SLider section

ตำมะเขือยาว

ภาค เหนือ

  • recipe image cover

ตำมะเขือยาว

 

 

ความเป็นมา

มะเขือยาวเป็นผักพื้นบ้านที่หาทานได้ทั่วไป มีประโยชน์และคุณค่าทางโภชนาการมากมาย สามารถนำมาประกอบอาหารได้ปลายประเภท ชาวล้านนานิยมนำมาตำเป็นน้ำพริกเพื่อเพิ่มรสชาติให้อร่อยมากยิ่งขึ้น

 

คุณค่าทางโภชนาการ

มะเขือยาวมีสารช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระช่วยยับยั้งการดูดซึมของคอเลสเตอรอล มีส่วนช่วยรักษาหลอดเลือดโลหิตและหัวใจให้เป็นปกติช่วยป้องกันการเกิดโรคความดันโลหิตสูง และแคลเซียมจากมะเขือยาวยังช่วยบำรุงกระดูกและฟัน

 

ส่วนผสม

มะเขือยาว               300    กรัม

พริกหนุ่ม                 60      กรัม

กระเทียม                 30      กรัม

หอมแดง                  30      กรัม

กะปิเผา                   1        ช้อนชา

เกลือ                       1        ช้อนชา

ผักชี หั่น                  2        ช้อนโต๊ะ

ต้นหอม หั่น              2        ช้อนโต๊ะ

กระเทียม สับ            1        ช้อนโต๊ะ

น้ำปลา                     2        ช้อนโต๊ะ

น้ำมันพืช

 

วิธีทำ

นำมะเขือยาว หอมแดง กระเทียม พริกหนุ่ม เผาไฟ แล้วปอกเปลือกออกให้หมด นำพริกหนุ่มโขลกกับเกลือให้ละเอียด ใส่กระเทียม หอมแดง กะปิ โขลกให้เข้ากัน ใส่มะเขือยาว โขลกให้เข้ากัน พักไว้ ตั้งกระทะใส่น้ำมัน เจียวกระเทียมสับจนหอม ใส่ส่วนผสมที่โขลกไว้ลงผัด ปรุงรสด้วยน้ำปลา ใส่ต้นหอม ผักชี ตักขึ้น

 

 

 

 

ภาค เหนือ

น้ำพริกหนุ่ม

ความเป็นมา พริกหนุ่ม คือพริกที่ยังไม่แก่จัด มีสีเขียวและมีรสเผ็ด น้ำพริกหนุ่ม เป็นน้ำพริกที่มีลักษณะข้น เป็นอาหารของชาวล้านนาที่รู้จักและนิยมกันอย่างแพร่หลาย นิยมซื้อเป็นของฝากเมื่อมาเที่ยวทางภาคเหนือ รับประทานกับแคบหมูและผักสด   คุณค่าทางโภชนาการ พริกหนุ่มมีสารแคปไซซินเป็นตัวช่วยทำให้น้ำตาลในเลือดลดลง จึงช่วยในการบำบัดโรคเบาหวานได้ ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์   ส่วนผสม พริกหนุ่ม                   80      กรัม กระเทียมซอย            2        ช้อนโต๊ะ หอมแดงซอย             2        ช้อนโต๊ะ เกลือป่น                     1        ช้อนชา ผักชีซอย                    1        ช้อนโต๊ะ   วิธีทำ เผา หรือคั่วพริกหนุ่มจนนุ่ม ลอกเปลือกที่ไหม้ออก หั่นเป็นท่อนพักไว้ จากนั้นนำหอมแดงกับกระเทียมตำให้ละเอียด ใส่พริกหนุ่มตำให้แหลกและเข้ากัน ปรุงรสด้วยเกลือ ตักขึ้นเสิร์ฟ โรยหน้าด้วยผักชีซอย    


เพิ่มเติม

ภาค อีสาน

ลาบปลาช่อนทอด

  ความเป็นมา ปลาในภาคอีสานมีให้เลือกทานหลายชนิด ปลาช่อนเป็นหนึ่งในปลาที่นิยมทานกันมาก เพราะเนื้อแน่นและมีรสชาติอร่อยสามารถนำมาทำเป็นเมนูได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็น ย่าง ทอด แกง และลาบ   คุณค่าทางโภชนาการ ปลาช่อนมีโปรตีนที่ย่อยง่ายกว่าเนื้อสัตว์ชนิดอื่นๆ ทำให้ระบบการย่อยอาหารไม่ต้องทำงานหนัก นอกจากนี้ปลายังมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายหลายชนิด อีกทั้งยังมีโอเมก้า3ซึ่งเป็นโครงสร้างไขมันที่สำคัญในสมองและจอประสาทตา   ส่วนผสม ปลาช่อนบั้งลำตัว ขนาด 400 กรัม           1        ตัว หอมแดงซอย                                  40      กรัม น้ำปลา                                            2        ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว                                         4        ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ                                        1        ช้อนโต๊ะ พริกป่น                                            1        ช้อนโต๊ะ ข้าวคั่ว                                             2        ช้อนโต๊ะ ต้นหอมซอย                                     10      กรัม ผักชีฝรั่ง หั่นหยาบ                            20      กรัม ใบสะระแหน่                                     10      กรัม   วิธีทำ นำปลาช่อนไปทอดให้เหลืองกรอบ จัดวางลงจานเตรียมน้ำยำโดยการผสม น้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาลปี๊บและพริกป่นเข้าด้วยกันคลุกเคล้า หอมแดงซอย ต้นหอมซอย  ผักชีฝรั่ง น้ำยำ และข้าวคั่วพอเข้ากันแล้วราดลงบนตัวปลาโรยหน้าด้วยใบสะระแหน่ เสิร์ฟพร้อมผักเคียง    


เพิ่มเติม

ภาค กลาง

สุกียากี้แห้ง

    ความเป็นมา สุกียากี้ เป็นภาษาญี่ปุ่นหมายถึงการย่างในกระทะร้อน แต่สุกียากี้ที่บ้านเรากินกันได้รับอิทธิพลมาจากจีนเพราะส่วนผสมหลักของน้ำจิ้มที่มีสีแดงทำมาจากเต้าหู้ยี้ วิธีรับประทานจะลวกเนื้อสัตว์ ผักต่างๆ ในน้ำซุปร้อนๆ และนิยมกินกันเป็นกลุ่มหลายคน  อีกทั้งสามารถดัดแปลงเป็นอาหารจานเดียวได้โดยผัดส่วนผสมอย่างวุ้นเส้น เนื้อสัตว์ ผัก แล้วใส่น้ำจิ้ม ไข่ เป็นสุกียากี้แห้ง ที่สามารถสั่งได้ในร้านอาหารตามสั่ง   คุณค่าทางโภชนาการ สุกียากี้มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์อย่างเช่นเนื้อหมู เนื้อวัว หรือซีฟู้ดต่างๆ ซึ่งจะให้โปรตีนที่สำคัญ ผักต่างๆ ที่นิยมใส่ เช่น ผักกาดขาว ผักบุ้ง มีวิตามิน เกลือแร่ และกากใย ส่วนผสมน้ำจิ้มซึ่งมีเต้าหู้ยี้เป็นส่วนผสมหลักทำจากถั่วเหลืองหมักอุดมไปด้วยโปรตีน เกลือแร่ เหล็ก และโพแทสเซียม ช่วยทำให้กระดูกแข็งแรง และบำรุงโลหิต จานนี้อาจจัดเป็นอาหารครบ 5 หมู่จานหนึ่ง   ส่วนผสมน้ำจิ้ม เต้าหู้ยี้ 1 ก้อน กระเทียมดองสับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ พร้อมน้ำกระเทียมดอง น้ำตาลปึก 1 ช้อนโต๊ะ น้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะ งาขาวบด 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันงา 1 ช้อนชา น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ พริกขี้หนูแห้งคั่วหั่น 2 เม็ด  น้ำเปล่า2 ช้อนโต๊ะ  ผสมทุกอย่างให้เข้ากัน เตรียมไว้   ส่วนผสม วุ้นเส้นแช่น้ำจนนิ่ม                         80      กรัม เนื้อหมู/เนื้อวัวหั่นบาง                50      กรัม เนื้อไก่                                         50      กรัม กุ้ง / ปลาหมึก ประมาณ             50      กรัม ผักกาดขาวหั่น                             50      กรัม ผักบุ้งหั่น                                     50      กรัม ขึ้นฉ่ายหั่น                                   20      กรัม ไข่                                                2        ฟอง น้ำจิ้มสุกียากี้ประมาณ                  ½       ถ้วย น้ำมันสำหรับผัด                            2        ช้อนโต๊ะ กระเทียมบุบ                                  2        กลีบ วิธีทำ หมักเนื้อสัตว์ ซีฟู้ดกับเกลือ พริกไทย ซีอิ๊ว และไข่ 1 ฟอง คลุกให้เข้ากันไว้สักครู่ตั้งกระทะใส่น้ำมันพอร้อน เจียวกระเทียมพอหอม ใส่เนื้อสัตว์ลงไปผัดพอสุก ใส่วุ้นเส้น ผักทั้งหมดที่เตรียมไว้ ใส่น้ำเล็กน้อย ใส่น้ำจิ้มสุกียากี้ ผัดทั้งหมดรวมกัน ตอกไข่ใส่ ผัดเร็วๆ ตักขึ้นใส่จาน รับประทานร้อนๆ เสิร์ฟกับน้ำจิ้มสุกียากี้ตามชอบ    


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire