SLider section

น้ำพริกมะม่วง

ภาค กลาง

  • recipe image cover

น้ำพริกมะม่วง

ความเป็นมา

ในฤดูร้อนมะนาวที่คนไทยใช้ตำน้ำพริกจะออกลูกยากและมีราคาแพง จึงใช้ผลไม้รสเปรี้ยวอื่นๆ เช่น มะม่วง มาทำเป็นน้ำพริกแทน น้ำพริกมะม่วงเป็นอาหารพื้นบ้านที่กินกันทั่วไปเพราะมะม่วงในเมืองไทยหาได้ง่าย วิธีการตำและส่วนผสมก็คล้ายกับน้ำพริกทั่วไปของไทยคือ ใส่กะปิ กุ้งแห้ง กระเทียม พริก

 

คุณค่าทางโภชนาการ 

มะม่วงดิบมีวิตามินซี ใยอาหาร และเบต้าแคโรทีนสูง ซึ่งเป็นสารต้านออกซิเดชันที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย และยังป้องกันอันตรายจากอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสี่ยงจากการเป็นมะเร็งบางชนิดได้ น้ำพริกมะม่วงมีโปรตีนจากกะปิและกุ้งแห้ง ไม่มีไขมัน และรสเปรี้ยวในมะม่วงยังช่วยให้ร่างกายสดชื่นเหมาะกับฤดูร้อนที่อากาศร้อนอบอ้าว

 

ส่วนผสม

มะม่วงเปรี้ยวสับฝอย                     80   กรัม

กุ้งแห้งป่น                                    1     ช้อนโต๊ะ

กระเทียมกลีบเล็ก                        10   กรัม

พริกขี้หนู                                      5     กรัม

พริกชี้ฟ้าหั่นเป็นข้อสั้น                15   กรัม

กะปิย่างไฟให้หอม                       1     ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลปี๊บ                                    1     ช้อนโต๊ะ

น้ำปลา                                         1     ช้อนชา

น้ำส้มคั้น                                      1     ช้อนโต๊ะ

เครื่องเคียง เช่น ปลาสลิดทอดฟู ผักสด เช่น ถั่วพู มะเขือเปราะ ขมิ้นขาว แตงกวา เป็นต้น

วิธีทำ

ตำกะปิกับกระเทียมให้ละเอียด จากนั้นใส่กุ้งแห้ง และพริกชี้ฟ้าลงไปตำ ใส่พริกขี้หนูตำพอแหลก ใส่มะม่วงใช้สากบุบให้พอช้ำ ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำส้มคั้น และน้ำปลา ตักขึ้นเสิร์ฟคู่เครื่องเคียงต่างๆ

ภาค กลาง

ข้าวคลุกกะปิ

ความเป็นมา กะปิเป็นเครื่องปรุงก้นครัวของไทยมาแต่โบราณ ใช้ทำอาหารได้หลายหลายทั้งแกง ผัด และปรุงเป็นน้ำพริก ให้รสเค็มและมีกลิ่นหอม ข้าวคลุกกะปิเป็นอาหารจานเดียวของคนโบราณที่นำกะปิมาคลุกกับข้าว กินกับเครื่องเคียงต่างๆ ที่มีรสอร่อยหลายรสในจานเดียว เช่น รสหวานจากหมูหวาน เปรี้ยวจากมะม่วง เผ็ดจากพริกขี้หนู และมีเนื้อสัมผัสทั้งกรอบจากกุ้งแห้งทอด และนุ่มจากไข่เจียว   คุณค่าทางโภชนาการ กะปิทำมาจากเคยที่นำมาหมัก มีแคลเซียมสูงมากช่วยบำรุงกระดูก ซึ่งเป็นสารตัวเดียวกับที่มีอยู่ในนม กะปิมีวิตามินบี 12 สูงมาก ซึ่งร่างกายสร้างเองไม่ได้ จึงต้องมาจากอาหารที่รับประทาน วิตามินบี 12 นั้นจะช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง  และยังมีไขมันโอเมก้า 3 ชนิดเดียวกับปลาทะเลน้ำลึก จึงช่วยเรื่องโลหิตอุดตันและโรคหัวใจได้อย่างดี ส่วนผสม ข้าวหุงสุกร้อน                            4       ถ้วย กะปิ                                            2     ช้อนโต๊ะ (เผาไฟให้หอม) กระเทียมสับ                               2     ช้อนโต๊ะ น้ำมัน                                         4     ช้อนโต๊ะ หมูหวานทั้งน้ำและเนื้อ               150 กรัม กุ้งแห้งทอด                                20   กรัม น้ำมะนาว                                     2     ช้อนโต๊ะ หอมแดงซอย                              40   กรัม มะม่วงเปรี้ยวซอย                        40   กรัม ไข่เจียวทอดบางและหั่นฝอย         80   กรัม พริกขี้หนูซอย ผักชีสำหรับโรยหน้า วิธีทำ ผัดกะปิ น้ำมัน กระเทียมให้เข้ากัน และมีกลิ่นหอม จากนั้นนำข้าวลงไปผัด โดยผัดให้กะปิเคลือบข้าวให้ทั่ว เป็นสีเทาแดงเท่าๆกัน จากนั้นตักขึ้น เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียง และมะนาวหั่นเสี้ยว


เพิ่มเติม

ภาค เหนือ

คั่วตับหมู

ความเป็นมา ในอดีตชาวล้านนานิยมทานเนื้อสัตว์เฉพาะในงานบุญงานเทศกาลเท่านั้น อาหารที่ทำจากเนื้อสัตว์จึงถูกยกให้เป็นเมนูที่หาทานได้ยาก แต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรองานบุญงานเทศกาลก็สามารถหาทานได้อย่างแพร่หลาย   คุณค่าทางโภชนาการ ตับหมูเป็นแหล่งของโปรตีนและธาตุเหล็ก ช่วยในการสร้างการเจริญเติบโตของร่างกายและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ อีกทั้งยังได้วิตามินและเกลือแร่จากส่วนผสมต่างๆ   ส่วนผสม หมูสามชั้นหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ                   200       กรัม ตับหมู เครื่องในหมู หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ    200       กรัม น้ำมันพืช ใบมะกรูด                                                   5        กรัม ต้นหอมซอย                                              1        ช้อนโต๊ะ ผักชีซอย                                                    1        ช้อนโต๊ะ น้ำปลา                                                        1        ช้อนชา ส่วนผสมพริกแกง พริกแห้ง                                     7        เม็ด หอมแดง                                     20      กรัม กระเทียม                                    15      กรัม ข่าซอย                                       1        ช้อนโต๊ะ ตะไคร้ซอย                                 1        ช้อนโต๊ะ รากผักชีซอย                              1        ช้อนชา กะปิ                                             1        ช้อนชา วิธีทำ ตำหรือปั่นส่วนผสมพริกแกงให้ละเอียดพักไว้ ตั้งกระทะบนไฟอ่อน นำพริกแกงลงไปผัดให้หอม ใส่หมูสามชั้นและเครื่องในลงไปผัดให้พอสุก ปรุงรส ผัดให้เข้ากันจนสุกทั่ว ใส่ใบมะกรูด ผัดให้เข้ากัน ตักขึ้น โรยต้นหอม และผักชี


เพิ่มเติม

ภาค เหนือ

แอบปลา

    ความเป็นมา แอบปลา คืออาหารที่นำปลาสดมาคลุกเคล้ากับเครื่องปรุง แล้วห่อด้วยใบตอง นำไปปิ้งหรือย่าง ด้วยไฟอ่อนๆ จนข้างในสุก   คุณค่าทางโภชนาการ เนื้อปลา มีโปรตีนที่ย่อยง่าย ผิวมะกรูดช่วยขับลมในลำไส้ แก้อาการจุกเสียด ท้องอืด แน่นท้องได้ ขมิ้นช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย ตะไคร้แก้และบรรเทาอาการหวัด อาการไอ กระเทียมช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อในร่างกายช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง และช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย   ส่วนผสม เนื้อปลาหั่นชิ้น                    ½       กิโลกรัม ผิวมะกรูด หั่นละเอียด           1        ช้อนชา หอมแดง                          80      กรัม กระเทียม                          40      กรัม ตะไคร้                              80      กรัม กะปิ                                   1        ช้อนชา ขมิ้น หั่นละเอียด               1        ช้อนโต๊ะ พริกขี้หนู                           15      กรัม น้ำปลา                              1        ช้อนชา เกลือ                                 1        ช้อนชา ใบตอง ไม้กลัด   วิธีทำ โขลกรากผักชี ผิวมะกรูด ขมิ้นให้ละเอียด ใส่ตะไคร้ พริกขี้หนู หอมแดง กระเทียม กะปิ และเกลือ โขลกต่อพอแหลก นำไปคลุกกับเนื้อปลาที่หั่นไว้ซอยต้นหอมและผักชี ใส่น้ำปลาคลุกเคล้าให้เข้ากันห่อใบตองให้แน่น ใช้ไม้กลัดเสียบไว้ นำไปปิ้งบนไฟอ่อนจนสุก      


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire