SLider section

ซุปหน่อไม้

ภาค อีสาน

  • recipe image cover

ซุปหน่อไม้

ความเป็นมา

หน่อไม้คือวัตถุดิบซึ่งนิยมทานกันมากในภาคอีสาน การนำหน่อไม้มาปรุงรสทำให้หน่อไม้มีรสชาติดีขึ้นมาก อีกทั้งยังได้คุณค่าของสารอาหารจากส่วนผสมอันหลากหลายอีกด้วย

 

คุณค่าทางโภชนาการ

หน่อไม้มีเส้นใยอาหารจำนวนมากจึงทำให้ช่วยระบบขับถ่ายได้เป็นอย่างดีนอกจากนั้น น้ำใบย่านางยังช่วยเสริมสร้างภูมิต้านโรคในร่างกายให้แข็งแรง

 

ส่วนผสม

หน่อไม้ต้ม                          150    กรัม

น้ำใบย่านาง                       2        ถ้วย

หอมแดงซอย                      15      กรัม

ต้นหอมซอย                         1        ช้อนโต๊ะ

ผักชีฝรั่งหั่นหยาบ                 1        ช้อนโต๊ะ

ใบสะระแหน่                        10      กรัม

ข้าวคั่วป่น                             2        ช้อนโต๊ะ

พริกป่น                                3        ช้อนโต๊ะ

น้ำปลา                                2        ช้อนโต๊ะ

น้ำมะนาว                             2        ช้อนโต๊ะ

 

วิธีทำ

ตั้งน้ำให้เดือดแล้วนำหน่อไม้ไปลวก จากนั้นนำมาล้างทำความสะอาด นำมากรีดให้เป็นเส้นๆ ด้วยส้อมแล้วหั่นเป็นท่อนๆ เมื่อได้เส้นหน่อไม้แล้วทำการคั้นเอาน้ำ พักให้สะเด็ดน้ำ นำน้ำใบย่านางใส่หม้อตั้งเตา รอให้น้ำเดือดแล้วนำหน่อไม้ไปต้มกับน้ำใบย่างนางจนเข้ากันดี ยกลงพักไว้ตักหน่อไม้และน้ำขึ้นมาในอ่างผสม ปรุงรสด้วย น้ำปลา น้ำมะนาว ข้าวคั่ว พริกป่น ใส่หอมแดง ต้นหอมผักชีฝรั่ง คลุกเคล้าให้เข้ากัน จัดใส่จานโรยหน้าด้วยใบสะระแหน่

 

 

ภาค เหนือ

แอบปลากุ้ง

    ความเป็นมา แอบปลากุ้งนิยมใช้ปลาตัวเล็กกับกุ้งฝอยเป็นส่วนผสมร่วมกัน เนื่องจากหาได้ง่าย สามารถรับประทานได้ทั้งตัว   คุณค่าทางโภชนาการ ปลาและกุ้งตัวเล็กเป็นแหล่งแคลเซียม ช่วยในการเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ตะไคร้แก้และบรรเทาอาการหวัด อาการไอ ข่าช่วยบำรุงร่างกาย กระเทียมช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อในร่างกายช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง และช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย   ส่วนผสม ปลาตัวเล็ก               200    กรัม กุ้งฝอย                      200    กรัม ต้นหอมหั่นฝอย          2        ช้อนโต๊ะ ผักชีหั่นฝอย                2        ช้อนโต๊ะ ใบมะกรูดหั่นฝอย         2        ช้อนโต๊ะ ใบตอง ไม้กลัด ส่วนผสมน้ำพริกแกง พริกสด                    7        กรัม ตะไคร้ซอย               3        ช้อนโต๊ะ ขมิ้นซอย                  1        ช้อนชา ข่าซอย                      1        ช้อนชา กระเทียมซอย            2        ช้อนโต๊ะ หอมแดงซอย             3        ช้อนโต๊ะ กะปิ                        1        ช้อนชา เกลือป่น                  1        ช้อนชา วิธีทำ โขลกพริก เกลือ ข่า ตะไคร้ ขมิ้น กระเทียม หอมแดง จนละเอียด ใส่กะปิ โขลกให้เข้ากันอีกครั้งใส่ปลาและกุ้งลงในเครื่องพริกแกงที่โขลกไว้ คลุกเคล้าให้เข้ากันใส่ผักชี ต้นหอม ใบมะกรูด เคล้าให้เข้ากัน ตักใส่ใบตอง กลัดด้วยไม้กลัด แล้วนำไปย่างจนสุก  


เพิ่มเติม

ภาค เหนือ

น้ำพริกอ่อง

ความเป็นมา น้ำพริกอ่องมีมะเขือเทศเป็นส่วนผสมหลัก เป็นอีกหนึ่งน้ำพริกของชาวล้านนาที่นิยมรับประทานกันอย่างแพร่หลาย  ลักษณะเด่นของน้ำพริกอ่อง คือ มีรสชาติที่ครบ ทั้งเปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด นิยมรับประทานกับผักสดหรือผักต้มก็ได้   คุณค่าทางโภชนาการ มะเขือเทศช่วยบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื่นสดใส ไม่แห้งกร้าน มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดและชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง และมีวิตามินเอมีส่วนช่วยในการบำรุงสายตา   ส่วนผสม มะเขือเทศผลเล็ก                 200    กรัม เนื้อหมูสับละเอียด                300    กรัม น้ำมันพืช                                2        ช้อนโต๊ะ น้ำปลา                                    2        ช้อนโต๊ะ ต้นหอม ผักชีหั่นหยาบ           3        ช้อนโต๊ะ ส่วนผสมพริกแกง พริกชี้ฟ้าแห้ง                      8        เม็ด กระเทียม                            10      กรัม เกลือป่น                              1        ช้อนชา หอมแดงซอย                      30      กรัม ถั่วเน่าชนิดแผ่นย่างไฟ        20      กรัม รากผักชี                               1        ช้อนโต๊ะ กะปิ                                      1        ช้อนชา   วิธีทำ ปั่นหรือตำส่วนผสมพริกแกงจนละเอียด นำลงไปผัดให้มีกลิ่นหอมใส่หมูสับผัดจนสุก ใส่มะเขือเทศลงไปผัดจนสุกนุ่มและเริ่มแห้งลงเล็กน้อย ปรุงรสด้วยน้ำปลา ชิมรส เมื่อได้ที่ดีแล้วตักขึ้นโรยต้นหอมและผักชี เสิร์ฟ    


เพิ่มเติม

ภาค กลาง

ตะโก้

    ความเป็นมา ตะโก้เป็นขนมไทยที่ใช้แป้งข้าวเจ้า และแป้งถั่วเขียว มาผสมน้ำตาล และน้ำลอยดอกมะลิ ที่มีกลิ่นเป็นเอกลักษณ์หอมชื่นใจ กวนรวมกันให้มีเนื้อสัมผัสนุ่มหนึบ และราดหน้าด้วยหัวกะทิรสเค็มมัน เนื้อสัมผัสนุ่มเนียนเหมือนวิปครีมของฝรั่ง ตะโก้จึงเป็นขนมยอดนิยมที่ขายดีในต่างประเทศ   คุณค่าทางโภชนาการ น้ำตาลซึ่งเป็นส่วนผสมหลักและรสชาติโดดเด่นในขนมหวาน จัดเป็นคาร์โบไฮเดรทเช่นเดียวกับแป้ง ในกระบวนการย่อยอาหารน้ำตาลต่างๆ จะเปลี่ยนเป็นกลูโคส ตะโก้มีส่วนผสมของกะทิที่หยอดหน้า ซึ่งมีไขมันอิ่มตัว แม้ว่าจะเป็นขนมชิ้นเล็กแต่ก็ไม่ควรกินมาก เกินไป นักโภชนาการแนะนำว่าวันหนึ่งไม่ควรกินน้ำตาลเกิน 6-8 ช้อนชา   ส่วนผสม แป้งข้าวเจ้า                                          1        ถ้วย แป้งมันสำปะหลัง                                 ½       ถ้วย แป้งถั่ว                                                  ¼       ถ้วย น้ำลอยดอกมะลิ                                    4        ถ้วย แห้ว /เผือกนึ่ง/ เม็ดบัวนึ่งหั่นชิ้นเล็ก    1        ถ้วย   ส่วนผสมน้ำเชื่อม น้ำ 1 ถ้วย น้ำตาลทราย 2 ถ้วย ส่วนผสมกะทิราดหน้า หัวกะทิ 1 ½ ถ้วย แป้งข้าวเจ้า ¾ ถ้วย เกลือ 1 ½ ช้อนชา ผสมรวมกัน ตั้งไฟจนข้น   วิธีทำ ผสมแป้งทั้ง 3 ชนิด นวดกับน้ำลอยดอกมะลิ โดยค่อยๆ ใส่น้ำทีละน้อยจนหมด นำไปตั้งไฟกวน  ค่อยๆ เติมน้ำเชื่อมไปเรื่อยๆ จนแป้งสุก ใส่แห้วจีน กวนจนข้นเหนียว ตักใส่กระทงและหยอดหน้ากะทิ    


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire