SLider section

บูดูทรงเครื่องผักสด

ภาค ใต้

  • recipe image cover
  • recipe image cover

บูดูทรงเครื่องผักสด

ความเป็นมา

บูดู เป็นการถนอมอาหารอย่างหนึ่งของคนใต้ที่มีปลามาก จึงนำปลามาหมักกับเกลือไว้ประมาณ 8- 15 เดือน คล้ายกับการหมักปลาร้าของทางภาคอีสาน เมื่อหมักได้ที่แล้วจึงนำมาทำอาหารได้หลากหลาย คำว่า “บูดู” มาจากภาษาอินโดนีเซียที่แปลว่า ปลาหมักดอง และเป็นคนนำวิธีการหมักปลามาสู่คนไทยที่อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี น้ำบูดูหมักจากปลากะตักจึงมีชื่อเสียงว่ากลิ่นหอมและรสชาติที่ดี

 

คุณค่าทางโภชนาการ

บูดูทรงเครื่องนี้ใช้ทั้งน้ำบูดูซึ่งเป็นปลาหมักที่มีโปรตีนสูง และยังใส่กุ้งสดและปลาช่วยเสริมโปรตีนให้มากยิ่งขึ้น และยังมีสมุนไพรอย่างเช่นขมิ้นที่ช่วยขับลมในกระเพาะอาหารและลำไส้ ช่วยขับปัสสาวะ ใบมะกรูดที่มีน้ำมันหอมระเหยช่วยบรรเทาอาการวิงเวียน และยังมีรสเผ็ดจากพริก เปรี้ยวจากมะนาว รสจึงเผ็ด เปรี้ยว เค็ม ที่ทำให้กินผักสดที่มีวิตามินต่างๆ ได้อย่างมากมาย

 

ส่วนผสม

น้ำบูดู                          380 กรัม

น้ำสะอาด                     2     ถ้วย

กุ้งสดสับหยาบ              300 กรัม

ปลาย่างฉีกเนื้อให้ละเอียด      200 กรัม

หอมแดงซอย                1     ถ้วย

ตะไคร้บุบทั้งต้น            30   กรัม

ตะไคร้ซอย                   1     ถ้วย

ใบมะกรูดซอย               1/2  ถ้วย

พริกสดซอย                  ¼    ถ้วย

น้ำมะนาว                      ½    ถ้วย

น้ำตาลแว่น                   50   กรัม

ผักสดต่างๆ  เช่น สะตอ ลูกเนียง แตงกวา มะเขือเปราะ ใบบัวบก ชะอม สำหรับกินร่วมกัน

 

วิธีทำ

  1. ผสมน้ำบูดูกับน้ำเปล่า ใส่ตะไคร้ทั้งต้น ต้มจนเดือด แล้วกรองน้ำไว้
  2. นำน้ำบูดูมาต้มอีกครั้ง ใส่น้ำตาลแว่น กุ้ง ปลาย่าง รอจนกุ้งสุก ยกลงจากเตา พักไว้ให้เย็น ใส่หอมแดง ตะไคร้ ใบมะกรูด พริก น้ำมะนาว คนให้เข้ากัน ปรุงรสให้ออกรสเปรี้ยว เค็ม หวานกินกับผักสดต่างๆ

 

 

ภาค เหนือ

ไข่คว่ำ

    ความเป็นมา ไข่คว่ำเป็นเมนูพื้นบ้านของชาวล้านนา นิยมใช้ไข่เป็ดเพราะเปลือกไข่เป็ดใบใหญ่ ไม่แตกง่าย เวลาทำจะได้ไข่คว่ำที่สวยงาม   คุณค่าทางโภชนาการ ไข่ อุดมไปด้วยวิตามิน และแร่ธาตุต่างๆมากมาย ช่วยลดความดันโลหิต  เนื้อหมูเป็นแหล่งโปรตีน กระเทียมช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อในร่างกาย   ส่วนผสม ไข่เป็ด             3        ฟอง ไข่ไก่                2        ฟอง เนื้อหมูบด        200    กรัม น้ำตาลทราย      1        ช้อนชา กระเทียมสับ       1        ช้อนโต๊ะ พริกไทย              1        ช้อนชา ผักชีซอย            ½       ช้อนโต๊ะ ต้นหอมซอย      ½       ช้อนโต๊ะ เกลือ                   ½       ช้อนชา น้ำมันพืช   วิธีทำ ต้มไข่เป็ดจนสุก ผ่าครึ่งทั้งเปลือก จากนั้นใช้ช้อนควักไข่ออกโดยไม่ให้เปลือกไข่แตก ผสมไข่เป็ดต้ม หมูสับ กระเทียมสับ เกลือ พริกไทย น้ำตาล ผักชี ต้นหอม คลุกเคล้าให้เข้ากัน ตักส่วนผสมใส่ในเปลือกไข่เป็ด ตอกไข่ไก่ใส่ชาม จากนั้นตั้งกระทะ เทน้ำมัน นำไข่ที่พักไว้ชุบไข่ไก่ แล้วคว่ำหน้าลงทอดพอหมูสุกและเหลือง ตักขึ้น พร้อมเสิร์ฟ      


เพิ่มเติม

ภาค อีสาน

หมกปลาดุก

    ความเป็นมา หมกปลาดุก เป็นอาหารที่ทำได้ไม่ยาก สามารถหาส่วนผสมได้ทั่วไป หมกคือการห่อด้วยใบตองและทำให้สุกด้วยการนึ่ง ดังนั้นคุณค่าทางสารอาหารจึงอยู่ครบถ้วน มากกว่าการทำอาหารประเภทอื่นๆ   คุณค่าทางโภชนาการ เนื้อปลาดุกย่างมีสรรพคุณคือ มีโปรตีนสูง และไขมันต่ำ ผักชีลาวช่วยหยุดการเจริญเติบโตของเชื้อโรคต่างๆในร่างกาย ช่วยลดคอเลสเตอรอลลดกรดไหลย้อน ลดอาการนอนไม่หลับ แถมมีแคลเซียมช่วยบำรุงกระดูกและฟัน   ส่วนผสม ปลาดุกหั่นชิ้น                      600    กรัม พริกขี้หนูแดง                      5        เม็ด ตะไคร้หั่น                          2        ช้อนโต๊ะ น้ำปลา                                2        ช้อนโต๊ะ ใบแมงลัก                           1/2     ถ้วยตวง ต้นหอมหั่น                         1/2     ถ้วยตวง ผักชีลาวหั่น                        ½       ถ้วยตวง น้ำปลาร้า                            2        ช้อนโต๊ะ ข้าวเบือ                                 2        ช้อนโต๊ะ   วิธีทำ โขลกพริกขี้หนู และตะไคร้ให้ละเอียด นำไปคลุกเคล้ากับปลาดุกในอ่างผสม ใส่ใบแมงลัก ต้นหอม ผักชีลาว น้ำปลา น้ำปลาร้า และข้าวเบือ คลุกเคล้าให้เข้ากันตักส่วนผสมใส่ใบตองพอประมาณ แล้วห่อให้สนิท จากนั้นนำไปนึ่งจนสุก พร้อมเสิร์ฟ      


เพิ่มเติม

ภาค อีสาน

ปลาส้ม

    ความเป็นมา ปลาส้มคือการถนอมอาหารอย่างหนึ่งของชาวอีสาน เพื่อเก็บรักษาเนื้อปลาที่เน่าเสียง่าย เอาไว้รับประทานได้นานๆ   คุณค่าทางโภชนาการ ปลาเป็นเนื้อสัตว์ที่ให้โปรตีนที่ย่อยง่าย กระเทียมไทยช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อในร่างกาย และช่วยลดคอเลสเตอรอล   ส่วนผสม ปลาตะเพียน             2        ตัว เกลือป่น                     2        ช้อนโต๊ะ กระเทียมบดหรือตำ    ½       ถ้วย ข้าวสุก                         1        ถ้วย   วิธีทำ ขอดเกล็ดปลาและควักไส้ออกจนหมด บั้งปลาข้างละสี่ถึงห้าบั้งนำข้าวสุกกระเทียมกับเกลือไปคลุกกับปลา นวดให้เข้ากันนำปลาที่ได้ใส่ภาชนะ กดตัวปลาให้แน่นและปิดฝา ทิ้งไว้ 1-5  วัน หรือจนกระทั่งปลามีรสเปรี้ยวจึงนำมาทอด


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire