SLider section

ผัดเผ็ดหมูป่าพริกไทยอ่อน

ภาค ใต้

  • recipe image cover

ผัดเผ็ดหมูป่าพริกไทยอ่อน

 

 

ความเป็นมา

หมูป่าจะมีเนื้อและหนังที่เหนียวกว่าหมูเลี้ยงทั่วไป ทำให้เคี้ยวได้อร่อย และมักจะมีในต่างจังหวัดที่ยังมีพื้นที่และสามารถเลี้ยงหมูได้ตามธรรมชาติ การนำมาผัดพริกแกงจะทำให้ดับกลิ่นสาบของเนื้อและยังมีรสชาติเข้มข้นอร่อยตามตำรับใต้ที่ชอบกินอาหารรสเผ็ด

 

คุณค่าทางโภชนาการ

หมูป่ามีสารอาหารเหมือนเนื้อหมูทั่วไป เนื้อหมู 100 กรัมมีโปรตีน 33.5 กรัม และให้พลังงาน 171 กิโลแคลอรี น้ำพริกแกงใต้มีสมุนไพรที่ทำให้ช่วยย่อย เช่นเดียวกับพริกไทยอ่อนที่นอกจากรสเผ็ดหอมสดชื่นแล้ว ยังช่วยให้เลือดลมหมุนเวียนได้ดีด้วย

 

ส่วนผสม

เนื้อหมูป่า                          300    กรัม

น้ำพริกแกงเผ็ดใต้                ½       ถ้วย

เม็ดพริกไทยอ่อน                 100    กรัม

กระเทียมบุบ                          10      กรัม

พริกชี้ฟ้าหั่นแฉลบ                3        เม็ด

น้ำปลา                             2        ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลทราย                       2        ช้อนชา

 

วิธีทำ

หั่นเนื้อหมูเป็นชิ้นพอคำ ผัดน้ำพริกแกงกับน้ำมันพอหอม ใส่เนื้อหมูลงผัดให้ทั่ว เติมน้ำเล็กน้อย ผัดพอหมูสุก ใส่พริกไทยอ่อน พริกชี้ฟ้า ผัดเร็วๆ ตักขึ้นรับประทานร้อนๆ

 

 

ภาค อีสาน

แกงอ่อมเนื้อ

ความเป็นมา แกงอ่อมสามารถหาทานได้ทั้งทางภาคเหนือและภาคอีสาน แต่จะแตกต่างกันตรงที่ แกงอ่อมทางอีสานจะใส่ผักชีลาวเป็นหลัก และพริกแกงจะแตกต่างกันไปตามท้องที่   คุณค่าทางโภชนาการ ผักชีลาวในแกงอ่อมมีคุณค่ามากมาย ทั้งช่วยหยุดการเจริญเติบโตของเชื้อโรคต่างๆในร่างกาย ช่วยลดคอเรสเตอรอล  ลดกรดไหลย้อน ลดอาการนอนไม่หลับ แถมมีแคลเซียมช่วยบำรุงกระดูกและฟัน   ส่วนผสม เนื้อน่องลายหั่นเป็นชิ้น          200    กรัม ผักชีลาวหั่นหยาบ                 2        ช้อนโต๊ะ ผักชีฝรั่งหั่นหยาบ                   2        ช้อนโต๊ะ ข่าหั่นแว่น                              15      กรัม คะไคร้หั่นท่อน                         10      กรัม ใบมะกรูด                                 2        ใบ มะเขือเปราะ                             20      กรัม ต้นหอมหั่นหยาบ                      20      กรัม น้ำปลาร้า                                  3        ช้อนโต๊ะ ข้าวคั่ว                                        1        ช้อนโต๊ะ น้ำปลา                                      1        ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่า                                     500    มล. ส่วนผสมพริกแกง พริกขี้หนู                           10      กรัม หอมแดง                            30      กรัม กระเทียม                          10      กรัม   วิธีทำ นำส่วนผสมพริกแกงมาโขลกรวมกันให้ละเอียด จากนั้นต้มน้ำในหม้อจนเดือด ใส่พริกแกงลงไปต้มจนเดือด ใส่เนื้อน่องลาย ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ต้มต่อจนเดือดอีกครั้ง ใส่มะเขือเปราะหั่นชิ้น ปรุงรสด้วยน้ำปลาร้า น้ำปลา ข้าวคั่ว เมื่อจะเสิร์ฟ เร่งไฟแรงอีกครั้ง ใส่ต้นหอม ผักชีลาว ผักชีฝรั่ง ปิดไฟ เทลงชามพร้อมเสิร์ฟ


เพิ่มเติม

ภาค เหนือ

เจียวไข่มดแดง

    ความเป็นมา ในภาคเหนือและภาคอีสานนิยมนำไข่มดแดงมาทำเป็นอาหาร เจียวไข่มดแดงเป็นอีกหนึ่งเมนูที่ชาวล้านนานำไข่มดแดงมาทำเป็นอาหารได้อร่อย และทำได้ไม่ยาก   คุณค่าทางโภชนาการ ไข่มดแดงมีโปรตีนสูงและไขมันต่ำ เมื่อรวมกับเครื่องปรุงต่างจะยิ่งเพิ่มคุณค่าทางสารอาหารไข่ไก่ยังให้วิตามินและโปรตีนที่มีประโยชน์   ส่วนผสม ไข่มดแดง                 50      กรัม ไข่ไก่                        2        ฟอง มะเขือเทศ                80      กรัม หอมแดง                  15      กรัม ผักชี ซอย                 1        ช้อนโต๊ะ ต้นหอม ซอย             1        ช้อนโต๊ะ ส่วนผสมพริกแกง พริกแห้ง                  3        เม็ด กระเทียม                 10      กรัม หอมแดง                  15      กรัม กะปิ                          1        ช้อนชา เกลือ                       ½       ช้อนชา วิธีทำ โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียดพักไว้ นำหม้อตั้งไฟ ใส่น้ำสะอาดนำเครื่องแกงลงละลายตั้งไฟจนเดือด จากนั้นใส่ไข่มดแดง หอมแดง และมะเขือเทศ ใส่ไข่ไก่ คนให้เข้ากัน พอสุก ตักใส่ภาชนะ พร้อมเสิร์ฟ      


เพิ่มเติม

ภาค ใต้

แกงปูใบชะพลู

ความเป็นมา แกงปูใบชะพลู หรือน้ำยาปู คล้ายกับน้ำยาของภาคกลางที่กินกับขนมจีน ทางใต้มีอาหารทะเลมากจึงใช้เนื้อปูมาทำ ถ้าเป็นจังหวัดภูเก็ตจะใช้ปูสับเป็นชิ้น แต่ในบางจังหวัดใส่เฉพาะเนื้อปู ส่วนพริกแกงมีรสเข้มข้นตามความนิยมของคนใต้และใส่ขมิ้น น้ำแกงจึงมีสีเหลืองสวย รสชาติเข้มข้น โดยทั่วไปจะกินกับขนมจีน แต่ที่ภูเก็ตจะกินกับเส้นหมี่ หรือเรียกว่า “หมี่หุ้น” ซึ่งน่าจะเป็นอิทธิพลของชาวจีนที่อาศัยอยู่มากในภูเก็ต   คุณค่าทางโภชนาการ เนื้อปูเป็นอาหารทะเลที่มีโพแทสเซียมและสังกะสีอยู่สูง โพแทสเซียมช่วยควบคุมความดันโลหิต และทำให้หัวใจเต้นปกติ ส่วนสังกะสีมีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย ในเนื้อปูต้ม 100 กรัมมีโปรตีน 19.5 กรัม ส่วนใบชะพลูมีวิตามิน แคลเซียม และเบต้าแคโรทีนค่อนข้างสูง ซึ่งสามารถเปลี่ยนเป็นวิตามิน เอ ได้ดีเพราะมีไขมันจากกะทิมาช่วยดูดซึม   ส่วนผสม ปูทะเลนึ่งหรือเนื้อปูนึ่งสุก       1     ถ้วย น้ำพริกแกง                   2     ช้อนโต๊ะ กะทิ                      1 1/2      ถ้วย น้ำตาลปี๊บ                    1     ช้อนโต๊ะ น้ำปลา                        2     ช้อนโต๊ะ ใบมะกรูด                     2     ใบ ใบชะพลูซอย                80   กรัม ขนมจีนหรือเส้นหมี่        100 กรัม ส่วนผสมน้ำพริกแกง  พริกชี้ฟ้าแห้ง 7 เม็ด พริกขี้หนูแห้ง 5 เม็ด (ตามชอบ) พริกขี้หนูสด 5-10 เม็ด พริกไทยขาว 1 ช้อนโต๊ะ ข่าหั่นแว่น 1 ช้อนโต๊ะ ตะไคร้หั่นแว่น 2 ช้อนโต๊ะ ผิวมะกรูด 1 ช้อนชา ขมิ้นหั่นแว่น 1 ช้อนโต๊ะ หอมแดง 2 ช้อนโต๊ะ กระเทียม 1 ช้อนโต๊ะ กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ เกลือทะเล 1 ช้อนชา ตำทุกอย่างให้เข้ากันและละเอียด


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire