SLider section

คั่วตับหมู

ภาค เหนือ

  • recipe image cover

คั่วตับหมู

ความเป็นมา

ในอดีตชาวล้านนานิยมทานเนื้อสัตว์เฉพาะในงานบุญงานเทศกาลเท่านั้น อาหารที่ทำจากเนื้อสัตว์จึงถูกยกให้เป็นเมนูที่หาทานได้ยาก แต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรองานบุญงานเทศกาลก็สามารถหาทานได้อย่างแพร่หลาย

 

คุณค่าทางโภชนาการ

ตับหมูเป็นแหล่งของโปรตีนและธาตุเหล็ก ช่วยในการสร้างการเจริญเติบโตของร่างกายและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ อีกทั้งยังได้วิตามินและเกลือแร่จากส่วนผสมต่างๆ

 

ส่วนผสม

หมูสามชั้นหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ                   200       กรัม

ตับหมู เครื่องในหมู หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ    200       กรัม

น้ำมันพืช

ใบมะกรูด                                                   5        กรัม

ต้นหอมซอย                                              1        ช้อนโต๊ะ

ผักชีซอย                                                    1        ช้อนโต๊ะ

น้ำปลา                                                        1        ช้อนชา

ส่วนผสมพริกแกง

พริกแห้ง                                     7        เม็ด

หอมแดง                                     20      กรัม

กระเทียม                                    15      กรัม

ข่าซอย                                       1        ช้อนโต๊ะ

ตะไคร้ซอย                                 1        ช้อนโต๊ะ

รากผักชีซอย                              1        ช้อนชา

กะปิ                                             1        ช้อนชา

วิธีทำ

ตำหรือปั่นส่วนผสมพริกแกงให้ละเอียดพักไว้ ตั้งกระทะบนไฟอ่อน นำพริกแกงลงไปผัดให้หอม ใส่หมูสามชั้นและเครื่องในลงไปผัดให้พอสุก ปรุงรส ผัดให้เข้ากันจนสุกทั่ว ใส่ใบมะกรูด ผัดให้เข้ากัน ตักขึ้น โรยต้นหอม และผักชี

ภาค เหนือ

รถด่วนทอด

ความเป็นมา รถด่วน หรือหนอนเยื่อไผ่ อาศัยอยู่ตามปล้องไม้ไผ่ กินเยื่อไผ่เป็นอาหาร รถด่วน ถ้าจะให้อร่อยต้องนำมาทอดกรอบ รสชาติจะออกมันๆ มีโปรตีนสูง นอกจากนั้นสามารถนำมาทำน้ำพริกรถด่วนได้อีกหนึ่งเมนู   คุณค่าทางโภชนาการ หนอนเยื่อไผ่ มีคุณค่าทางโภชนาการและมีประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะให้โปรตีนสูงและมีไขมันต่ำ   ส่วนผสม ตัวหนอนเยื่อไผ่                    300    กรัม เกลือป่น                                1        ช้อนชา น้ำมันพืชสำหรับทอด   วิธีทำ นำหนอนเยื่อไผ่มาคลุกเคล้ากับเกลือให้ทั่ว พักไว้สักครู่ จากนั้นตั้งน้ำมันสำหรับทอดบนกระทะให้ร้อน นำหนอนเยื่อไผ่ลงไปทอดให้เหลืองกรอบ ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน รับประทานกับซอสปรุงรส


เพิ่มเติม

ภาค กลาง

กุ้งอบวุ้นเส้น

ความเป็นมา กุ้งอบวุ้นเส้นเป็นอาหารจีนที่มีวุ้นเส้นและกุ้งตัวใหญ่ซึ่งเป็นซีฟู้ดที่คนจีนชอบกิน นำมาปรุงกับน้ำมันหอย ใส่รากผักชี กระเทียม พริกไทย และพริกชวงเจียวหรือพริกเสฉวนที่ไม่ได้มีลักษณะเป็นเม็ดพริก แต่มีลักษณะเป็นดอกคล้ายเม็ดพริกไทยซึ่งมีรสเผ็ดจนลิ้นชา กุ้งอบวุ้นเส้นควรปรุงในหม้อดิน ปิดฝาตั้งไฟจนกว่าจะสุก และเสิร์ฟทั้งหม้อดินเพราะจะเก็บความร้อนได้ดี   คุณค่าทางโภชนาการ ส่วนผสมหรือเครื่องปรุงหลักของกุ้งอบวุ้นเส้นคือน้ำมันหอยหรือน้ำมันหอยนางรม ซึ่งทำมาจากหอยนางรมสดนำไปหมัก ผสมกับซีอิ๊ว น้ำตาล และสารประกอบอื่นๆ จนเป็นซอสเหนียวข้น หอยนางรมมีวิตามินต่างๆ อยู่มาก มีแร่ธาตุประเภทเหล็ก ทองแดง สังกะสี ที่บำรุงเลือด แต่ปัจจุบันหอยนางรมราคาแพงจึงใช้สารสกัดและส่วนผสมอื่นๆ มาผสมแทน หอยนางรมให้แคลอรีค่อนข้างสูง มีน้ำตาลมาก กุ้งอบวุ้นเส้น 1 ชามให้พลังงาน 300 กิโลแคลอรี   ส่วนผสม วุ้นเส้นหั่นสั้นแช่น้ำให้นุ่ม                                  150    กรัม กุ้งตัวใหญ่                                                           200    กรัม มันหมูหั่นเป็นชิ้น                                                  50      กรัม รากผักชีกระเทียม พริกไทย ตำหยาบรวมกัน        3    ช้อนโต๊ะ พริกชวงเจียวคั่วบุบ                                              1    ช้อนโต๊ะ น้ำมันหอย                                                            3     ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วขาว                                                                1    ช้อนโต๊ะ น้ำสะอาด                                                               1   ถ้วย ขึ้นฉ่ายหั่นเป็นชิ้นยาว                                            30   กรัม วิธีทำ ใส่มันหมูไว้ก้นหม้อดิน ใส่รากผักชี กระเทียม พริกไทย พริกชวงเจียว วุ้นเส้น และกุ้ง ผสมน้ำมันหอย ซีอิ๊วและน้ำ คนให้เข้ากัน เทใส่ลงในหม้อดิน ปิดฝา ตั้งไฟจนสุก ใส่ขึ้นฉ่ายหั่นคนให้เข้ากัน ปิดฝาพักไว้ซักครู่ เสิร์ฟร้อนๆ    


เพิ่มเติม

ภาค ใต้

ปลากระบอกต้มส้มโหนด

ความเป็นมา ต้มโนด หรือ น้ำส้มโหนด เป็นน้ำส้มสายชูหมักจากน้ำตาลโตนด ซึ่งเป็นการทำน้ำตาลหวานที่ได้จากต้นตาลมาทำเป็นน้ำตาลเปรี้ยว หรือน้ำสายชูเปรี้ยว นับเป็นภูมิปัญญาของคนใต้ที่นำพืชท้องถิ่นมาแปรรูปได้อย่างสร้างสรรค์ นำมาต้มปลากระบอกที่หาได้ในท้องถิ่น เป็นรสชาติธรรมชาติจากท้องถิ่นโดยแท้จริง   คุณค่าทางโภชนาการ น้ำส้มสายชูหมักเป็นการหมักตามกรรมวิธีธรรมชาติ รสจะไม่เปรี้ยวจัด เมื่อหมักจากน้ำตาลโตนด ทำให้มีกลิ่นเปรี้ยวหอมที่นำไปทำอาหารได้กลิ่นเป็นเอกลักษณ์ชวนกิน น้ำส้มสายชูให้รสเปรี้ยวมีวิตามินซีที่ช่วยป้องกันโรคหวัดคัดจมูกได้อย่างดี จานนี้มีรสเปรี้ยวหวาน คล้ายต้มส้มของภาคกลาง จึงทำให้กินปลาที่มีโปรตีนได้อร่อย และไม่มีไขมันให้กังวลใจ  ส่วนผสม ปลากระบอกตัวขนาดกลาง           500 กรัม น้ำส้มสายชูตาลโตนด หรือน้ำส้มโหนด  ½    ถ้วย ขมิ้นยาว 2 นิ้วบุบ                 1     ชิ้น ตะไคร้บุบ                            30   กรัม หอมแดงบุบ                         40   กรัม พริกขี้หนูบุบ                         5     กรัม น้ำตาลแว่น                           20   กรัม เกลือ                                     1     ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ตั้งน้ำสะอาด 5 ถ้วย ใส่ตะไคร้ ขมิ้น และหอมแดง บนไฟแรงจนเดือด ใส่ปลากระบอกลงไปต้มจนสุก ปรุงรสด้วยน้ำส้มสายชู น้ำตาล และเกลือ ใส่พริกขี้หนู รอให้เดือดอีกครั้ง ตักเสิร์ฟร้อนๆ


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire