SLider section

ขนมกล้วย

ภาค เหนือ

  • recipe image cover

ขนมกล้วย

 

 

ความเป็นมา

ขนมกล้วย หรือเข้าหนมกล้วย เป็นขนมซึ่งชาวล้านนานิยมทำรับประทาน โดยใช้แป้งข้าวเจ้าและกล้วยน้ำว้าเป็นส่วนผสมหลัก

 

คุณค่าทางโภชนาการ

กล้วยน้ำว้าช่วยแก้โรคกระเพาะได้ดีเนื่องจากมีสารแทนนิน ซึ่งมีฤทธิ์ในการเคลือบรักษากระเพาะและลำไส้ป้องกันการติดเชื้อ และยังมีฤทธิ์ในการช่วยลดกรดในกระเพาะอาหารได้เป็นอย่างดี

 

ส่วนผสม

กล้วยน้ำว้าสุก           500    กรัม

น้ำตาลทราย             500    กรัม

แป้งข้าวเจ้า              300    กรัม

แป้งมัน                      100    กรัม

มะพร้าวขูด                 1        ถ้วย

กะทิ                             3        ถ้วย

เกลือป่น                      1        ช้อนชา

 

วิธีทำ

นำกล้วยน้ำว้า แป้งข้าวเจ้า กะทิ ใส่ลงในอ่างผสม ขยำกล้วยให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่น้ำตาลทราย แล้วนวดให้เข้ากันจนน้ำตาลละลายฉีกใบตอง ทำเป็นกรวย แล้วใช้ไม้กลัด กลัดใบตองตักส่วนผสมใส่ลงในกรวยให้เต็ม วางกรวยขนมในรูของลังถึง โรยมะพร้าวขูด นึ่งไฟกลาง ประมาณ 20 นาที

 

 

ภาค ใต้

ยำปลาอินทรีเค็ม

    ความเป็นมา ด้วยความที่พื้นที่ภาคใต้ติดกับทะเลจึงมีอาหารทะเลมากรวมทั้งปลาอินทรี จึงนำมาทำปลาเค็มเพื่อเก็บไว้กินได้นาน การนำมาทอด และยำโดยใส่หอมซอย พริกขี้หนู น้ำมะนาว จึงเป็นวิธีการปรุงง่าย ๆ อย่างหนึ่งที่กินได้อร่อย   คุณค่าทางโภชนาการ ปลาอินทรีเค็มมีโปรตีนมากกว่าปลาสดในปริมาณที่เท่ากันเนื่องจากน้ำที่ระเหยไป แต่มีโซเดียมมากเราจึงกินได้น้อย การนำมายำให้มีรสเผ็ด เปรี้ยว เค็ม และมีหอมแดงซอยทำให้กินได้อร่อย หอมแดงมีคุณสมบัติช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ ป้องกันการแข็งตัวของเลือด และในยาแผนโบราณใช้แก้หวัดคัดจมูกได้   ส่วนผสม ปลาอินทรีเค็มทอด               100    กรัม หอมแดงซอยบาง                 30      กรัม พริกขี้หนูซอย                        3        กรัม น้ำมะนาว                                1        ช้อนโต๊ะ น้ำตาล                                   1/2     ช้อนชา วิธีทำ โรยหอมแดง พริกขี้หนู น้ำตาล น้ำมะนาว บนชิ้นปลา คลุกรวมกันก่อนรับประทาน    


เพิ่มเติม

ภาค กลาง

ขนมจีนซาวน้ำ

ความเป็นมา ขนมจีน มาจากภาษามอญว่า “คะนอม” คำว่า จีน มีความหมายว่า สุก จึงสันนิษฐานว่าไทยรับการทำขนมจีนมาจากชาวมอญตั้งแต่โบราณ และเข้ามาในราชสำนักในสมัยรัชกาลที่ 4 ขนมจีนซาวน้ำนี้น่าจะเป็นจานที่คนภาคกลาง คิดสร้างสรรค์ขึ้นในฤดูร้อนที่ต้องการกินอะไรเย็นๆ รสหวาน ๆ เปรี้ยวๆ แก้ร้อน ขนมจีนซาวน้ำอาจเปรียบได้กับสลัดเย็นของฝรั่ง จัดเป็นอาหารสุขภาพของไทยได้อีกจานหนึ่ง   คุณค่าโภชนาการ แม้ว่าขนมจีนทำมาจากแป้งข้าวเจ้า แต่มีส่วนของน้ำมาก ขนมจีน 1 จับ (ประมาณ 72 กรัม) ให้พลังงานเพียง 80 กิโลแคลอรี นอกจากนี้ยังมีสับปะรด กับน้ำมะนาวที่ให้วิตามินซี เมื่อกินแล้วจะรู้สึกสดชื่น มีขิงที่ช่วยขับลม กุ้งแห้งให้โปรตีน และกระเทียมที่ช่วยลดคอเรสเตอรอล จัดเป็นอาหารจานสมดุลที่ไม่ทำให้อ้วนและเหมาะกับคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก   ส่วนผสม ขนมจีน                                     300 กรัม สับปะรดเนื้อฉ่ำหั่นฝอย                1     ถ้วย กุ้งแห้งตำ                                  ½    ถ้วย ขิงอ่อนหั่นฝอย                          40   กรัม กระเทียมซอยบาง                       2     ช้อนโต๊ะ น้ำปลา                                     3     ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย                              3     ช้อนโต๊ะ หัวกะทิ                                     ½    ถ้วย เกลือเล็กน้อย วิธีทำ ผสมน้ำตาลทราย น้ำปลา ในหม้อนำขึ้นตั้งไฟอ่อน ใส่กระเทียมซอยบางลงไปตั้งให้เริ่มเดือด ยกลงพักไว้ให้เย็น จากนั้นเคี่ยวหัวกะทิกับเกลือให้งวดลงพักไว้ให้เย็น จัดขนมจีนลงในจาน ราดด้วยน้ำปรุงรส ใส่กุ้งแห้ง สับปะรด ขิงอ่อน ราดหน้าด้วยกะทิเล็กน้อย จัดเสิร์ฟ


เพิ่มเติม

ภาค ใต้

ต้มกะทิหน่อไม้กุ้งสด

ความเป็นมา คนใต้ชอบกินแกงกะทิแต่ไม่นิยมเป็นแกงเผ็ดเสมอไป แกงนี้จึงเป็นแกงกะทิรสหวานตามธรรมชาติ ที่ช่วยให้หวานขึ้นจากหน่อไม้ที่มีมากในฤดูฝน ใส่เนื้อสัตว์อย่างกุ้งสดที่ช่วยให้กะทิหอมหวานยิ่งขึ้น และใส่สะตอเนื้อนุ่มกรุบรสมัน เพิ่มความอร่อยได้อีกหลายเท่าตัว   คุณค่าทางโภชนาการ หน่อไม้เป็นต้นอ่อนของไผ่ที่มาพร้อมกับฤดูฝน พอฝนโปรยก็จะแทงหน่อข้างๆ ต้นไผ่ เนื้อจะชุ่มน้ำ รสหวาน มีแคลเซียมและฟอสฟอรัสพอสมควร มีกากใยสูงที่ช่วยในการขับถ่าย แกงนี้เป็นแกงกะทิรสหวานตามธรรมชาติที่ใส่สะตอเม็ดเขียวที่ให้ทั้งพลังงานและโปรตีน สะตอ 100 กรัมมีโปรตีนถึง 8 กรัม และเมื่อใส่กุ้งสดซึ่งเป็นโปรตีนจากเนื้อสัตว์ แกงนี้จึงมีโปรตีนทั้งจากพืชและสัตว์ครบถ้วน   ส่วนผสม กุ้งสด                                       200    กรัม หน่อไม้สดหั่นเป็นชิ้นบาง        200    กรัม สะตอ                                        80      กรัม กะทิ                                           2        ถ้วย กระเทียมบุบ                             10      กรัม เกลือ น้ำตาล อย่างละเล็กน้อย   วิธีทำ ลวกหน่อไม้เตรียมไว้ นำกะทิขึ้นตั้งไฟใส่กระเทียม เมื่อกะทิเดือดใส่หน่อไม้ลงไป ใส่สะตอ รอให้เดือดอีกครั้งใส่กุ้ง ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาล    


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire