SLider section

ผัดหมี่โคราช

ภาค อีสาน

  • recipe image cover

ผัดหมี่โคราช

 

 

ความเป็นมา

ผัดหมี่โคราช คืออาหารท้องถิ่นจากเมืองโคราชจังหวัดนครราชสีมา มีหน้าตาคล้ายกับผัดไทยในภาคกลาง ผัดหมี่โคราชเป็นที่นิยมเนื่องจากรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่หาทานที่ไหนไม่ได้ จึงเป็นที่ชื่นชอบของทุกคนที่ผ่านไปผ่านมาที่เมืองโคราชแห่งนี้

 

คุณค่าทางโภชนาการ

เส้นหมี่โคราช มีคาร์โบไฮเดรตให้พลังงานแก่ร่างกาย ถั่วงอก ต้นหอมให้วิตามิน น้ำมะขามเปียก ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรคให้แก่ร่างกาย และมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส

 

ส่วนผสม

เส้นหมี่โคราช                      120    กรัม

กระเทียมสับ                       1        ช้อนชา

หอมแดงซอย                      1        ช้อนโต๊ะ

หมูสับ                               30      กรัม

เต้าเจี้ยว                            1        ช้อนโต๊ะ

น้ำปลา                             2        ช้อนโต๊ะ

น้ำตาล                              2        ช้อนโต๊ะ

น้ำมะขามเปียก                   1        ช้อนโต๊ะ

ซีอิ้วดำ                              1        ช้อนชา

พริกไทย                            1        ช้อนชา

น้ำสะอาด                          1        ถ้วย

น้ำมันพืช                           2        ช้อนโต๊ะ

ถั่วงอก

ต้นหอมหั่นท่อน

วิธีทำ

ตั้งกระทะใส่น้ำมัน นำกระเทียม หอมแดง และหมูสับลงไปผัดให้หอม จากนั้นใส่เส้นหมี่โคราชลงไปใส่น้ำปลา น้ำตาล ซีอิ้วตำ น้ำมะขามเปียก เต้าเจี้ยว และน้ำสะอาด ผัดให้ส่วนผสมเข้ากันกับเส้นเมื่อเส้นเริ่มนุ่มใส่ถั่วงอกและต้นหอมลงไปผัดให้เข้ากันเสิร์ฟใส่จานโรยหน้าด้วย พริกไทย ถั่งลิสงบดและพริกป่น

 

 

ภาค กลาง

แกงมัสมั่นไก่

ความเป็นมา พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ได้ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ในกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานความว่า “มัสมั่นแกงแก้วตา หอมยี่หร่ารสร้อนแรง” จึงทราบได้ว่า แกงมัสมั่นได้รับอิทธิพลมาจากอินเดีย เพราะมีส่วนผสมเครื่องเทศที่ขาดไม่ได้อย่าง ลูกผักชี ยี่หร่า ลูกจัน ดอกจันทน์ เม็ดกระวาน กานพลู ซึ่งให้กลิ่นรสที่ร้อนแรง ในตำรับอินเดียจะใช้เฉพาะเครื่องเทศแห้งและไม่ใส่กะทิ แต่ตำรับของไทยมีการใช้สมุนไพรสดในพริกแกง และมีการปรุงรสให้ออกเค็ม หวาน มัน และถูกจัดให้เป็นอาหารอร่อยอันดับ 1 ของโลก โดยเว็บไซต์ ซีเอ็น เอ็น โก เมื่อไม่นานมานี้ คุณค่าทางโภชนาการ แกงมัสมั่นแม้จะเป็นแกงกะทิและมีเนื้อสัตว์มาก แต่เมื่อรับประทานแล้วก็ไม่ได้ทำให้แน่นหรืออิ่มท้องเกินไป เพราะมีเครื่องเทศที่นอกจากช่วยดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์และทำให้มีกลิ่นหอมชวนกินแล้ว ยังมีสรรพคุณช่วยลดอาการท้องอืดและช่วยย่อย เช่น อบเชย แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ คลื่นไส้ ยี่หร่าช่วยขับลม ขับเสมหะ กานพลูแก้อาการปวดท้อง จุกเสียด  พริกไทยช่วยย่อยอาหาร สบายท้อง ลูกจันทน์ช่วยแก้ไข้ บำรุงตับ ปอด ลดไขมันในเลือด ลูกกระวานแก้อาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย และด้วยรสชาติที่กลมกล่อมยังทำให้ทานง่าย สบายท้องอีกด้วย ส่วนผสม กะทิ                                         5     ถ้วย ไก่สับชิ้นใหญ่                            500 กรัม มันฝรั่งหัวเล็ก                             400 กรัม หอมหัวใหญ่หัวเล็ก                     500 กรัม ลูกกระวาน                                10   เม็ด อบเชยยาว 2 นิ้ว                         1     แท่ง ถั่วลิสงคั่ว                                  ¾    ถ้วย น้ำปลา                                     4     ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ                                 3     ช้อนโต๊ะ น้ำมะขามเปียก                           4     ช้อนโต๊ะ ส่วนผสมเครื่องน้ำพริก พริกแห้งกรีดเม็ดออกแช่น้ำจนนุ่ม 11 เม็ด หอมแดง ½ ถ้วย กระเทียม ½ ถ้วย รากผักชีหั่นฝอย 1 ช้อนโต๊ะ ตะไคร้ซอยบาง ¼ ถ้วย กะปิ 1 ช้อนชา พริกไทยเม็ด 1 ช้อนโต๊ะ ลูกจันทน์ ดอกจัน กานพลู เม็ดกระวานอย่างละ ½ ช้อนชา ลูกผักชี 2 ช้อนโต๊ะ ยี่หร่า 1 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ นำเครื่องแกงมัสมั่นไปผัดกับกะทิให้หอม ใส่เนื้อไก่ลงไปผัดให้พอสุก จากนั้นเติมกะทิ ใส่อบเชย ลูกกระวาน ต้มเคี่ยวจนเดือดและกะทิเริ่มแตกมัน ใส่มันฝรั่ง หอมใหญ่ ถั่วลิสง ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ และน้ำมะขามเปียก ตั้งเคี่ยวต่อให้งวดลงเล็กน้อย และมันฝรั่งสุกดี ตักเสิร์ฟ


เพิ่มเติม

ภาค ใต้

ยำลูกมุดใบชะพลู

ความเป็นมา มะมุด ลูกมุด ม่วงมุด ส้มมุด มะม่วงป่า เป็นผลไม้ชนิดเดียวกัน แต่เรียกแตกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่น มะมุดเป็นผลไม้พันธุ์เดียวกับมะม่วง รสเปรี้ยวกว่า เนื้อแน่นเหนียวกว่า กลิ่นหอมฉุน และลูกโตกว่า คนใต้จึงนิยมนำมาทำอาหารที่ให้รสเปรี้ยว เช่น แกงส้ม ยำ จานนี้นำมะมุดมาซอยแล้วยำใส่มะพร้าวคั่ว บางท้องที่จึงเรียกว่ายำลูกมุดมะพร้าวคั่ว และกินกับใบชะพลู   คุณค่าทางโภชนาการ มะมุดเป็นผลไม้รสเปรี้ยวจึงให้วิตามินซีสูง สามารถช่วยป้องกันไข้หวัดได้อย่างดี และเมื่อนำมายำรวมกับหอมแดง พริก จะให้รสเผ็ดซึ่งช่วยทำให้สมองปลอดโปร่ง ใส่มะพร้าวคั่ว ถั่วลิสง ซึ่งมีโปรตีน เคี้ยวมันๆ อร่อยๆ และกินคู่กับใบชะพลูผักสีเขียวที่มีทั้งเบต้าแคโรทีน และมีแคลเซียมมากถึง 298 มิลลิกรัมใน 100 กรัม   ส่วนผสม ลูกมุดซอย                    1     ถ้วย มะพร้าวคั่ว                   ¾    ถ้วย ถั่วลิสงคั่วบุบหยาบ         1/3  ถ้วย กุ้งแห้งตำ                        1/3  ถ้วย หอมแดงซอย                  ½    ถ้วย พริกขี้หนูซอย                  5     กรัม เกลือ                                 1     ช้อนชา น้ำตาลทราย                    1 1/2      ช้อนโต๊ะ ใบชะพลู   วิธีทำ นำส่วนผสมทั้งหมดใส่ลงในภาชนะสำหรับคลุก หรือจะใส่ลงไปครกเพื่อตำเบาๆให้พอช้ำ ปรุงรสด้วยเกลือ และน้ำตาลทราย กินกับใบชะพลูสด    


เพิ่มเติม

ภาค กลาง

ปอเปี๊ยะทอด

    ความเป็นมา ปอเปี๊ยะทอดเป็นอาหารเวียดนามที่คนไทยนิยมกินกัน แผ่นแป้งปอเปี๊ยะทำจากแป้งข้าวเจ้าซึ่งเป็นแผ่นแป้งที่มีชื่อเสียงของเวียดนาม ปอเปี๊ยะมีทั้งชนิดสดและทอด จัดเป็นของกินเล่นหรือของว่างที่กินได้เกือบตลอดวัน   คุณค่าทางโภชนาการ ปอเปี๊ยะทอดจัดเป็นอาหารสุขภาพ ปอเปี๊ยะ 1 ชิ้น โดยทั่วไปให้พลังงาน 39 กิโลแคลอรี แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับส่วนผสมของไส้ซึ่งจะนิยมใส่วุ้นเส้น กะหล่ำปลี หมูสับ เห็ดหูหนู ซึ่งให้พลังงานไม่มาก อีกทั้งยังมีผักสดต่างๆ ที่เป็นผักเคียง เช่น ใบโหระพา กะหล่ำปลี ที่ให้วิตามินและกากใยแต่เมื่อทอดปอเปี๊ยะในน้ำมันไม่ร้อนพอจะทำให้อมน้ำมัน เป็นการเพิ่มปริมาณของไขมันที่ร่างกายได้รับจนมากเกินไป   ส่วนผสม วุ้นเส้นแช่น้ำให้นุ่ม                         150    กรัม หมูสับ                                             80      กรัม เห็ดหูหนูหั่นชิ้นเล็ก                         50      กรัม กะหล่ำปลีซอย                                80      กรัม แครอทซอย                                      30      กรัม ซีอิ๊ว น้ำปลา สำหรับปรุงรส น้ำมันสำหรับผัดและทอด แผ่นปอเปี๊ยะสำหรับห่อ ผักเครื่องเคียง เช่น ใบโหระพา กะหล่ำปลี   ส่วนผสมและวิธีทำน้ำจิ้ม พริกชี้แดงกรีดเม็ดออก 3 เม็ด กระเทียม 4-5 กลีบ ตำรวมกันให้ละเอียด น้ำส้มสายชู ¾ ถ้วย น้ำตาลทราย ¼ ถ้วย เกลือป่น 2 ช้อนชา ผสมกับพริกที่ตำไว้ นำไปตั้งไฟให้งวด   วิธีทำเปาะเปี๊ยะ ผัดส่วนผสมวุ้นเส้นทั้งหมดให้เข้ากัน จนสุกนุ่ม ปรุงรส นำแผ่นปอเปี๊ยะมาห่อไส้เป็นชิ้นสี่เหลี่ยมยาว ทอดในน้ำมันร้อนท่วมจนสุก กินกับน้ำจิ้ม และผักสด    


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire