้าวสด ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ ซอยกรุงเทพกรีฑา7 ถนนกรุงเทพกรีฑา แขวงหัวหมาก กรุงเทพมหานคร 10240 โทรศัพท์: 089 169 9169 ข้อมูล : http://bit.ly/1QQxWun  ข้อมูลร้าน : http://bit.ly/2vbi9Sg ข้อมูลร้าน : http://bit.ly/2vwMPhM ข้อมูลร้าน : http://bit.ly/2v0l50M

อ่านต่อ

post-thumb

ข้าวเหนียวหมูทอด อร่อยตลอดต้องบอกต่อ

เมื่อพูดถึงอาหารว่างที่สามารถหารับประทานง่าย อร่อยและอิ่มท้อง ก็ต้องเป็น “ข้าวเหนียวหมูทอด” เลยค่ะ ถึงแม้จะเป็นเมนูธรรมดาแต่ก็ยังได้รับความนิยมไม่เสื่อมคลาย เพราะช่วยลดความหิวได้ทุกเวลาจริงๆ นอกจากนี้ ข้าวเหนียวหมูทอด  ก็สามารถทำเองได้ง่ายมากๆ เพียงแค่ซื้อข้าวเหนียวมานึ่งให้สุก แล้วซื้อเนื้อหมูมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ พอดีคำ คลุกเคล้าด้วยซอสปรุงรส พริกไทย เกลือป่น แป้งทอดกรอบ ตามรสชาติที่ตัวเองชอบเลยค่ะ หลังจากนั้น ตั้งกระทะใส่น้ำมันให้ร้อน แล้วค่อยนำหมูลงไปทอด เพียงเท่านี้ก็รอให้หมูสุก ก็สามารถรับประทานได้ทันที หรือใครจะเสริมด้วยกระเทียมทอดกรอบๆ ก็ได้เช่นกัน เพียงแค่สับกระเทียบให้ละเอียด แล้วทอดให้เหลืองกรอบ นำมาโรยหมูทอดช่วยเพิ่มความอร่อยได้มากเลยทีเดียว ส่วนคุณค่า และคุณประโยชน์จากข้าวเหนียวหมูทอดนี้ ถือว่ามีสารอาหารต่อร่างกายหลายอย่าง ถ้าเช่นนั้นเรามาดูกันค่ะว่า เราได้รับสารอาหารอะไรกันบ้าง **ทานหมูทอดต่อปริมาณ 100 g จะได้รับสารอาหารดังนี้ค่ะ** – โปรตีน 20.2 กรัม – คาร์โบไฮเดรต 0.8 กรัม **ส่วนถ้าทานแป้งหรือข้าวเหนียวในปริมาณ 1/4 cup (30g) จะได้รับสารอาหารดังนี้ค่ะ** – โปรตีน 2 กรัม – คาร์โบไฮเดรต 24 กรัม – ไขมัน 0 กรัม ทั้งนี้ จากปริมาณหมูทอด 100 g จะมีพลังงานทั้งหมด 405 กิโลแคลอรี่ และถ้าทานข้าวเหนียวในปริมาณ 30 g จะได้รับพลังงานทั้งหมด 110 กิโลแคลอรี่ แต่ทั้งนี้ ถึงแม้ข้าวเหนียวหมูทอดจะมีความอร่อยมากแค่ไหนก็ตาม ทุกคนควรทานอาหารประเภทอื่นๆ เสริมไปด้วย เช่น ทานอาหารที่มีวิตามินจากผัก และดื่มนมเพื่อเสริมแคลเซียมให้กับร่างกาย เป็นต้น เพื่อให้ทุกคนมีสุขภาพที่แข็งแรง และห่างไกลโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ นะคะ ขอบคุณที่มาจาก : http://bit.ly/2tVV3uZ  และ  http://bit.ly/2vsT1oC

อ่านต่อ

close[x]
Questionnaire