SLider section

ปลาสำลีทอดกับยำมะม่วง

ภาค กลาง

  • recipe image cover

ปลาสำลีทอดกับยำมะม่วง

ความเป็นมา

ปลาทอดเป็นอาหารที่กินกันทั่วไป ปลาสำลีเป็นปลาเนื้อขาว นุ่มละเอียด จึงดูดซึมน้ำจิ้มหรือน้ำยำได้ดี และความอร่อยของปลาทอด  นอกจากต้องสดเนื้อจึงจะหวานแล้ว การนำยำมะม่วงที่มีรสเปรี้ยว เค็ม เผ็ด หวาน มากินร่วมกันหรือเป็นน้ำจิ้มนั้นทำให้กินอร่อยมากยิ่งขึ้น

 

คุณค่าทางโภชนากร

ปลาเป็นอาหารทะเลที่ให้โปรตีนสูง ไขมันต่ำ และยังมีโอเมก้า 3 ไขมันดีที่ช่วยบำรุงสมอง และไม่ทำให้เส้นเลือดอุดตัน นักโภชนาการแนะนำว่าเราควรกินปลาทะเลอย่างน้อยอาทิตย์ละ 2 มื้อ จานนี้จึงอุดมด้วยโปรตีนเมื่อกินกับยำมะม่วงที่มีรสเปรี้ยวตามธรรมชาติกับส่วนผสมอย่างหอมแดง พริก น้ำมะนาว ช่วยเสริมวิตามินซีเพิ่มขึ้นอีก

 

ส่วนผสม

ปลาสำลี น้ำหนัก 300-400 กรัม    1     ตัว

มะม่วงเปรี้ยวสับและฝานเป็นเส้นยาว     80    กรัม

หอมแดงซอย                             ¼    ถ้วย

กุ้งแห้งตำ                                    2     ช้อนโต๊ะ

พริกขี้หนูซอย                            10   กรัม

ถั่วลิสงคั่ว หรือถั่วหิมพานต์คั่วสำหรับโรยหน้า

ผักชีสำหรับโรยหน้า

 

ส่วนผสมน้ำยำ น้ำปลา น้ำตาล น้ำมะนาว อย่างละ 2 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน ชิมรส

วิธีทำ                                              ทอดปลาในน้ำมันร้อนท่วม ยำมะม่วงโดยจัดมะม่วงใส่ชาม โรยหอมแดง กุ้งแห้ง ราดน้ำยำ ถั่ว ผักชี กินคู่กับปลาทอด

 

ภาค เหนือ

ลาบคั่ว

ความเป็นมา ลาบ เป็นอาหารที่นิยมทำเลี้ยงแขกในงานบุญ งานมงคล ที่เป็นโอกาสพิเศษของชาวล้านนา เนื่องจากคำว่า “ลาบ” ที่พ้องเสียงกับคำว่า “ลาภ” ซึ่งเป็นคำที่มีความหมายที่ดี เมนูลาบของทางภาคเหนือจะแตกต่างจากลาบของทางภาคอีสานคือใช้การผัดเนื้อสัตว์กับพริกแกง และไม่ใส่ข้าวคั่ว   คุณค่าทางโภชนาการ ลาบคั่วเป็นอาหารที่ให้พลังงานและโปรตีนสูง  นอกจากนั้นเครื่องปรุงต่างๆ เช่น กระเทียม ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ผักชีฝรั่ง ยังให้วิตามิน เกลือแร่ เช่นธาตุเหล็ก และแคลเซียม ช่วยขับลม และย่อยอาหารได้ดี   ส่วนผสม เนื้อหมูสับ                                   300    กรัม ไส้ตัน                                           100    กรัม ตับหมู                                          100    กรัม หนังหมูต้มสุกหั่นชิ้นเล็ก             100    กรัม ต้นหอมหั่นหยาบ                         3        ช้อนโต๊ะ ผักชีหั่นหยาบ                              3        ช้อนโต๊ะ น้ำปลา                                         3        ช้อนโต๊ะ กระเทียมสับ                                2        ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืช                                     4        ช้อนโต๊ะ ผักชีฝรั่งซอย                              2        ช้อนโต๊ะ ผักไผ่หั่นหยาบ                          4        ช้อนโต๊ะ ใบมะกรูดซอย                            2        ช้อนโต๊ะ ส่วนผสมพริกแกง พริกแห้งเผา                       5        เม็ด กระเทียมเผา                      10      กรัม หอมแดงเผา                       30      กรัม ข่าหั่นละเอียดคั่ว                  1        ช้อนชา ตะไคร้หั่นละเอียด                1        ช้อนโต๊ะ เกลือป่น                               1        ช้อนชา ลูกผักชีคั่ว                            1        ช้อนชา วิธีทำ ตำหรือปั่นพริกแกงให้ละเอียดนำไปคลุกเคล้ากับเนื้อหมูสับ ไส้ตันหั่นชิ้น ตับหมูหั่นชิ้น และหนังหมูลวก จากนั้นนำกระเทียมสับลงไปเจียวกับน้ำมันให้มีกลิ่นหอม ใส่เนื้อสัตว์ลงไปผัดให้สุก ปรุงรสด้วยน้ำปลา ใส่ผักชีฝรั่ง ผักไผ่ และใบมะกรูด คลุกเคล้าให้ทั่ว ตักขึ้นโรยหน้าด้วยผักชีต้นหอม


เพิ่มเติม

ภาค อีสาน

ข้าวจี่

    ความเป็นมา ข้าวจี่เป็นอาหารพื้นบ้านที่นิยมรับประทานกันทั้งในภาคอีสานและภาคเหนือ เพราะทั้งสองภาคนี้นิยมทานข้าวเหนียวเป็นหลัก คนอีสานจึงนำข้าวเหนียวมาปิ้ง กลายเป็นข้าวจี่อาหารว่างที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย   คุณค่าทางโภชนาการ ข้าวเหนียวมีคาร์โบไฮเดรตช่วยให้ร่างกายอบอุ่น อีกทั้งยังมีวิตามินและแร่ธาตุต่างๆที่ร่างกายต้องการ เช่นธาตุเหล็ก และกรดโฟลิค มีสรรพคุณในการสร้างเม็ดเลือด ทำให้เม็ดเลือดสมบูรณ์   ส่วนผสม ข้าวเหนียวนึ่ง            500    กรัม กะทิ                           1/2     ถ้วย ไข่ไก่                          2        ฟอง เกลือ                           1/2     ช้อนชา   วิธีทำ ผสมกะทิและเกลือ ใส่ลงในชามข้าวเหนียว นวดให้เข้ากันปั้นข้าวเหนียว แล้วเสียบไม้นำไปย่างไฟอ่อนๆ ให้เกรียมเล็กน้อยพักไว้จากนั้นตีไข่ไก่ให้เข้ากัน นำข้าวจี่ชุบไข่นำไปย่างไฟอ่อนๆ อีกครั้ง ให้เป็นสีเหลืองสวย    


เพิ่มเติม

ภาค ใต้

ผัดเผ็ดหมูป่าพริกไทยอ่อน

    ความเป็นมา หมูป่าจะมีเนื้อและหนังที่เหนียวกว่าหมูเลี้ยงทั่วไป ทำให้เคี้ยวได้อร่อย และมักจะมีในต่างจังหวัดที่ยังมีพื้นที่และสามารถเลี้ยงหมูได้ตามธรรมชาติ การนำมาผัดพริกแกงจะทำให้ดับกลิ่นสาบของเนื้อและยังมีรสชาติเข้มข้นอร่อยตามตำรับใต้ที่ชอบกินอาหารรสเผ็ด   คุณค่าทางโภชนาการ หมูป่ามีสารอาหารเหมือนเนื้อหมูทั่วไป เนื้อหมู 100 กรัมมีโปรตีน 33.5 กรัม และให้พลังงาน 171 กิโลแคลอรี น้ำพริกแกงใต้มีสมุนไพรที่ทำให้ช่วยย่อย เช่นเดียวกับพริกไทยอ่อนที่นอกจากรสเผ็ดหอมสดชื่นแล้ว ยังช่วยให้เลือดลมหมุนเวียนได้ดีด้วย   ส่วนผสม เนื้อหมูป่า                          300    กรัม น้ำพริกแกงเผ็ดใต้                ½       ถ้วย เม็ดพริกไทยอ่อน                 100    กรัม กระเทียมบุบ                          10      กรัม พริกชี้ฟ้าหั่นแฉลบ                3        เม็ด น้ำปลา                             2        ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย                       2        ช้อนชา   วิธีทำ หั่นเนื้อหมูเป็นชิ้นพอคำ ผัดน้ำพริกแกงกับน้ำมันพอหอม ใส่เนื้อหมูลงผัดให้ทั่ว เติมน้ำเล็กน้อย ผัดพอหมูสุก ใส่พริกไทยอ่อน พริกชี้ฟ้า ผัดเร็วๆ ตักขึ้นรับประทานร้อนๆ    


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire