SLider section

ยำยอดมะขาม

ภาค เหนือ

  • recipe image cover

ยำยอดมะขาม

ความเป็นมา

ยำยอดมะขามของชาวล้านนา มีหลากหลายสูตรตามแต่ละท้องถิ่นในภาคเหนือ ยอดมะขามมีรสเปรี้ยว จึงมักจะถูกนำมาใส่ในอาหารเพื่อเพิ่มรสชาติให้อร่อยมากยิ่งขึ้น

 

คุณค่าทางโภชนาการ

ยอดมะขามหรือใบมะใบสดมะขาม ใช้เป็นยาถ่าย ยาระบาย ขับลมในลำไส้ ช่วยรักษาหวัด อาการไอ หอมใหญ่ มีวิตามินซีสูง และต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกายและช่วยป้องกันโรคต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี

 

ส่วนผสม

ยอดมะขามอ่อน                   2        ถ้วย

หอมใหญ่ซอย                      1        ถ้วย

หอมแดงเจียว                     1/2     ถ้วย

น้ำปลา                                 1        ช้อนโต๊ะ

มะเขือเทศลูกใหญ่ ผ่าซีก  80      กรัม

แคบหมูหั่นละเอียด             1        ถ้วย

พริกแห้งทอด                      3        เม็ด

วิธีทำ

นำยอดมะขามอ่อน หอมใหญ่ และมะเขือเทศใส่ลงในอ่างผสม เติมน้ำปลาคลุกเคล้าให้เข้ากัน พยายามกดให้มะเขือเทศช้ำและคายน้ำออกมาเล็กน้อย จากนั้นใส่แคปหมูหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ  และพริกแห้งทอดหักท่อน คลุกเคล้าให้เข้ากันอีกครั้ง ตักเสิร์ฟ

ภาค เหนือ

แกงโฮ๊ะ

ความเป็นมา คำว่า “โฮ๊ะ” แปลว่า รวม คือการนำเอาอาหารหลายๆ อย่างมารวมกัน แต่ก่อนแกงโฮะมักจะทำจากอาหารที่เหลือหลายๆ อย่าง โดยจะมีความแตกต่างกันไปตามท้องถิ่น แต่สมัยนี้ใช้วัตถุดิบที่สดใหม่ในการปรุงเพื่อให้มีคุณค่าทางโภชนาการมากยิ่งขึ้น                               คุณค่าทางโภชนาการ แกงโฮ๊ะ มีคุณค่าทางโภชนาการมากมายจากวัตถุดิบหลากหลายที่ผสมรวมกันเช่น ขมิ้นสดช่วยในการขับลม มะเขือพวงมีสารเพกติน ที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยสารนี้จะมีหน้าที่ช่วยเคลือบผิวในลำไส้ ทำให้อาหารเคลื่อนตัวผ่านลำไส้ได้ช้า จึงช่วยดูดซึมแป้งและน้ำตาลที่ย่อยแล้วได้ช้าลง ทำให้ระดับของน้ำตาลในเลือดคงที่   ส่วนผสม เนื้ออกไก่หั่นชิ้นบาง                        150    กรัม หมูสามชั้นหั่นชิ้นบาง                      200    กรัม มะเขือเปราะผ่าสี่                          100    กรัม หน่อไม้ดอง                                  200    กรัม มะเขือพวง                                  50      กรัม วุ้นเส้นแช่น้ำจนนิ่มหั่นท่อน               150    กรัม ถั่วฝักยาวหั่นท่อน                          100    กรัม ยอดใบตำลึงเด็ด                            100    กรัม ผักชีหั่นท่อน                                  3        ช้อนโต๊ะ ต้นหอมหั่นท่อน                             3        ช้อนโต๊ะ ผักชีฝรั่งหั่นท่อน                            3        ช้อนโต๊ะ พริกขี้หนูแดงบุบ                            5        กรัม น้ำปลา                                           3        ช้อนโต๊ะ น้ำมันสำหรับผัด ส่วนผสมพริกแกง พริกชี้ฟ้าแห้ง                                8        เม็ด เกลือป่น                                       1        ช้อนชา ตะไคร้ซอย                                   2        ช้อนโต๊ะ กระเทียมซอย                               2        ช้อนโต๊ะ หอมแดงซอย                                3        ช้อนโต๊ะ ขมิ้นสดซอย                                  1        ช้อนชา กะปิ                                               1        ช้อนชา


เพิ่มเติม

ภาค อีสาน

คอหมูย่าง

    ความเป็นมา เนื้อหมูส่วนคอจะมีมันแทรกอยู่มาก จึงทำให้เนื้อหมูส่วนนี้ไม่เหนียว เมื่อนำมาหมักแล้วย่างจะมีรสชาติที่อร่อยเป็นอีกเมนูที่นิยมทานคู่กับข้าวเหนียวส้มตำ   คุณค่าทางโภชนาการ เนื้อหมูมีโปรตีน ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโตและช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ มีธาตุเหล็กช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง   ส่วนผสม เนื้อคอหมู                  300    กรัม นมข้นจืด                    10      ช้อนโต๊ะ ซอสปรุงรส                5        ช้อนโต๊ะ ซอสหอยนางรม         2        ช้อนโต๊ะ พริกไทยป่น                1        ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ                  1        ช้อนโต๊ะ น้ำสะอาด                  5        ช้อนโต๊ะ เกลือ                         1        ช้อนชา รากผักชีบด               1        ช้อนชา   วิธีทำ นำเนื้อหมูมาคลุกเคล้ากับ นมข้นจืด ซอสปรุงรส ซอสหอยนางรม พริกไทย น้ำตาลปี๊บ น้ำสะอาด เกลือ รากผักชี นวดให้ส่วนผสมเข้ากัน หมักทิ้งไว้ 2 ชั่วโมงนำมาย่างด้วยไฟอ่อนๆ ให้สุก นำมาหั่นใส่จานทานกับน้ำจิ้มแจ่ว    


เพิ่มเติม

ภาค กลาง

ข้าวผัดน้ำพริกลงเรือ

ความเป็นมา น้ำพริกลงเรือเป็นน้ำพริกที่เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ลดาวัลย์เป็นผู้คิดค้นขึ้นเมื่อครั้งอยู่วังสวนสุนันทา ซึ่งท่านต้องจัดเตรียมสำรับให้เจ้านายผู้ใหญ่เมื่อยังไม่ถึงเวลาเสวย จึงเข้าไปในห้องเครื่องของเรือเห็นมีน้ำพริกกะปิและเครื่องเคียงเหลืออยู่อย่างละนิดละหน่อย เช่น หมูหวาน ปลาดุกทอดฟู ไข่เค็มแดง จึงนำมารวมกันและนำไปถวายกลายเป็นอาหารจานโปรดและตั้งชื่อว่า น้ำพริกลงเรือ เมื่อเวลาผ่านไปน้ำพริกนี้ก็แพร่หลายในคนทั่วไป พอถึงยุคที่คนไม่มีเวลาจึงนำน้ำพริกมาผัดข้าวกลายเป็นอาหารจานเดียวที่กินได้ง่ายและเร็ว   คุณค่าทางโภชนาการ น้ำพริกลงเรือเป็นทั้งอาหารครบหมู่และครบรสเพราะน้ำพริกกะปิมีรสเค็ม เผ็ด เปรี้ยว หมูหวานมีรสหวาน และปลาดุกฟูมีเนื้อสัมผัสกรุบกรอบและมีโปรตีน เช่นเดียวกับกะปิและหมู เมื่อกินกับผักสดจะเสริมวิตามินต่างๆ ได้   ส่วนผสม ข้าวสวย                            2        ถ้วย น้ำพริกกะปิ                        3        ช้อนโต๊ะ หมูหวาน                             3        ช้อนโต๊ะ ไข่เค็มแดง                           1        ฟอง ปลาดุกฟูขยี้แหลก                 2        ช้อนโต๊ะ กระเทียมดองซอยบาง           1        ช้อนโต๊ะ ผักดิบต่างๆ เช่น ขมิ้นขาว ถั่วพู แตงกวา   วิธีทำ ตั้งกระทะใส่น้ำมันพอร้อน ใส่ข้าวลงไปผัดพร้อมน้ำพริกกะปิ ใส่หมูหวาน ผัดให้เข้ากัน ตักใส่จาน วางไข่แดงหั่นเป็นชิ้นเล็กบนหน้าข้าว โรยปลาดุกฟู และกระเทียมดองซอยบาง


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire