SLider section

ปลาทูสอดไส้

ภาค ใต้

  • recipe image cover

ปลาทูสอดไส้

 

 

ความเป็นมา  

ปลาทูเป็นปลาที่มีมากทั้งในอ่าวไทยและทะเลอันดามัน คนใต้แทนที่จะนำมาทอดทั้งตัว แต่นำมาสร้างสรรค์โดยผสมมะพร้าวขูดกับเนื้อหมูและสมุนไพร ใส่ไส้แล้วนำไปทอด ทำให้กิน

อร่อยได้อย่างไม่เบื่อ

 

คุณค่าทางโภชนาการ

เมนูนี้ได้โปรตีนจากทั้งเนื้อปลาและเนื้อหมูที่ผสมรวมกับมะพร้าวขูดและสมุนไพร มะพร้าวแม้จะมีไขมันอิ่มตัวสูงแต่ก็ย่อยง่าย และยังมีสมุนไพรต่างๆ มาช่วยย่อยอีก จึงทำให้กินอิ่มได้อย่างสบายใจไม่ต้องกลัวแน่นท้อง

 

ส่วนผสม

ปลาทู                               6        ตัว

มะพร้าวขูดขาว                300    กรัม

หมูบด                               200    กรัม

กระเทียมหั่น                      ½       ถ้วย

ขมิ้นหั่น                              3        ช้อนโต๊ะ

พริกไทยเม็ด                       1        ช้อนโต๊ะ

ใบมะกรูดซอย                     4        ใบ

น้ำปลา                                2        ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

กรีดข้างลำตัวปลา แล่ก้างปลาออก  โขลกพริกไทย เกลือ กระเทียม ขมิ้น รวมกันให้ละเอียด แบ่งมาครึ่งหนึ่งผสมกับมะพร้าวและหมูบด ใส่น้ำปลา ใบมะกรูด คลุกให้เข้ากัน นำไปใส่ตัวปลาจนเต็ม เครื่องส่วนที่เหลือนำไปเคล้ากับตัวปลาให้ทั่ว และทอดในน้ำมันร้อนจนสุก

 

 

ภาค เหนือ

ตำส้มโอน้ำปู

    ความเป็นมา ตำส้มโอ หรือตำบ่าโอ คือการนำส้มโอมาผสมรวมกับพริกแกงเพื่อเพิ่มรสชาติ ชาวล้านนานิยมใส่น้ำปูเพื่อเพิ่มรสชาติให้อร่อยถูกปาก   คุณค่าทางโภชนาการ ส้มโอช่วยขับสารพิษในร่างกายได้ มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งมะเขือเปราะช่วยในการย่อยอาหาร และช่วยในการขับถ่าย   ส่วนผสม ส้มโอ                        200    กรัม พริกขี้หนู                   5        กรัม กระเทียม                   5        กรัม มะเขือเปราะซอย       40      กรัม ตะไคร้ซอย               2        ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ                1        ช้อนโต๊ะ ปลาร้าต้มสุก             2        ช้อนโต๊ะ น้ำปู                         ½       ช้อนชา   วิธีทำ โขลกกระเทียม พริกขี้หนู พอแหลก ใส่ปลาร้า น้ำตาลปี๊บ น้ำปู โขลกให้เข้ากันใส่ส้มโอลงโขลกเบาๆ ใส่ตะไคร้ซอย มะเขือเปราะซอยคลุกเคล้าให้เข้ากันจัดใส่จานทานคู่กับผักสด      


เพิ่มเติม

ภาค เหนือ

แกงกล้วยดิบ

ความเป็นมา แกงกล้วยดิบ เป็นแกงชนิดหนึ่ง ใช้กล้วยน้ำว้าดิบเป็นส่วนผสมเพราะหาได้ทั่วไปกล้วยจึงเป็นที่นิยมที่จะนำมาประกอบอาหารหลากหลายประเภท   คุณค่าทางโภชนาการ กล้วยน้ำว้าช่วยแก้โรคกระเพาะได้ดีเนื่องจากมีสารแทนนิน ซึ่งมีฤทธิ์ในการเคลือบรักษากระเพาะและลำไส้ป้องกันการติดเชื้อ และยังมีฤทธิ์ในการช่วยลดกรดในกระเพาะอาหารได้เป็นอย่างดี   ส่วนผสม กล้วยน้ำว้าดิบ                     400    กรัม เนื้อหมูสามชั้น                    100    กรัม ชะอมเด็ด                             50      กรัม ชะพลูหั่นหยาบ                   50      กรัม หอมแดงซอย                        1     ช้อนโต๊ะ ส่วนผสมพริกแกง พริกขี้หนูแห้ง                      15      เม็ด กระเทียม                            10      กรัม หอมแดง                            30      กรัม ข่าหั่น                                 1        ช้อนโต๊ะ ตะไคร้ซอย                         1        ช้อนโต๊ะ กะปิ                                     1        ช้อนโต๊ะ ปลาร้าต้มสุก                      1        ช้อนโต๊ะ เกลือ                                 1/2     ช้อนชา วิธีทำ ตำหรือปั่นส่วนผสมพริกแกงให้ละเอียด จากนั้นนำไปผัดกับหมูสามชั้นจนมีกลิ่นหอม และหมูเริ่มสุก เติมน้ำให้พอท่วม ตั้งไฟจนเดือด ใส่กล้วยน้ำว้าดิบหั่นเป็นแผ่นบางๆ ตั้งไฟจนเดือดอีกครั้ง ใส่หอมแดงซอย ชะอมเด็ด และใบชะพลู คนให้เข้ากันและผักสุก ตักขึ้นเสิร์ฟ


เพิ่มเติม

ภาค ใต้

แกงพริกหอยแครงใบยี่หร่า

ความเป็นมา           คำว่า “แครง” หรือ “คราง” มาจากภาษาชวา – มลายู ที่ใช้เรียกหอยประเภทหอยแครงว่า “เคอรัง” หรือ “ครัง” จนในที่สุดเพี้ยนมาเป็น แครง หอยแครงมีมากตามชายฝั่งตื้นๆ ที่เป็นโคลน     หรือโคลนเหลวพบมากที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ปัตตานี ซึ่งชาวบ้านหาได้ไม่ยาก นำมาทำอาหารได้หลายชนิดทั้งลวกและแกง   คุณค่าทางโภชนาการ หอยแครงเป็นหอยที่มีโปรตีน ธาตุเหล็ก และฟอสฟอรัสสูง มีคุณสมบัติช่วยบำรุงเลือด บำรุงไขข้อ นำมาแกงกับน้ำพริกแกงใต้ที่มีรสเผ็ดร้อนช่วยให้ร่างกายสูบฉีดเลือดได้ดี และยังใส่ใบยี่หร่าที่มีรสร้อนแรง ช่วยบำรุงธาตุ ขับลม อีกด้วย   ส่วนผสม เนื้อหอยแครง            150    กรัม น้ำพริกแกงใต้            ¼       ถ้วย กะปิ                             2        ช้อนโต๊ะ น้ำปลา                        2        ช้อนโต๊ะ ใบยี่หร่า                      50      กรัม น้ำ                                2        ถ้วย วิธีทำ ผสมน้ำพริกแกงกับกะปิให้เข้ากัน ตั้งน้ำพอเดือดใส่พริกแกง พอเดือดใส่หอยแครง ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำต้องขลุกขลิก ก่อนยกขึ้นใส่ใบยี่หร่า    


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire