SLider section

ปลาโอต้มหวาน

ภาค ใต้

  • recipe image cover

ปลาโอต้มหวาน

 

 

ความเป็นมา

อาหารรสหวานในสำรับอาหารใต้ มักเป็นการช่วยแก้รสเผ็ดซึ่งเป็นรสชาติประจำของอาหารใต้ จึงนำปลาโอที่มีอยู่ชุกชุมมาต้มใส่น้ำตาลและซีอิ๊วให้มีรสหวานนำ เค็มตาม ใช้รับประทานคู่กับอาหารใต้รสจัดได้หลายเมนู

 

คุณค่าทางโภชนาการ

ปลาโอจัดเป็นปลาทูน่าสายพันธุ์หนึ่ง เนื้อสีชมพูแดงเข้ม นิยมนำมาทำปลาทูน่ากระป๋อง เนื้อค่อนข้างแข็ง เมื่อนำมาต้มหวานยิ่งต้มเนื้อจะยิ่งแข็งขึ้น ปลาโอเป็นปลาทะเลที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 สูงในระดับต้นๆ ของปลาทะเล และมีไขมันไม่อิ่มตัวสูง จึงช่วยเรื่องหลอดเลือดทั้งหลอดเลือดสมองและหัวใจไม่ให้อุดตัน

 

ส่วนผสม

ปลาโอหั่นชิ้น                      300    กรัม

กระเทียมบุบ                      10      กรัม

หอมแดง                            20      กรัม

ตะไคร้บุบ                           30      กรัม

น้ำสะอาด                           2        ถ้วย

น้ำตาลมะพร้าว                   3        ช้อนโต๊ะ

ซีอิ๊วดำ                               2        ช้อนชา

เกลือ                                   1        ช้อนชา

 

วิธีทำ

ตั้งหม้อใส่น้ำพอเดือดใส่หอมแดง กระเทียม ตะไคร้ ต้มจนเดือดใส่เนื้อปลา รอจนเดือดอีกครั้งปรุงรสด้วยน้ำตาลมะพร้าว ซีอิ๊วดำ เกลือ ลดไฟอ่อน ต้มไปเรื่อยๆ จนเนื้อปลาแข็ง ตักขึ้นเสิร์ฟ

 

 

ภาค ใต้

แกงเผ็ดเห็ดแครง

ความเป็นมา แกงเผ็ดเป็นแกงที่ชาวบ้านทำกินกันทั่วไป และส่วนผสมก็มีได้หลากหลาย ส่วนใหญ่จะมีทั้งผักใบและผักหัวกับเนื้อสัตว์ เช่นไก่ กุ้ง แกงเผ็ดเห็ดแครงก็เป็นอีกเมนูที่นำเห็ดท้องถิ่นอย่างเห็ดแครงที่จะมีมากในฤดูฝน และขึ้นตามขอนต้นยางพาราที่ตัดทิ้งไว้มาแกงกับกะทิและใส่กุ้ง   คุณค่าทางโภชนาการ เห็ดแครงเป็นเห็ดพื้นบ้านที่หาได้เฉพาะทางใต้เท่านั้น ดอกเล็กรูปร่างคล้ายพัด ไม่มีก้านดอก คล้ายเปลือกหอยแครง สามารถเก็บไว้ได้หลายวัน ก่อนนำมาทำอาหารต้องแช่น้ำให้นิ่มและบานก่อน เนื้อจะกรอบอร่อย นิยมนำมาแกงใส่กะทิ เห็ดแครงมีคาร์โบไฮเดรทและโปรตีนสูง ยังมีคุณสมบัติเป็นยาที่ช่วยต่อต้านเชื้อไวรัสได้   ส่วนผสม เห็ดแครง                           150    กรัม กุ้ง                                      150    กรัม หัวกะทิ                               1        ถ้วย น้ำพริกแกงเผ็ด                  2        ช้อนโต๊ะ กะปิ                                     1        ช้อนโต๊ะ เกลือเล็กน้อย วิธีทำ ผัดพริกแกงกับกะทิพอหอม ใส่กะปิ กุ้ง พอเดือดใส่เห็ดแครง ผัดประมาณ 10 นาที จนเห็ดแครงสุก    


เพิ่มเติม

ภาค กลาง

ทอดมันปลากราย

  ความเป็นมา ทอดมันปลาเป็นอาหารไทยที่ใส่เครื่องแกงผสมลงในเนื้อปลาน้ำจืดอย่างปลากราย ซึ่งมีเนื้อละเอียด โดยการตำเนื้อปลาให้เหนียวคล้ายกับลูกชิ้น ใส่น้ำพริกแกงให้มีรสเผ็ด และหอมกลิ่นสมุนไพร ใส่ถั่วฝักยาวหรือถั่วพูหั่นบางให้มีเนื้อสัมผัสกรุบกรอบ ปั้นเป็นชิ้นกลมบางทอดจนสุกเหลือง กินกับน้ำจิ้มรสเผ็ดและเปรี้ยวหวาน   คุณค่าทางโภชนาการ เนื้อปลากรายให้โปรตีนที่มีไขมันต่ำ มีวิตามินและเกลือแร่จากถั่วฝักยาวและถั่วพูพอประมาณ น้ำพริกแกงที่มีส่วนผสมของพริก ข่า ตะไคร้ หอม กระเทียม ช่วยทำให้ท้องไม่อืด และใบมะกรูดจะให้ความสดชื่น ไขมันได้จากน้ำมันที่ใช้ทอด ทอดมัน 3 ชิ้นให้พลังงาน 111 กิโลแคลอรี   ส่วนผสม เนื้อปลากรายขูด                           300    กรัม ถั่วพูหรือถั่วฝักยาวหั่นบางๆ          100    กรัม ใบมะกรูดหั่นฝอย                          5        กรัม น้ำพริกแกง                                   50      กรัม น้ำปลา                                          1        ช้อนโต๊ะ ไข่เป็ด                                        ½       ฟอง ส่วนผสมน้ำจิ้ม พริกชี้ฟ้าแดง 3 เม็ด (กรีดเม็ดออก) กระเทียมหั่นหยาบ 3 ช้อนโต๊ะ น้ำส้มสายชู ½ ถ้วย น้ำตาลทราย ½ ถ้วย เกลือป่น 1 ช้อนชา แตงกวา 6 ลูก (ผ่าสี่หั่นหนา) ผักชี ถั่วลิสงป่น   วิธีทำ ตำพริกกับกระเทียมให้ละเอียด ผสมกับน้ำส้มสายชู น้ำตาลทราย เกลือป่น นำไปตั้งไฟจนเดือดและงวดลง พักไว้ให้เย็น ใส่แตงกวา โรยถั่วลิสงป่น และผักชี   วิธีทำทอดมัน ตำหรือนวดเนื้อปลากรายให้เหนียว ใส่น้ำพริกแกง ไข่ ใบมะกรูด น้ำปลา นวดจนเข้ากันดี ปั้นเป็นชิ้นกลม ทอดในน้ำมันร้อนท่วมจนสุก    


เพิ่มเติม

ภาค ใต้

ผัดเผ็ดหมูป่าพริกไทยอ่อน

    ความเป็นมา หมูป่าจะมีเนื้อและหนังที่เหนียวกว่าหมูเลี้ยงทั่วไป ทำให้เคี้ยวได้อร่อย และมักจะมีในต่างจังหวัดที่ยังมีพื้นที่และสามารถเลี้ยงหมูได้ตามธรรมชาติ การนำมาผัดพริกแกงจะทำให้ดับกลิ่นสาบของเนื้อและยังมีรสชาติเข้มข้นอร่อยตามตำรับใต้ที่ชอบกินอาหารรสเผ็ด   คุณค่าทางโภชนาการ หมูป่ามีสารอาหารเหมือนเนื้อหมูทั่วไป เนื้อหมู 100 กรัมมีโปรตีน 33.5 กรัม และให้พลังงาน 171 กิโลแคลอรี น้ำพริกแกงใต้มีสมุนไพรที่ทำให้ช่วยย่อย เช่นเดียวกับพริกไทยอ่อนที่นอกจากรสเผ็ดหอมสดชื่นแล้ว ยังช่วยให้เลือดลมหมุนเวียนได้ดีด้วย   ส่วนผสม เนื้อหมูป่า                          300    กรัม น้ำพริกแกงเผ็ดใต้                ½       ถ้วย เม็ดพริกไทยอ่อน                 100    กรัม กระเทียมบุบ                          10      กรัม พริกชี้ฟ้าหั่นแฉลบ                3        เม็ด น้ำปลา                             2        ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย                       2        ช้อนชา   วิธีทำ หั่นเนื้อหมูเป็นชิ้นพอคำ ผัดน้ำพริกแกงกับน้ำมันพอหอม ใส่เนื้อหมูลงผัดให้ทั่ว เติมน้ำเล็กน้อย ผัดพอหมูสุก ใส่พริกไทยอ่อน พริกชี้ฟ้า ผัดเร็วๆ ตักขึ้นรับประทานร้อนๆ    


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire