SLider section

ผัดเปรี้ยวหวานกุ้งหมู

ภาค กลาง

  • recipe image cover

ผัดเปรี้ยวหวานกุ้งหมู

 

 

ความเป็นมา

ผัดเปรี้ยวหวานเป็นอาหารที่ทั้งชาวไทยและชาวจีนนิยมกัน ชาวจีนมักจะผัดผักปรุงรสให้เปรี้ยวหวานและนำมาราดปลาทอด แต่สำหรับชาวไทยจะผัดกับกุ้งและหมู จุดเด่นของอาหารจานนี้คือ ต้องปรุงรสเปรี้ยวด้วยน้ำส้มสายชู ซึ่งเป็นเครื่องปรุงรสเปรี้ยวในอาหารจีน และต้องปรุงรสหวานจากน้ำตาลทรายเท่านั้น

 

คุณค่าทางโภชนาการ

รสเปรี้ยวและหวานทำให้กินอาหารจานนี้ได้อร่อยขึ้น หมูและกุ้งเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีหอมหัวใหญ่เมื่อกินสดจะช่วยลดคอเลสเตอรอลได้ แต่ไม่ว่าจะกินดิบหรือสุกสามารถช่วยต้านผลร้ายของอาหารมันๆ ที่มีต่อเลือดได้ เพราะมีสารช่วยป้องกันเลือดแข็งตัว และอาจเพิ่มอัตราเร่งการสลายตัวของลิ่มเลือดได้

 

ส่วนผสม

เนื้อหมู กุ้ง รวมกัน               120    กรัม

กระเทียมบุบ                        5        กรัม

น้ำซุปประมาณ                     1        ถ้วย

แตงกวาหั่นชิ้นใหญ่             80      กรัม

หอมหัวใหญ่                        80      กรัม

พริกหยวกหรือพริกหวาน     50      กรัม

ต้นหอมหั่นเป็นชิ้นยาว           20      กรัม

น้ำส้มสายชู                             3        ช้อนโต๊ะ

น้ำตาล                                     2        ช้อนโต๊ะ

น้ำปลา                                     2        ช้อนโต๊ะ

แป้งมันสำปะหลังใส่น้ำเล็กน้อย

วิธีทำ

ใส่น้ำมันในกระทะ พอร้อน เจียวกระเทียมให้หอม ใส่กุ้ง และหมูรวนพอสุกใส่แตงกวา หอมหัวใหญ่ พริกหยวก ผัดพอเข้ากัน ใส่น้ำซุป ปรุงรสด้วยน้ำส้มสายชู น้ำตาล น้ำปลา พอเดือดใส่แป้งมันผสมน้ำ ผัดให้พอข้นเหนียว ใส่ต้นหอม ตักใส่จานเสิร์ฟ

 

 

ภาค อีสาน

ซุปขนุน

ความเป็นมา ขนุนเมื่อสุกแล้วจัดเป็นผลไม้รสหวาน ใช้ใส่ในขนมไทยหลากหลายประเภทแต่ขนุนอ่อนนั้นจัดเป็นผักเครื่องเคียงชนิดหนึ่ง นิยมนำมาลวกกินกับน้ำพริก ชาวอีสานนำมาดัดแปลงให้กลายเป็นยำเพื่อเพิ่มรสชาติให้ถูกปากมากยิ่งขึ้น   คุณค่าทางโภชนาการ ขนุนอ่อน เป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ทั้งแคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินเอ วิตามินบีหนึ่ง วิตามินบีเมื่อนำมาปรุงเป็นตำขนุน ทำให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากพลังงาน โปรตีน ไขมัน กากใยอาหาร แคลเซียม โซเดียม โพแทสเซียม อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ยังให้สารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณที่สูงอีกด้วย   ส่วนผสม ขนุนอ่อน                      300    กรัม ข้าวคั่ว                         3        ช้อนโต๊ะ พริกป่น                        3        ช้อนโต๊ะ น้ำปลาร้า                     3        ช้อนโต๊ะ น้ำปลา                         3        ช้อนโต๊ะ ต้นหอมหั่น                    2        ช้อนโต๊ะ ใบสะระแหน่                  10      กรัม งาคั่ว                             ½       ช้อนโต๊ะ   วิธีทำ นำขนุนอ่อนไปต้มจนสุกนุ่ม ตัดส่วนไส้กลางออกนำไปโขลกให้ละเอียด เติมข้าวคั่ว พริกป่น น้ำปลาร้า โขลกพอเข้ากันชิมรส ให้มีรสเค็มมันนำตักใส่ภาชนะ โรยหน้าด้วยต้นหอม ใบสะระแหน่ งาคั่ว จัดเสิร์ฟพร้อมผักสด    


เพิ่มเติม

ภาค อีสาน

ปลาส้ม

    ความเป็นมา ปลาส้มคือการถนอมอาหารอย่างหนึ่งของชาวอีสาน เพื่อเก็บรักษาเนื้อปลาที่เน่าเสียง่าย เอาไว้รับประทานได้นานๆ   คุณค่าทางโภชนาการ ปลาเป็นเนื้อสัตว์ที่ให้โปรตีนที่ย่อยง่าย กระเทียมไทยช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อในร่างกาย และช่วยลดคอเลสเตอรอล   ส่วนผสม ปลาตะเพียน             2        ตัว เกลือป่น                     2        ช้อนโต๊ะ กระเทียมบดหรือตำ    ½       ถ้วย ข้าวสุก                         1        ถ้วย   วิธีทำ ขอดเกล็ดปลาและควักไส้ออกจนหมด บั้งปลาข้างละสี่ถึงห้าบั้งนำข้าวสุกกระเทียมกับเกลือไปคลุกกับปลา นวดให้เข้ากันนำปลาที่ได้ใส่ภาชนะ กดตัวปลาให้แน่นและปิดฝา ทิ้งไว้ 1-5  วัน หรือจนกระทั่งปลามีรสเปรี้ยวจึงนำมาทอด


เพิ่มเติม

ภาค กลาง

ข้าวเหนียวมะม่วง

    ความเป็นมา ข้าวเหนียวมะม่วงเป็นของหวานดั้งเดิมของไทยที่นำข้าวเหนียวมามูนกับน้ำกะทิ รสมันหวาน เค็ม กินกับมะม่วงสุกที่มีรสเปรี้ยวอมหวาน เป็นรสชาติที่เข้ากันมาก มะม่วงที่กินกับข้าวเหนียวต้องแก่จัดและมีรสหวานจัดด้วยจึงจะอร่อย พันธุ์ที่นิยม เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้ มะม่วงอกร่อง เป็นของหวานที่คนต่างชาตินิยมมาก   คุณค่าทางโภชนาการ มะม่วงสุกสีเหลืองสวยมีวิตามินซี เบต้าแคโรทีน และย่อยง่าย ข้าวเหนียวมูนที่มีกะทิเป็นส่วนผสมมีไขมันและพลังงานค่อนข้างสูง แต่กะทิในข้าวเหนียวมูนช่วยทำให้วิตามินเอและอีจากมะม่วงดูดซึมได้ดีขึ้น และเนื้อมะม่วงสุกช่วยชะลอให้น้ำตาลจากข้าวเหนียวดูดซึมช้าลง ข้าวเหนียวมูน 100 กรัม และมะม่วงสุกครึ่งลูกขนาดย่อมให้พลังงาน 350 กิโลแคลอรี   ส่วนผสม ข้าวเหนียว                         4        ถ้วย กะทิคั้นข้น                         2        ถ้วย น้ำตาลทราย                       ¼       ถ้วย เกลือป่น                            2        ช้อนชา มะม่วงสุกหวาน เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้ มะม่วงอกร่อง   วิธีทำ แช่ข้าวเหนียวไว้ประมาณ 3 ชั่วโมง นำไปนึ่งจนสุก ผสมกะทิ น้ำตาล เกลือ ตั้งไฟจนน้ำตาลละลายและเดือดทั่ว นำไปค่อยๆ เทใส่ข้าวเหนียวที่นึ่งเสร็จร้อนๆ หรือมูนกับข้าวเหนียว หาฝาปิดไว้จนข้าวเหนียวระอุดี จัดใส่จานกินกับมะม่วงสุก        


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire