SLider section

ยำผักกูดกุ้งสด

ภาค ใต้

  • recipe image cover

ยำผักกูดกุ้งสด

ความเป็นมา

ผักกูดเป็นผักพื้นบ้านที่มีต้นคล้ายกับเฟิร์น ลำต้นยาว ยอดงอม้วน ขึ้นตามชายป่าริมน้ำ ซึ่งเป็นภูมิประเทศของแถบทางใต้ ถ้าขึ้นที่ใดแสดงว่าบริเวณนั้นดินดีไม่มีสารปนเปื้อน ชาวบ้านช่างสังเกตเก็บผักนี้มาทำอาหารได้ทั้งลวกจิ้มน้ำพริก ผัด ยำ

 

คุณค่าทางโภชนาการ

ผักกูดเป็นผักรสจืดอมหวานนิดๆ ทั้งใบและต้นสีเขียวมีเบต้าแคโรทีนสูงมาก ซึ่งจะช่วยบำรุงร่างกายโดยเฉพาะสายตาได้อย่างดี และที่ชาญฉลาดกว่านั้นเบต้าแคโรทีนจะดูดซึมได้ดีเมื่อมีไขมันร่วมด้วย การราดกะทิลงในยำจานนี้จึงทำให้ได้คุณค่าอาหารอย่างเต็มเปี่ยม

 

ส่วนผสม

ผักกูดเด็ดยาว 1 นิ้ว ลวก        100 กรัม

กุ้งสดลวก                               80   กรัม

หัวกะทิ                                    ½    ถ้วย

ถั่วลิสงบุบหยาบ                      ¼    ถ้วย

หอมแดงซอย                           ½    ถ้วย

มะพร้าวคั่ว                                ¼    ถ้วย

กุ้งแห้งตำ                                  ¼    ถ้วย

พริกขี้หนูซอย                            5     กรัม

น้ำมะนาว                                    2     ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลทราย                                2     ช้อนโต๊ะ

เกลือ                                             1     ช้อนชา

วิธีทำ

ผสมน้ำมะนาว น้ำตาลทราย เกลือ ให้เข้ากัน จากนั้นจึงใส่ส่วนผสมอื่นๆ ยกเว้นกะทิลงไปคลุกเคล้าให้ทั่ว เมื่อจะเสิร์ฟจึงราดกะทิบนหน้า ก่อนรับประทานคลุกให้เข้ากันอีกครั้ง

ภาค ใต้

จำปาดะทอด

ความเป็นมา จำปาดะเป็นผลไม้ท้องถิ่นของทางใต้ ซึ่งเป็นสกุลเดียวกับขนุนแต่ลูกจะเล็กกว่า กลิ่นแรงกว่า เมื่อสุกเนื้อจะนิ่ม กลิ่นหอม และรสหวานจัด จำปาดะเป็นผลไม้ขึ้นชื่อของอำเภอเกาะยอ จังหวัดสตูล คนใต้นิยมนำมาชุบแป้งทอด ผิวนอกจะกรอบ เนื้อในนุ่มหวาน จัดเป็นของหวานรสอร่อยที่นิยมกันซึ่งหากินได้เฉพาะทางใต้เท่านั้น   คุณค่าทางโภชนาการ จำปาดะเป็นผลไม้ที่เนื้อมีรสหวานกินแล้วรู้สึกสดชื่น มีวิตามินเอที่บำรุงสายตา เส้นใยของเนื้อจำปาดะจะช่วยขับไขมันออกจากร่างกายได้ จำปาดะชุบแป้งที่ใส่มะพร้าวขูดรวมไปด้วย เมื่อทอดแล้วจะได้ไขมันมากทั้งจากมะพร้าวและน้ำมันที่ใช้ทอด จึงควรกินพอประมาณเพราะอาจทำให้เจ็บคอและร้อนในได้   ส่วนผสม จำปาดะ                            400    กรัม แป้งข้าวเจ้า                        300    กรัม น้ำตาลทราย                        1        ถ้วย มะพร้าวขูด                          2        ถ้วย น้ำสะอาด                            1 ½    ถ้วย น้ำปูนใส                              2        ช้อนโต๊ะ ไข่ไก่                                   2        ฟอง งาขาวหรืองาดำ                   3        ช้อนโต๊ะ เกลือ                                     1        ช้อนโต๊ะ น้ำมันสำหรับทอด วิธีทำ ผสมแป้งข้าวเจ้ากับน้ำสะอาดพอเหนียว ใส่ไข่ไก่ น้ำตาลทราย มะพร้าวขูด เกลือ  งา น้ำปูนใส ผสมให้เข้ากัน นำจำปาดะลงชุบแป้ง แล้วทอดในน้ำมันร้อนท่วม จนสุกเหลือง ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน รับประทานร้อนๆ    


เพิ่มเติม

ภาค ใต้

ข้าวยำสงขลา

ความเป็นมา ข้าวยำเป็นอาหารจานเดียวของคนใต้ที่นำข้าวมากินกับผักสดพื้นบ้านนานาชนิด ซึ่งมีรสต่างๆ กัน  เช่น ผักรสจืด แตงกวา ถั่วฝักยาว ผักรสเผ็ด เช่น ใบชะพลู สมุนไพร เช่น ตะไคร้ ใบมะกรูด ผักทุกอย่างต้องซอยให้บางเพื่อเคี้ยวได้อร่อย  และโรยด้วยมะพร้าวคั่ว กุ้งแห้งตำ ราดด้วยน้ำบูดู ข้าวยำของแต่ละจังหวัดจะแตกต่างกันไปตามความนิยมและพืชผักพื้นบ้านที่หาได้ ถ้าเปรียบไปข้าวยำก็คล้ายกับสลัดของฝรั่ง   คุณค่าทางโภชนาการ ข้าวยำจัดเป็นอาหารครบ 5 หมู่ตามหลักโภชนาการ ไขมันต่ำ มีคาร์โบไฮเดรทจากข้าว ไขมันจากมะพร้าวคั่ว โปรตีนจากกุ้งแห้งและน้ำบูดูซึ่งทำจากปลาหมักที่นำมาปรุงรส ผักสดใบเขียวต่างๆ เป็นแหล่งของเบต้าแคโรทีน วิตามิน และกากใยต่างๆ ที่ช่วยระบายท้อง และยังสามารถจัดเป็นอาหารลดน้ำหนักที่มีคุณค่าทางอาหาร และวิตามินครบถ้วนอีกด้วย   ส่วนผสม ข้าวสวย                        1 ½ ถ้วย ข้าวตังทอด                   1     ถ้วย มะพร้าวคั่วเหลือง          4     ช้อนโต๊ะ กุ้งแห้งป่น                     4     ช้อนโต๊ะ น้ำบูดู                            ½    ถ้วย พริกแห้งป่น เหมือดหรือผักต่างๆ เช่น ถั่วฝักยาวหั่นบางๆ ใบพาโหมหรือใบชะพลูหั่นฝอย ถั่วงอก (เด็ดหาง) แตงกวาหั่น ตะไคร้ซอยบาง เมล็ดกระถิน มะม่วงซอย หรือมะนาว เป็นต้น วิธีทำ ซอยผักทั้งหมดเป็นเส้นๆ หรือซอยหยาบแยกกันไว้ ตักข้าวหุงสุกใส่จาน เรียงผักรอบๆ ให้สวยงาม ตักน้ำบูดูที่ปรุงรสแล้วแยกใส่ถ้วยไว้ เมื่อจะรับประทานนำน้ำบูดูราดลงไปในข้า และคลุกส่วนผสมทั้งหมดรวมกันก่อนรับประทาน    


เพิ่มเติม

ภาค ใต้

หมูฮ้อง

ความเป็นมา หมูฮ้องทำจากหมูสามชั้นคล้ายกับหมูต้มเค็มที่มีรสหวาน บางคนบอกว่าการกินหมูสามชั้นเป็นอิทธิพลของจีนคล้ายกับพะโล้ แต่หมูฮ้องจะมีน้ำน้อยกว่าและไม่มีไข่ และเต้าหู้ ปรุงรสให้หอมด้วยรากผักชี กระเทียม พริกไทย และใส่อบเชย โป๊ยกั๊ก ซีอิ๊วดำ เครื่องเทศที่เหมือนใส่ในพะโล้   คุณค่าทางโภชนาการ ไขมันในหมูเป็นไขมันอิ่มตัวที่อาจจะมีปัญหากับคนที่มีคอเลสเตอรอลสูง แต่ไขมันในเนื้อหมูช่วยให้ร่างกายอบอุ่น และเลือดหมุนเวียนได้ดี เนื้อหมูมีโปรตีนและวิตามินบีชนิดต่างๆ ในปริมาณที่สูงมาก มีธาตุสังกะสีในปริมาณมากพอสมควร เนื้อหมู 100 กรัมให้พลังงาน 376 แคลอรี โปรตีน 14.4 กรัม ไขมัน 35.0 กรัม   ส่วนผสม หมูสามชั้น             2     กิโลกรัม กระเทียมบุบ           1/3  ถ้วย รากผักชีหั่นฝอย     ¼    ถ้วย พริกไทยเม็ด         2     ช้อนโต๊ะ น้ำมันหมู              3     ช้อนโต๊ะ อบเชย                  1     แท่ง โป๊ยกั๊ก                  2     ดอก ซีอิ๊วดำ                  6     ช้อนโต๊ะ น้ำตาลมะพร้าว      2     ช้อนโต๊ะ น้ำสะอาด               1     ลิตร ซีอิ๊วขาว                 5     ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย          1     ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ตำพริกไทยเม็ด โป๊ยกั๊ก ให้ละเอียด ตักลงในอ่างผสม ใส่น้ำตาล ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ น้ำมันหมู คนให้น้ำตาลละลาย จากนั้นใส่หมูสามชั้นหั่นชิ้นใหญ่คลุกเคล้าให้เข้ากัน พักไว้ 30 นาที จากนั้นนำลงไปผัดในหม้อหรือกระทะให้หมูเริ่มสุก เติมน้ำสะอาด ใส่อบเชย รากผักชี และกระเทียม ตั้งเคี่ยวจนน้ำงวดลง หมูสุกและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม    


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire