SLider section

ก๋วยเตี๋ยวราดหน้า

ภาค กลาง

  • recipe image cover

ก๋วยเตี๋ยวราดหน้า

 

 

ความเป็นมา

ก๋วยเตี๋ยวราดหน้าเป็นอาหารจานเดียวประเภทเส้นของคนจีนกวางตุ้ง ได้ข้ามาเป็นที่รู้จักในประเทศไทยในสมัยที่มีการอพยพเข้ามาของชาวจีนและคนจีนที่มีฝีมือทางด้านทำอาหารได้เปิดร้านเพื่อขายก๋วยเตี๋ยวราดหน้า เนื่องจากเป็นอาหารจานเดียวที่ทำได้ง่ายและเป็นที่นิยม จึงกลายเป็นที่แพร่หลายมาจนปัจจุบัน

 

คุณค่าทางโภชนาการ

ก๋วยเตี๋ยวราดหน้าจัดเป็นอาหารเส้นที่มีคุณค่าอาหารครบ 5 หมู่ เส้นก๋วยเตี๋ยวทำจากแป้งข้าวเจ้า ในปริมาณ 100 กรัมจะให้พลังงาน 220 กิโลแคลอรีเพราะเส้นจะมีน้ำมันเคลือบ ในขณะที่ข้าวหุงสุก 100 กรัมให้พลังงาน 110 กิโลแคลอรี ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ราดหน้าหมู 1 จานให้พลังงาน  397 กิโลแคลอรี

 

ส่วนผสม

ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่            120    กรัม

เนื้อหมู                              50      กรัม

ผักคะน้าหั่น                        50      กรัม

เต้าเจี้ยว                              2        ช้อนโต๊ะ

ซีอิ๊ว                                    1        ช้อนชา

น้ำซุป                                   1        ถ้วย

แป้งมันสำปะหลัง                 2        ช้อนโต๊ะ (ผสมน้ำเล็กน้อย)

น้ำมันสำหรับผัด                  2        ช้อนโต๊ะ

 

วิธีทำ

ตั้งกระทะใส่น้ำมันเล็กน้อยพอเคลือบกระทะ พอร้อนใส่เส้นลงไปผัดให้เส้นกระจายและไม่ให้ติดกัน ใส่ซีอิ๊วเล็กน้อย ผัดจนหอม ตักขึ้นใส่จานผัดหมูกับน้ำมัน พอสุกใส่ผักคะน้า เติมน้ำซุปเล็กน้อย ใส่เต้าเจี้ยว รอจนเดือด เติมแป้งมันสำปะหลังให้พอเหนียว ตักราดเส้นที่ผัดไว้ เสิร์ฟ

 

 

ภาค อีสาน

ลาบหมู

ความเป็นมา ลาบ เป็นอาหารท้องถิ่นของทางภาคอีสานและภาคเหนือ โดยนำเนื้อสัตว์มาสับให้ละเอียดแล้วคลุกกับเครื่องปรุง ลาบจะเป็นเมนูที่ทำให้สุกก่อนรับประทาน   คุณค่าทางโภชนาการ นอกจากโปรตีนจากเนื้อหมู ส่วนผสมของลาบมีสรรพคุณที่หลากหลาย เช่นหอมแดง ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ บำรุงหัวใจผักชีฝรั่ง ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ใบสะระแหน่ช่วยบำรุงสายตา คลายเครียด ต้นหอม ช่วยป้องกันอาการท้องผูกและลดคอเลสเตอรอลในกระแสเลือด   ส่วนผสม เนื้อหมูสับ                  150    กรัม หอมแดงซอย             10      กรัม ต้นหอมซอย                1        ช้อนโต๊ะ ผักชีฝรั่งหั่นหยาบ        1        ช้อนโต๊ะ ใบสะระแหน่                 10      กรัม ข้าวคั่วป่น                     2        ช้อนโต๊ะ พริกป่น                         1        ช้อนโต๊ะ น้ำปลา                         2        ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว                     2        ช้อนโต๊ะ   วิธีทำ นำหมูสับไปรวนในกระทะด้วยไฟอ่อนให้พอสุก ปิดไฟตักใส่ถ้วยผสมใส่หอมแดง ลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากันปรุงรสด้วย ข้าวคั่ว พริกป่นน้ำปลา และน้ำมะนาวใส่ต้นหอม ผักชีฝรั่ง และใบสะระแหน่ลงไป คลุกเคล้าพอเข้ากันตักใส่จาน เสิร์ฟพร้อมผักเคียงเช่น แตงกวา ถั่วฝักยาว กะหล่ำปลี


เพิ่มเติม

ภาค อีสาน

ไส้อ่อนย่าง

    ความเป็นมา ไส้อ่อนหมู เป็นเครื่องในที่นิยมนำมาประกอบอาหาร เพราะรสสัมผัสที่เหนียวนุ่ม ยิ่งเคี้ยวยิ่งมีรสชาติ จึงเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก การนำไส้อ่อนมาย่างยิ่งเพิ่มรสชาติให้ไส้อ่อนอร่อยมากยิ่งขึ้น   คุณค่าทางโภชนาการ ไส้อ่อนมีโปรตีน ช่วยซ่อมแซมร่างกายในส่วนที่สึกหรอกระเทียมช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อในร่างกายส่วนผสม   ส่วนผสม ไส้อ่อน                    350    กรัม รากผักชี                   20      กรัม กระเทียม                   5        กรัม พริกไทยป่น              ½       ช้อนชา ซอสหอยนางรม         2 ½    ช้อนชา ซอสปรุงรส               2 ½    ช้อนชา ซีอิ้วขาว                   2 ½    ช้อนชา น้ำตาลทราย             ½       ช้อนชา เกลือป่น                    1        ช้อนชา ตะไคร้หั่น                   10      กรัม ใบมะกรูด                     3        ใบ   วิธีทำ โขลกรากผักชี กระเทียม พริกไทยป่น ให้ละเอียด พักไว้ ต้มน้ำสะอาดใส่ตะไคร้ ใบมะกรูดและเกลือจนเดือดนำไส้อ่อนลงไปต้มประมาณ 45 นาทีเมื่อไส้อ่อนนิ่ม ตักขึ้นมาหั่นใส่ชามผสมไว้ ใส่รากผักชีกระเทียมพริกไทยที่โขลกไว้ และเครื่องปรุงทั้งหมดคลุกเคล้าให้เข้ากันหมักทิ้งไว้ 10-15 นาทีนำมาย่างด้วยไฟอ่อนๆ จนด้านนอกเปลี่ยนสี หั่นใส่จานทานกับน้ำจิ้มแจ่ว      


เพิ่มเติม

ภาค ใต้

หลนปูเค็ม

    ความเป็นมา หลน จัดเป็นเครื่องจิ้มอย่างหนึ่งของไทย น้ำขลุกขลิกใส่กะทิ มีรสหวานจากกะทิและน้ำตาลมะพร้าว กินกับผักสดต่างๆ ทางใต้มีพื้นที่ติดทะเลจึงมีปูมากและนำมาทำปูเค็มซึ่งจัดเป็นการถนอมอาหารอย่างหนึ่งให้เก็บไว้กินได้นาน ใช้เพื่อปรุงรสเค็มในการทำหลนนี้ด้วย   คุณค่าทางโภชนาการ ปูเป็นซีฟู้ดที่มีโพแทสเซียมและสังกะสีสูง ส่วนผสมสมุนไพร เช่น หอม ตะไคร้ พริกขี้หนู ทำให้มีกลิ่นหอมชวนกินแล้ว ยังให้ความรู้สึกสดชื่น และหลนเป็นเครื่องจิ้มที่มีรสจัดจึงทำให้กินผักสดต่างๆ ได้มาก วิตามินและเกลือแร่จึงได้มากจากผักสด เช่น ขมิ้นขาว สายบัว มะเขือเปราะ ที่กินเป็นเครื่องเคียงนี้เอง   ส่วนผสม ปูเค็ม หั่นครึ่ง            5        ตัว หัวกะทิ                       1        ถ้วย หอมแดงซอย             30      กรัม ตะไคร้ซอย                 50      กรัม พริกขี้หนูซอย             5        กรัม น้ำตาลมะพร้าว          3        ช้อนโต๊ะ   วิธีทำ ตั้งกะทิพอเดือดใส่หอม ตะไคร้ คนให้เข้ากัน เมื่อเดือดอีกครั้งใส่ปู ปรุงรสด้วยน้ำตาลมะพร้าว พอเดือด ชิมรส กินกับผักสดต่างๆ เช่น ใบบัวบก แตงกวา มะเขือเปราะ เป็นต้น    


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire