SLider section

ข้าวเหนียวมะม่วง

ภาค กลาง

  • recipe image cover

ข้าวเหนียวมะม่วง

 

 

ความเป็นมา

ข้าวเหนียวมะม่วงเป็นของหวานดั้งเดิมของไทยที่นำข้าวเหนียวมามูนกับน้ำกะทิ รสมันหวาน เค็ม กินกับมะม่วงสุกที่มีรสเปรี้ยวอมหวาน เป็นรสชาติที่เข้ากันมาก มะม่วงที่กินกับข้าวเหนียวต้องแก่จัดและมีรสหวานจัดด้วยจึงจะอร่อย พันธุ์ที่นิยม เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้ มะม่วงอกร่อง เป็นของหวานที่คนต่างชาตินิยมมาก

 

คุณค่าทางโภชนาการ

มะม่วงสุกสีเหลืองสวยมีวิตามินซี เบต้าแคโรทีน และย่อยง่าย ข้าวเหนียวมูนที่มีกะทิเป็นส่วนผสมมีไขมันและพลังงานค่อนข้างสูง แต่กะทิในข้าวเหนียวมูนช่วยทำให้วิตามินเอและอีจากมะม่วงดูดซึมได้ดีขึ้น และเนื้อมะม่วงสุกช่วยชะลอให้น้ำตาลจากข้าวเหนียวดูดซึมช้าลง ข้าวเหนียวมูน 100 กรัม และมะม่วงสุกครึ่งลูกขนาดย่อมให้พลังงาน 350 กิโลแคลอรี

 

ส่วนผสม

ข้าวเหนียว                         4        ถ้วย

กะทิคั้นข้น                         2        ถ้วย

น้ำตาลทราย                       ¼       ถ้วย

เกลือป่น                            2        ช้อนชา

มะม่วงสุกหวาน เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้ มะม่วงอกร่อง

 

วิธีทำ

แช่ข้าวเหนียวไว้ประมาณ 3 ชั่วโมง นำไปนึ่งจนสุก ผสมกะทิ น้ำตาล เกลือ ตั้งไฟจนน้ำตาลละลายและเดือดทั่ว นำไปค่อยๆ เทใส่ข้าวเหนียวที่นึ่งเสร็จร้อนๆ หรือมูนกับข้าวเหนียว หาฝาปิดไว้จนข้าวเหนียวระอุดี จัดใส่จานกินกับมะม่วงสุก

 

 

 

 

ภาค อีสาน

หมกปลาดุก

    ความเป็นมา หมกปลาดุก เป็นอาหารที่ทำได้ไม่ยาก สามารถหาส่วนผสมได้ทั่วไป หมกคือการห่อด้วยใบตองและทำให้สุกด้วยการนึ่ง ดังนั้นคุณค่าทางสารอาหารจึงอยู่ครบถ้วน มากกว่าการทำอาหารประเภทอื่นๆ   คุณค่าทางโภชนาการ เนื้อปลาดุกย่างมีสรรพคุณคือ มีโปรตีนสูง และไขมันต่ำ ผักชีลาวช่วยหยุดการเจริญเติบโตของเชื้อโรคต่างๆในร่างกาย ช่วยลดคอเลสเตอรอลลดกรดไหลย้อน ลดอาการนอนไม่หลับ แถมมีแคลเซียมช่วยบำรุงกระดูกและฟัน   ส่วนผสม ปลาดุกหั่นชิ้น                      600    กรัม พริกขี้หนูแดง                      5        เม็ด ตะไคร้หั่น                          2        ช้อนโต๊ะ น้ำปลา                                2        ช้อนโต๊ะ ใบแมงลัก                           1/2     ถ้วยตวง ต้นหอมหั่น                         1/2     ถ้วยตวง ผักชีลาวหั่น                        ½       ถ้วยตวง น้ำปลาร้า                            2        ช้อนโต๊ะ ข้าวเบือ                                 2        ช้อนโต๊ะ   วิธีทำ โขลกพริกขี้หนู และตะไคร้ให้ละเอียด นำไปคลุกเคล้ากับปลาดุกในอ่างผสม ใส่ใบแมงลัก ต้นหอม ผักชีลาว น้ำปลา น้ำปลาร้า และข้าวเบือ คลุกเคล้าให้เข้ากันตักส่วนผสมใส่ใบตองพอประมาณ แล้วห่อให้สนิท จากนั้นนำไปนึ่งจนสุก พร้อมเสิร์ฟ      


เพิ่มเติม

ภาค เหนือ

แกงแคปลา

ความเป็นมา แกงแค เป็นแกงที่มีผักหลายชนิด คล้ายต้มจับฉ่ายของชาวจีน ผักที่เป็นส่วนผสมหลัก ส่วนใหญ่ประกอบด้วย ตำลึง ชะอม ใบชะพลู ผักชีฝรั่ง มะเขือพวง และดอกแค   คุณค่าทางโภชนาการ แกงแคจะมีเกลือแร่และวิตามินจากผักต่างๆที่ใส่ลงไป เช่นแคลเซียมที่ได้จากใบชะพลูช่วยบำรุงกระดูกและฟัน และช่วยป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน  ผักกวางตุ้งช่วยในการขับถ่าย ถ่ายสะดวก ป้องกันโรคท้องผูก ชะอมช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ เนื่องจากมีวิตามินเอสูง ยอดชะอมช่วยลดความร้อนในร่างกายได้   ส่วนผสม ปลาช่อนหั่นท่อน                  400    กรัม ถั่วฝักยาว                          200    กรัม ชะอม                               80      กรัม ผักชีฝรั่งหั่นหยาบ                 20      กรัม ใบชะพลู                            10      กรัม มะเขือเปราะ                      50      กรัม ผักกวางตุ้ง                         100    กรัม ยอดตำลึง                          80      กรัม น้ำปลา                             2        ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่า                            3        ถ้วยตวง น้ำมันพืช สำหรับผัด ส่วนผสมน้ำแกง พริกแห้ง                            10      เม็ด เกลือป่น                            1        ช้อนชา ข่าซอย                              1        ช้อนชา ตะไคร้ซอย                         2        ช้อนโต๊ะ กระเทียม                           1        ช้อนโต๊ะ หอมแดง                            2        ช้อนโต๊ะ กะปิ                                   2        ช้อนชา ปลาร้าสับ                          1        ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ปั่นหรือตำส่วนผสมพริกแกงให้ละเอียด นำลงไปผัดกับน้ำมันจนมีกลิ่นหอม ใส่น้ำตั้งไฟต่อจนเดือด ใส่ปลาช่อนลงไปต้มในน้ำแกงจนสุกดี จากนั้นปรุงรส ใส่ผักต่างๆ ต้มจนผักสุกนุ่ม ตตักขึ้นเสิร์ฟร้อนๆ


เพิ่มเติม

ภาค กลาง

ไข่ลูกเขย

ความเป็นมา ไข่ลูกเขยเป็นอาหารที่คนไทยประยุกต์ขึ้น เพื่อหาวิธีกินไข่ต้มให้ได้รสอร่อยอย่างที่ตนเองชอบและคุ้นเคย คือ รสเปรี้ยวหวาน จึงผัดน้ำมะขามเปียกกับน้ำตาลปี๊บ คล้ายกับซอสของฝรั่งแล้วนำไปราดหน้าไข่ต้มที่นำไปทอดให้เปลือกนอกเป็นสีน้ำตาล และโรยหน้าด้วยหอมเจียวเพื่อให้มีกลิ่นหอม   คุณค่าทางโภชนาการ ไข่เป็นแหล่งโปรตีนที่หาง่าย ราคาถูก มีวิตามินและแร่ธาตุมากมาย ที่สำคัญคือ วิตามินบี 12 ซึ่งจำเป็นสำหรับการทำงานของระบบประสาท ในไข่แดงยังมีไขมันเลซิธินซึ่งทำหน้าที่ขนถ่ายคอเลสเตอรอลในเลือด และจำเป็นต่อกระบวนการเผาผลาญไขมัน และยังเป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์สมองและใยประสาท ไข่ 1 ฟอง (50 กรัม) โดยทั่วไปมีโปรตีน 6.5 กรัม ไขมัน 6 กรัม และคอเลสเตอรอล 180-250 มิลลิกรัม   ส่วนผสม ไข่ต้มสุกแกะเปลือกออก              6     ลูก น้ำตาลปี๊บ                                 ½    ถ้วย น้ำปลา                                     2     ช้อนโต๊ะ น้ำมะขามเปียก                           2     ช้อนโต๊ะ น้ำ                                           2     ช้อนโต๊ะ หอมเจียว                                  2     ช้อนโต๊ะ ผักชี พริกชี้ฟ้า สำหรับโรยหน้า วิธีทำ ตั้งน้ำมันบนไฟกลางให้เริ่มร้อน นำไข่ต้มลงไปทอดให้เปลือกเป็นสีเหลืองสวย ตักขึ้นผ่าเป็น 2 ซีก พักไว้ ตั้งกระทะอีกใบเคี่ยวน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา น้ำมะขามเปียก และน้ำสะอาด ให้เข้ากันและข้นขึ้น ใส่หอมเจียวครึ่งหนึ่งลงไปในน้ำซอส คนให้พอเข้ากัน จากนั้นนำไปราดบนไข่ โรยด้วยหอมเจียว ผักชี และพริกชี้ฟ้าหรือพริกแห้งทอด


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire