SLider section

ตะโก้

ภาค กลาง

  • recipe image cover

ตะโก้

 

 

ความเป็นมา

ตะโก้เป็นขนมไทยที่ใช้แป้งข้าวเจ้า และแป้งถั่วเขียว มาผสมน้ำตาล และน้ำลอยดอกมะลิ ที่มีกลิ่นเป็นเอกลักษณ์หอมชื่นใจ กวนรวมกันให้มีเนื้อสัมผัสนุ่มหนึบ และราดหน้าด้วยหัวกะทิรสเค็มมัน เนื้อสัมผัสนุ่มเนียนเหมือนวิปครีมของฝรั่ง ตะโก้จึงเป็นขนมยอดนิยมที่ขายดีในต่างประเทศ

 

คุณค่าทางโภชนาการ

น้ำตาลซึ่งเป็นส่วนผสมหลักและรสชาติโดดเด่นในขนมหวาน จัดเป็นคาร์โบไฮเดรทเช่นเดียวกับแป้ง ในกระบวนการย่อยอาหารน้ำตาลต่างๆ จะเปลี่ยนเป็นกลูโคส ตะโก้มีส่วนผสมของกะทิที่หยอดหน้า ซึ่งมีไขมันอิ่มตัว แม้ว่าจะเป็นขนมชิ้นเล็กแต่ก็ไม่ควรกินมาก

เกินไป นักโภชนาการแนะนำว่าวันหนึ่งไม่ควรกินน้ำตาลเกิน 6-8 ช้อนชา

 

ส่วนผสม

แป้งข้าวเจ้า                                          1        ถ้วย

แป้งมันสำปะหลัง                                 ½       ถ้วย

แป้งถั่ว                                                  ¼       ถ้วย

น้ำลอยดอกมะลิ                                    4        ถ้วย

แห้ว /เผือกนึ่ง/ เม็ดบัวนึ่งหั่นชิ้นเล็ก    1        ถ้วย

 

ส่วนผสมน้ำเชื่อม น้ำ 1 ถ้วย น้ำตาลทราย 2 ถ้วย

ส่วนผสมกะทิราดหน้า หัวกะทิ 1 ½ ถ้วย แป้งข้าวเจ้า ¾ ถ้วย เกลือ 1 ½ ช้อนชา ผสมรวมกัน ตั้งไฟจนข้น

 

วิธีทำ

ผสมแป้งทั้ง 3 ชนิด นวดกับน้ำลอยดอกมะลิ โดยค่อยๆ ใส่น้ำทีละน้อยจนหมด นำไปตั้งไฟกวน  ค่อยๆ เติมน้ำเชื่อมไปเรื่อยๆ จนแป้งสุก ใส่แห้วจีน กวนจนข้นเหนียว ตักใส่กระทงและหยอดหน้ากะทิ

 

 

ภาค ใต้

หมูผัดกะปิ

ความเป็นมา จานนี้เป็นอาหารธรรมดาหาทานง่ายที่ใช้เนื้อสัตว์อย่างหมูมาผัดกับกะปิ เครื่องปรุงติดครัวที่มีกันทุกบ้านมาผัดรวมกัน เพิ่มรสชาติให้อร่อยด้วยรสหวานนิดๆ จากน้ำตาลปี๊บ แต่ยังต้องมีรสเค็มและกลิ่นที่หอมกะปิ อีกทั้งยังต้องใส่สะตอซึ่งถือเป็นผักประจำถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของทางใต้   คุณค่าทางโภชนาการ หมูเป็นเนื้อสัตว์ที่ให้โปรตีนและไขมันสูง อีกทั้งกะปิต้องใช้มากและผัดจนเคลือบชิ้นหมู สะตอเนื้อนุ่มกรอบ รสมัน กลิ่นรุนแรง ต่างก็ให้โปรตีนสูง และจะยิ่งได้สารอาหารสมบูรณ์ยิ่งขึ้นเมื่อกินร่วมกับเนื้อสัตว์ ถือได้ว่าเป็นกับข้าวที่อุดมไปด้วยโปรตีนอีกจานหนึ่ง   ส่วนผสม สันคอหมูหั่นบาง            500 กรัม กะปิ                               ½    ถ้วย กระเทียม                      1/4  ถ้วย น้ำตาลปี๊บ                    3     ช้อนโต๊ะ พริกขี้หนูสวน               1     ช้อนโต๊ะ สะตอ                           1     ถ้วย   วิธีทำ ผัดกะปิ และกระเทียมกับน้ำมันพืชเล็กน้อยให้พอมีกลิ่นหอม ใส่หมูผัดให้พอสุก ใส่สะตอ ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ ใส่พริกขี้หนู ผัดเร็วๆ ให้สุกทั่ว ตักเสิร์ฟ


เพิ่มเติม

ภาค อีสาน

ไข่กระทะ

  ความเป็นมา ไข่กระทะคืออาหารเช้าที่หาทานได้ในจังหวัดทางภาคอีสานที่มีชายแดนติดกับประเทศลาว เช่น อุบลราชธานี อุดรธานี เป็นอาหารที่ได้รับอิทธิพลมาจากอาหารฝรั่งเศสในช่วงที่ประเทศลาว และเวียดนามยังอยู่ในอาณานิคมของประเทศฝรั่งเศส   คุณค่าทางโภชนาการ ไข่ไก่ อุดมไปด้วยวิตามิน และแร่ธาตุต่างๆมากมายช่วยลดความดันโลหิต เป็นแหล่งโปรตีนที่เหมาะกับคนที่ไม่รับประทานเนื้อสัตว์เป็นอย่างมาก   ส่วนผสม ไข่ไก่                       2        ฟอง หมูสับรวน                20      กรัม กุนเชียง                   20      กรัม หมูยอ                       30      กรัม เนยสด                      1/2     ช้อนโต๊ะ ต้นหอมซอย พริกไทยป่น   วิธีทำ ตั้งกระทะ ใส่เนยสด จากนั้นตอกไข่ใส่ในกระทะ รอจนไข่สุกประมาณครึ่งหนึ่ง ใส่หมูสับ กุนเชียง หมูยอ เมื่อไข่สุกยกออกจากเตา โรยหน้าด้วยต้นหอมและพริกไทยป่น      


เพิ่มเติม

ภาค ใต้

ปลาหมึกย่างขมิ้น

    ความเป็นมา ปลาหมึกและขมิ้นเป็นของที่มีมากทางใต้และนิยมนำมาทำอาหารในรูปแบบต่างๆ ปลาหมึกย่างเป็นของปิ้งย่างที่กินกันทั่วไปรสชาติตามความชอบของแต่ละภาค ทางใต้นำมาหมักขมิ้นให้มีสีเหลืองสวยและหอมกลิ่นกระเทียม   คุณค่าทางโภชนาการ ปลาหมึกเป็นซีฟู้ดที่มีคอเลสเตอรอลสูง แต่ก็มีกรดไขมันโอเมก้า 3 สูงเช่นกัน ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้ร่างกายมีคอเลสเตอรอลสูงมากเกินไป และยังมีวิตามินบี 12 ซึ่งจำเป็นและช่วยบำรุงรักษาระบบประสาทให้แข็งแรงและช่วยการสร้างเม็ดเลือดแดง ส่วนขมิ้นแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ และช่วยฆ่าเชื้อไวรัสในระบบทางเดินอาหารได้   ส่วนผสม ปลาหมึกไข่             500    กรัม ขมิ้นหั่น                    4        ช้อนโต๊ะ กระเทียมหั่น             4        ช้อนโต๊ะ พริกไทยเม็ด             1        ช้อนโต๊ะ เกลือ                        2        ช้อนชา วิธีทำ ล้างปลาหมึกให้สะอาด ซับน้ำให้แห้ง ตำขมิ้น กระเทียม พริกไทยเม็ด เกลือ รวมกัน นำไป หมักปลาหมึกไว้ประมาณ 3 ชั่วโมง ย่างจนสุก กินกับน้ำจิ้มตามชอบ    


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire