SLider section

กระดูกหมูอ่อนต้มใบชะมวง

ภาค ใต้

  • recipe image cover

กระดูกหมูอ่อนต้มใบชะมวง

ความเป็นมา

ชะมวง หรือ ส้มมวง คำว่า ส้ม มักหมายความว่าต้องมีรสเปรี้ยว คนใต้นำผลและใบแก่ของชะมวงมาหมักทำให้เป็นกรดสำหรับฟอกหนังวัวหนังควายเพื่อแกะเป็นตัวหนังตะลุง รสเปรี้ยวนี้ยังนำมาทำอาหารได้อร่อยทั้งแกงส้ม ต้มส้ม และแกงน้ำใสอย่างกระดูกหมูอ่อนต้มใบชะมวง

 

คุณค่าทางโภชนาการ

ใบชะมวงมีสีเขียวและรสเปรี้ยว สีเขียวเป็นบ่อเกิดของเบต้าแคโรทีน วิตามินบี1 แร่ธาตุอีกมากมาย รวมทั้งแคลเซียม เหล็ก และฟอสฟอรัส รสเปรี้ยวมีวิตามินซีซึ่งจะทำให้ดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น จะส่งผลให้มีเม็ดเลือดแดงมากพอในการลำเลียงออกซิเจนไปให้เซลล์เล็กๆ ในร่างกาย ช่วยให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรงไม่แตกง่าย และยังช่วยให้เหงือกแข็งแรง ไม่เป็นโรคเลือดออกตามไรฟันอีกด้วย

 

ส่วนผสม

กระดูกหมูอ่อน 500 กรัม
ใบชะมวงฉีกเอาก้านใบออก  80 กรัม (อัดแน่น)
หอมแดงบุบ  40 กรัม
กระเทียมบุบ  10 กรัม
น้ำสะอาด  5 ถ้วย
เกลือ  1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

ต้มกระดูกหมูอ่อนในน้ำสะอาด ใส่เกลือ กระเทียม และหอมแดงจนสุก และกระดูกหมูอ่อนนุ่ม จากนั้นจึงใส่ใบชะมวง ต้มจนใบชะมวงสุก ตักเสิร์ฟ

ภาค เหนือ

แกงหน่อไม้

ความเป็นมา แกงหน่อไม้ หรือแกงหน่อ ใช้หน่อไม้สดในการปรุง ใส่เนื้อสัตว์ได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็น กระดูกหมู หรือปลาดุก ปลาช่อน   คุณค่าทางโภชนาการ หน่อไม้เป็นอาหารที่ให้เส้นใยสูงจึงช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ เมื่อหน่อไม้ผ่านการย่อยร่างกายจะดูดซึมสารอาหารเข้าสู่กระแสเลือดได้ดี   ส่วนผสม ปลาย่าง                              200    กรัม(เอาแต่เนื้อ) หน่อไม้สด                          400    กรัม ชะอม                                  50      กรัม เห็ดฟางผ่าซีก                     50      กรัม ใบชะพลู                              20      กรัม น้ำซุป                                  5        ถ้วย ส่วนผสมพริกแกง พริกแห้ง                            3        เม็ด หอมแดง                           30      กรัม กระเทียม                          10      กรัม กะปิ                                   1        ช้อนโต๊ะ ปลาร้าสับ                          1        ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ตำหรือปั่นส่วนผสมพริกแกงให้ละเอียดพักไว้ นำหน่อไม้ไปต้มในน้ำซุปให้สุก จากนั้นนำพริกแกงใส่ลงไปในหม้อต้มหน่อไม้ คนให้ละลาย เมื่อเดือดแล้วใส่เห็ดฟาง ปลาย่าง ชะอม และใบชะพลู ต้มจนผักสุก ตักขึ้นเสิร์ฟ    


เพิ่มเติม

ภาค ใต้

ปลาหมึกย่างขมิ้น

    ความเป็นมา ปลาหมึกและขมิ้นเป็นของที่มีมากทางใต้และนิยมนำมาทำอาหารในรูปแบบต่างๆ ปลาหมึกย่างเป็นของปิ้งย่างที่กินกันทั่วไปรสชาติตามความชอบของแต่ละภาค ทางใต้นำมาหมักขมิ้นให้มีสีเหลืองสวยและหอมกลิ่นกระเทียม   คุณค่าทางโภชนาการ ปลาหมึกเป็นซีฟู้ดที่มีคอเลสเตอรอลสูง แต่ก็มีกรดไขมันโอเมก้า 3 สูงเช่นกัน ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้ร่างกายมีคอเลสเตอรอลสูงมากเกินไป และยังมีวิตามินบี 12 ซึ่งจำเป็นและช่วยบำรุงรักษาระบบประสาทให้แข็งแรงและช่วยการสร้างเม็ดเลือดแดง ส่วนขมิ้นแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ และช่วยฆ่าเชื้อไวรัสในระบบทางเดินอาหารได้   ส่วนผสม ปลาหมึกไข่             500    กรัม ขมิ้นหั่น                    4        ช้อนโต๊ะ กระเทียมหั่น             4        ช้อนโต๊ะ พริกไทยเม็ด             1        ช้อนโต๊ะ เกลือ                        2        ช้อนชา วิธีทำ ล้างปลาหมึกให้สะอาด ซับน้ำให้แห้ง ตำขมิ้น กระเทียม พริกไทยเม็ด เกลือ รวมกัน นำไป หมักปลาหมึกไว้ประมาณ 3 ชั่วโมง ย่างจนสุก กินกับน้ำจิ้มตามชอบ    


เพิ่มเติม

ภาค กลาง

ข้าวผัดน้ำพริกปลาทู

  ความเป็นมา น้ำพริกกะปิเป็นน้ำพริกคู่ครัวไทยที่เรียกได้ว่ากินกันทุกบ้านเพราะทำง่ายและเก็บได้นานปลาที่กินคู่กันได้อร่อยที่สุดก็คือปลาทู จนมีสำนวนติดปากว่า “น้ำพริกปลาทู” และการกินน้ำพริกให้อร่อยคือต้องนำไปคลุกกับข้าวและปลารวมกัน  ข้าวผัดจานนี้จึงเหมือนนำของเหลือติดครัวมาปรุงเป็นจานใหม่ได้อร่อยอย่างไม่น่าเบื่อ   คุณค่าทางโภชนาการ ข้าวผัดจานนี้เป็นอาหารครบ 5 หมู่ ถ้ากินกับผักสด ได้คาร์โบไฮเดรทจากข้าว โปรตีนจากกะปิและปลาทูซึ่งมีไขมันโอเมก้า 3 สูงระดับแนวหน้าของปลาทะเล ไขมันจากน้ำมันที่  ผัด และผักสดที่กินแนมไปด้วยกันมีวิตามิน เกลือแร่ และกากใยสูง   ส่วนผสม ข้าวหุงสุก                 2        ถ้วย เนื้อปลาทู                 80      กรัม น้ำพริกกะปิ               3        ช้อนโต๊ะ น้ำมันสำหรับผัด         1        ช้อนโต๊ะ   วิธีทำ ตั้งกระทะใส่น้ำมัน พอร้อนใส่ข้าวพร้อมน้ำพริกกะปิ ปลาทู ผัดจนเข้ากัน ตักขึ้น กินกับผักสดต่างๆ เช่น ถั่วฝักยาว มะเขือเปราะ ขมิ้นขาว เป็นต้น    


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire