SLider section

น้ำพริกกะปิ

ภาค กลาง

  • recipe image cover

น้ำพริกกะปิ

ความเป็นมา

น้ำพริกคู่ครัวไทยที่มีมาตั้งแต่อดีตและกินกันทุกครัวเรือน กะปิเรียกได้ว่าเป็นอาหารร่วมของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กินกันทุกประเทศในรูปแบบต่างๆ กัน คำว่า”กะปิ” นี้ว่ากันว่าเพี้ยนมาจากคำว่า “งาปิ” ซึ่งเป็นภาษามอญ น้ำพริกกะปิของไทยต้องมีรสเผ็ด เปรี้ยว เค็ม หวาน และไม่ควรข้นเกินไปเพราะต้องกินกับข้าวและเครื่องเคียงอย่าง ปลาทู ผักสด และผักทอดต่างๆ

 

คุณค่าทางโภชนาการ

กะปิทำจากเคยหมักจึงให้แคลเซียมสูงมาก กะปิ 100 กรัม ให้แคลเซียมสูงถึง 1,554 มิลลิกรัม ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการแคลเซียมในแต่ละวัน ซึ่งจะช่วยทำให้กระดูกและฟันแข็งแรง ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน ในน้ำพริกยังมีกระเทียมที่ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด พริกกระตุ้นความอยากอาหาร และมะอึกที่มีรสเปรี้ยวทำให้น้ำพริกมีรสกลมกล่อม อร่อย ทำให้กินผักเครื่องเคียงต่างๆ ที่มีวิตามิน และกากใยได้อีกมากมาย

 

ส่วนผสม

กะปิอย่างดี เผาไฟ                      2     ช้อนโต๊ะ

กระเทียม                                   10   กรัม

กุ้งแห้งตำละเอียด                       2     ช้อนโต๊ะ

พริกขี้หนูเขียว แดง รวมกัน          10   กรัม

มะอึก ขูดขนออกหั่นบาง              60   กรัม

น้ำตาลปี๊บ                                 1     ช้อนโต๊ะ

น้ำปลา                                     2     ช้อนชา

น้ำมะนาว                                  2     ช้อนโต๊ะ

มะเขือพวงบุบ                            10   กรัม

เครื่องเคียง ปลาทูทอด ผักลวก เช่น หน่อไม้ ผักบุ้ง ผักทอด เช่น มะเขือยาวชุบไข่ทอด ไข่ชะอมทอด

วิธีทำ

ตำกระเทียม และกะปิให้เข้ากันดี ทำให้กลิ่นของกะปิและกระเทียมไม่แรงจนเกินไป จากนั้นใส่กุ้งแห้ง พริกขี้หนู ตำให้พริกพอแหลก ใส่มะอึก ตำเล็กน้อย ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา คนให้เข้ากัน จากนั้นตักออกจากครกจึงใส่น้ำมะนาว ชิมรสอีกครั้ง จึงใส่มะเขือพวงบุบ

ภาค เหนือ

แกงผักหวาน

ความเป็นมา ผักหวานสามารถหารับประทานได้ง่ายในภาคเหนือ ชาวล้านนาที่นิยมทานผักอยู่แล้วจึงนำมาดัดแปลงให้เป็นเมนูที่มีรสชาติอร่อย   คุณค่าทางโภชนาการ ผักหวานเป็นผักที่มีรสหวานเย็น จึงช่วยบรรเทาความร้อนในร่างกายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีโปรตีน และวิตามินซี อีกทั้งยังมีปริมาณของเส้นใยอาหารอยู่พอสมควร จึงช่วยในการขับถ่ายได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งปลาแห้งมีโปรตีนที่สามารถย่อยได้ง่ายอีกด้วย   ส่วนผสม ปลากรอบ                          1        ถ้วย ผักหวาน                            200    กรัม มะเขือเทศลูกเล็ก             30      กรัม วุ้นเส้น                               50      กรัม น้ำซุป                               3        ถ้วย ส่วนผสมพริกแกง พริกแห้ง                            3       เม็ด หอมแดง                           30     กรัม กระเทียม                          10      กรัม กะปิ                                    1       ช้อนชา ปลาร้าสับ                           1       ช้อนชา วิธีทำ ตำหรือปั่นส่วนผสมพริกแกงให้ละเอียด นำไปละลายกับน้ำซุปแล้วนำขึ้นตั้งไฟจนเดือด ใส่ปลากรอบ และมะเขือเทศลงต้มจนเดือด จากนั้นใส่ผักหวานต้มจนผักสุกนุ่ม ใส่วุ้นเส้น เมื่อเดือดอีกครั้งยกลง ตักเสิร์ฟร้อนๆ


เพิ่มเติม

ภาค กลาง

ผัดไทย

ความเป็นมา อาหารที่เล่ากันว่าคนไทยคิดขึ้นมาเพื่อแข่งกับผัดซีอิ๊วของจีน และเป็นอาชีพที่อยากให้คนไทยรู้จักค้าขายในสมัยจอมพลป. พิบูลสงคราม จึงมีลักษณะจีนปนไทยเพราะเส้นก๋วยเตี๋ยวและเทคนิคการผัดเส้นไฟแรงหอมกระทะเป็นเทคนิคการทำอาหารของจีน แต่มีการปรุงรสให้เผ็ด เปรี้ยว เค็ม หวานอย่างไทย ผัดไทยจึงกลายเป็นอาหารจานโปรดของทั้งคนจีนและไทย จนปัจจุบันกลายเป็นหนึ่งในอาหารที่รู้จักกันไปทั่วโลก   คุณค่าทางโภชนาการ ไขมันและไข่รวมทั้งกุ้งสดที่ใส่ในผัดไทยเป็นอาหารที่ให้พลังงานสูงสำหรับคนที่ต้องการพลังงานมาก โดยทั่วไปผัดไทย 1 จาน ให้พลังงาน 216.16 กิโลแคลอรี คาร์โบไฮเดรต 22.39 กรัม ไขมัน 10.84 กรัม โปรตีน 7.26 กรัม และแคลเซียม 67.98 มิลลิกรัม   ส่วนผสม ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กแช่น้ำจนนุ่ม พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ    100 กรัม น้ำมัน                                       6     ช้อนโต๊ะ กุ้งแกะเปลือก ผ่าหลัง                  100 กรัม กระเทียมสับ                               1     ช้อนชา หอมแดงสับ                               1     ช้อนโต๊ะ เต้าหู้แข็งหั่นชิ้นเล็ก                    2     ช้อนโต๊ะ กุ้งแห้งตัวเล็ก                             2     ช้อนโต๊ะ ไข่เป็ด                                      1     ฟอง น้ำปลา                                     2     ช้อนโต๊ะ น้ำตาล                                     2     ช้อนโต๊ะ น้ำมะขามเปียก                           2     ช้อนโต๊ะ ถั่วลิสงคั่วบุบหยาบ พริกป่น สำหรับโรยหน้า ผักแนม ถั่วงอก ใบกุยช่าย หัวปลี ใบบัวบก วิธีทำ ผสมน้ำตาล น้ำปลา และน้ำมะขามเปียกให้เข้ากัน พักไว้ จากนั้นผัดหอมแดง กระเทียม ให้หอม ใส่เต้าหู้ กุ้งสด ผัดให้พอสุก ใส่เส้นเล็กลงไปผัด ยีให้เส้นไม่เกาะกันเป็นก้อน เมื่อเส้นเริ่มสุกจึงใส่น้ำปรุงรสที่เตรียมไว้ผัดให้เข้ากันพักเส้นไว้ข้างกระทะ ตอกไข่ไก่ใส่ลงในกระทะตีให้พอแตก นำเส้นลงไปผัดกับไข่ ใส่กุ้งแห้งผัดเร็วๆ ตักขึ้นเสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียง


เพิ่มเติม

ภาค อีสาน

ซุปมะเขือเปราะ

ความเป็นมา คำว่าซุปเป็นภาษาอีสานแปลว่า ยำ ซุปมะเขือเปราะจึงเรียกให้เข้าใจง่ายๆว่า ยำมะเขือเปราะ เป็นอาหารที่นำเอาพื้นผักใกล้ตัวมาปรุงรสชาติให้น่าทานมากยิ่งขึ้น   คุณค่าทางโภชนาการ มะเขือเปราะอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิดช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด และช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้มะเขือเปราะมีประโยชน์ต่อตับอ่อน เพราะทำให้ตับแข็งแรงและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ   ส่วนผสม มะเขือเปราะ                      300    กรัม หมูสับ                               100    กรัม น้ำปลาร้า                           1        ช้อนโต๊ะ พริกชี้ฟ้าคั่ว                        20      กรัม กระเทียมคั่ว                       40      กรัม หอมแดงคั่ว                        30      กรัม กะปิ                                     1        ช้อนชา ต้นหอมซอย                       5        กรัม ผักชีซอย                            10      กรัม ใบสะระแหน่ สำหรับโรยหน้า วิธีทำ ต้มมะเขือเปราะจนสุกแล้วตักขึ้นมาพักไว้ให้เย็น จากนั้นนำหมูสับไปรวนจนสุกพักไว้คั่วพริก กระเทียม หอมแดง ให้สุก จากนั้นนำมาโขลกให้ละเอียด ใส่กะปิโขลกให้เข้ากันใส่มะเขือเปราะลงไปโขลกให้พอละเอียดและเข้ากับเครื่องปรุง ใส่หมูสับ คลุกเคล้าให้เข้ากันปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำปลาร้า ใส่ต้นหอม ผักชี จัดลงจานโรยหน้าด้วยใบสะระแหน่    


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire