SLider section

น้ำพริกกุ้งเสียบ

ภาค ใต้

  • recipe image cover

น้ำพริกกุ้งเสียบ

ความเป็นมา

กุ้งเสียบเป็นการถนอมอาหารอย่างหนึ่งของคนใต้ที่มีพื้นที่ติดทะเลและมีกุ้งมาก โดยนำกุ้งนางไม่แกะเปลือกมาเสียบไม้ ปิ้งไฟอ่อนๆ รมควันจนน้ำในตัวกุ้งแห้ง ทำให้เก็บได้นานและมีกลิ่นหอมรมควัน นำมาทำอาหารได้หลากหลาย แต่ที่นิยมมากที่สุด คือ น้ำพริก ซึ่งรสชาติและส่วนผสมไม่ต่างจากน้ำพริกของภาคกลาง ที่มีรสเปรี้ยว เค็ม หวาน แต่ทางใต้จะนิยมกินรสเผ็ดจัดมากกว่า

 

คุณค่าทางโภชนาการ

การรมควันหรือปิ้งไม่ทำให้โปรตีนในอาหารลดน้อยลง กุ้งเสียบจึงมีโปรตีนและยิ่งมีเปลือกจึงให้แคลเซียมสูงไปด้วย ส่วนผสมในน้ำพริก เช่น กระเทียม ช่วยลดคอเลสเตอรอล หอมแดงช่วยให้สดชื่น สิ่งสำคัญคือผักสดที่กินร่วมกันหรือที่คนใต้เรียกว่าถาดผักเหนาะ เพราะมีผักพื้นบ้านที่ให้วิตามิน และเบต้าแคโรทีนสูง เช่น ยอดมะม่วงหิมพานต์  ใบบัวบก ถั่วฝักยาว เป็นต้น

 

ส่วนผสม

กุ้งเสียบคั่วกรอบ            1     ถ้วย

หอมแดง                     30   กรัม

กระเทียม                    20   กรัม

กะปิย่างไฟ                   2     ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลปี๊บ                    2     ช้อนโต๊ะ

น้ำมะนาว                     3     ช้อนโต๊ะ

น้ำปลาดี                       1     ช้อนชา

พริกขี้หนู                     10   กรัม

วิธีทำ  

ตำกระเทียมและกะปิให้ละเอียด ใส่หอมแดง และพริกขี้หนู ตำให้ละเอียดดี ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ และน้ำปลา จากนั้นใส่กุ้งเสียบ อาจจะคนหรือใช้สากบุบให้พอเข้ากัน ตักขึ้น เติมน้ำมะนาวคนให้เข้ากันอีกครั้ง

ภาค กลาง

หมูสะเต๊ะ

ความเป็นมา หมูสะเต๊ะ เป็นอาหารปิ้งย่างที่คาดว่าได้รับอิทธิพลมาจากประเทศอินโดนีเซียซึ่งเป็นต้นกำเนิดของเนื้อสะเต๊ะ แต่ในประเทศไทยที่มีคนจีนมากและไม่นิยมกินเนื้อวัวจึงเปลี่ยนเป็นเนื้อหมู ส่วนผสมที่ใช้หมักเนื้อก็ยังมีลูกผักชี ยี่หร่า ขมิ้นหรือผงกะหรี่  และร้านขายหมูสะเต๊ะอร่อยๆ มักเป็นคนจีน หมูสะเต๊ะเป็นของว่างที่กินได้ตลอดวัน และนิยมสั่งกินก่อนอาหารมื้อหนัก   คุณค่าทางโภชนาการ เนื้อหมูมีวิตามินบี 12 และอุดมไปด้วยวิตามินแร่ธาตุต่างๆ มีโปรตีนที่ช่วยให้เด็กเจริญเติบโตได้เต็มที่ และช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย เนื้อสะเต๊ะจะอร่อยเมื่อมีมันหมูติดไปด้วยเล็กน้อย เพราะจะทำให้เนื้อนุ่มและไม่กระด้าง แต่ควรระวังไม่กินมันหมูมากเกินไปเพราะร่างกายอาจจะรับไขมันเกินความจำเป็น   ส่วนผสม เนื้อหมูสันนอกหั่นเป็นชิ้นยาวกว้าง      1        กก. กะทิ                                          1        ถ้วย   เครื่องสำหรับหมักหมู ลูกผักชีป่น 1 ช้อนโต๊ะ ยี่หร่าป่น 1 ช้อนชา น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ ผงกะหรี่ 1 ช้อนโต๊ะ เกลือ 1 ช้อนชา  น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ   วิธีทำ หมักหมูและเสียบไม้พักไว้ในตู้เย็นอย่างน้อย 3 ชั่วโมง นำหมูสะเต๊ะย่างไฟ ขณะย่างพรมกะทิไปด้วยเพื่อไม่ให้แห้ง พอสุกใส่จาน เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มและอาจาด   ส่วนผสมน้ำจิ้มและวิธีทำ กะทิ 3 ถ้วย น้ำพริกแกง ½ ถ้วย ถั่วลิงสงโขลกละเอียด 1/3 ถ้วย น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปึก 2 ช้อนโต๊ะ น้ำส้มมะขาม 2 ช้อนโต๊ะ เคี่ยวกะทิให้พอแตกมัน ใส่น้ำพริกลงไปผัดจนหอม ใส่ถั่วลิสง น้ำปลา น้ำตาล น้ำส้มมะขาม เคี่ยวต่อจนข้น ชิมรส ส่วนผสมอาจาดและวิธีทำ น้ำส้มสายชู 1/3 ถ้วย น้ำตาลทราย ½ ถ้วย เกลือป่น 2 ช้อนชา แตงกวาผ่าสี่หั่น 2 ลูก หอมแดงซอย 3 ช้อนโต๊ะ พริกชี้ฟ้าหั่นขวาง ½ เม็ด ผสมน้ำส้มสายชู น้ำตาล เกลือ ตั้งไฟ พอทุกอย่างละลายยกลง พักไว้ให้เย็น จัดแตงกวา หอมแดง พริกชี้ฟ้าใส่ชาม ราดน้ำอาจาด


เพิ่มเติม

ภาค อีสาน

ไก่ย่าง

ความเป็นมา ไก่ย่างเป็นอาหารขึ้นชื่อที่ทานคู่กับข้าวเหนียวส้มตำได้เป็นอย่างดี ไก่ย่างในภาคอีสานมีมากมายหลายสูตร ที่ขึ้นชื่อจะมี ไก่ย่างเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่นและ ไก่ย่างวิเชียรบุรีจังหวัดเพชรบูรณ์   คุณค่าทางโภชนาการ ไก่เป็นแหล่งอาหารที่ให้โปรตีนมีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย และหาทานได้ง่าย อีกทั้งเครื่องเทศที่นำไปหมักยังมีคุณค่าทางโภชนาการ    เช่น กระเทียม ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อในร่างกาย   วิธีทำ ไก่ตัวละ 2 กิโลกรัม              1        ตัว ตะไคร้บด                          30      กรัม กระเทียมบด                       3        ช้อนโต๊ะ รากผักชีบด                        2        ช้อนโต๊ะ พริกไทยดำบด                   1        ช้อนโต๊ะ ใบเตย                               2        ใบ น้ำมันหอย                         2        ช้อนโต๊ะ ซีอิ้วขาว                            1        ช้อนโต๊ะ หอมแดงบด                      3        ช้อนโต๊ะ นมสด                               ¼       ถ้วยตวง เกลือ                                1        ช้อนชา   วิธีทำ ผ่าไก่ออกเป็น 2 ส่วนตามความยาว หมักไก่ด้วยตะไคร้ กระเทียม รากผักชี พริกไทยดำ น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว หอมแดง นมสด และเกลือเข้าด้วยกัน ขยำด้วยใบเตยให้ส่วนผสมคลุกเคล้าให้ทั่ว หมักทิ้งไว้ 4 – 6 ชั่วโมง จากนั้นนำมาย่างให้สุก เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มแจ่ว    


เพิ่มเติม

ภาค อีสาน

ไส้กรอกอีสาน

ความเป็นมา ไส้กรอกอีสาน เป็นอาหารพื้นบ้านของชาวอีสาน มีรสชาติที่กลมกล่อมจากส่วนผสมที่มีเอกลักษณ์ลงตัว เป็นภูมิปัญญาโบราณ ที่ใช้ในการถนอมอาหารจากเนื้อสัตว์ที่มีมานานและเป็นวิธีการหมักบ่มให้มีรสเปรี้ยวด้วยข้าวสุกที่เหลือจากการรับประทานในแต่ละวันอีกด้วย   คุณค่าทางโภชนาการ ไส้กรอกมีเนื้อสัตว์ที่ให้โปรตีน นอกจากนั้นยังมี ตะไคร้ ช่วยแก้และบรรเทาอาการหวัด อาการไอกระเทียมไทยช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อในร่างกาย   ส่วนผสม ไส้หมู                                 1        กิโลกรัม หมูสับเนื้อส่วนสะโพก       1        กิโลกรัม มันหมูสับ                          ½       กิโลกรัม ตะไคร้บด                         2        ช้อนโต๊ะ เกลือ                               2        ช้อนโต๊ะ น้ำตาล                            1        ช้อนโต๊ะ พริกไทยขาวบด              2        ช้อนโต๊ะ พริกไทยดำบด                2        ช้อนโต๊ะ ข้าวสวยสุก                      1        ถ้วย   วิธีทำ ล้างไส้หมูให้สะอาด พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ จากนั้นผสมเนื้อหมู มันหมู ข้าวสวยสุก ตะไคร้เข้าด้วยกัน ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาลพริกไทยขาว พริกไทยดำ นำไปใส่ลงในไส้หมูที่เตรียมไว้ ใช้ด้าน หรือเชือกมัดให้เป็นข้อๆ หมักทิ้งไว้ในตู้เย็น 1 คืน จากนั้นนำมาผึ่งลมไว้อีก 2 – 3 วัน ก่อนจะนำมาปิ้งหรือทอดจนสุก กินคู่กับขิงดองและกะหล่ำปลีสด


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire