SLider section

ยำลูกมุดใบชะพลู

ภาค ใต้

  • recipe image cover

ยำลูกมุดใบชะพลู

ความเป็นมา

มะมุด ลูกมุด ม่วงมุด ส้มมุด มะม่วงป่า เป็นผลไม้ชนิดเดียวกัน แต่เรียกแตกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่น มะมุดเป็นผลไม้พันธุ์เดียวกับมะม่วง รสเปรี้ยวกว่า เนื้อแน่นเหนียวกว่า กลิ่นหอมฉุน และลูกโตกว่า คนใต้จึงนิยมนำมาทำอาหารที่ให้รสเปรี้ยว เช่น แกงส้ม ยำ จานนี้นำมะมุดมาซอยแล้วยำใส่มะพร้าวคั่ว บางท้องที่จึงเรียกว่ายำลูกมุดมะพร้าวคั่ว และกินกับใบชะพลู

 

คุณค่าทางโภชนาการ

มะมุดเป็นผลไม้รสเปรี้ยวจึงให้วิตามินซีสูง สามารถช่วยป้องกันไข้หวัดได้อย่างดี และเมื่อนำมายำรวมกับหอมแดง พริก จะให้รสเผ็ดซึ่งช่วยทำให้สมองปลอดโปร่ง ใส่มะพร้าวคั่ว ถั่วลิสง ซึ่งมีโปรตีน เคี้ยวมันๆ อร่อยๆ และกินคู่กับใบชะพลูผักสีเขียวที่มีทั้งเบต้าแคโรทีน และมีแคลเซียมมากถึง 298 มิลลิกรัมใน 100 กรัม

 

ส่วนผสม

ลูกมุดซอย                    1     ถ้วย

มะพร้าวคั่ว                   ¾    ถ้วย

ถั่วลิสงคั่วบุบหยาบ         1/3  ถ้วย

กุ้งแห้งตำ                        1/3  ถ้วย

หอมแดงซอย                  ½    ถ้วย

พริกขี้หนูซอย                  5     กรัม

เกลือ                                 1     ช้อนชา

น้ำตาลทราย                    1 1/2      ช้อนโต๊ะ

ใบชะพลู

 

วิธีทำ

นำส่วนผสมทั้งหมดใส่ลงในภาชนะสำหรับคลุก หรือจะใส่ลงไปครกเพื่อตำเบาๆให้พอช้ำ ปรุงรสด้วยเกลือ และน้ำตาลทราย กินกับใบชะพลูสด

 

 

ภาค เหนือ

ขนมจีนน้ำเงี้ยว

ความเป็นมา ขนมจีน หรือ เข้าหนมเส้น ทานกับน้ำแกงที่เรียกว่าน้ำเงี้ยว จึงเป็นขนมจีนน้ำงี้ยว ซึ่งเป็นอาหารของชาวล้านนาที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย สูตรของขนมจีนน้ำเงี้ยวจะแตกต่างกันออกไปตามท้องถิ่น บางพื้นที่ใช้ถั่วเน่าแผ่นย่างไฟ โขลกลงในเครื่องแกงเพื่อเพิ่มรสชาติ   คุณค่าทางโภชนาการ ขนมจีนน้ำเงี้ยวมีคุณค่าทางโภชนาการจาก เส้นขนมจีนที่ให้คาร์โบไฮเดรต โปรตีนจากหมูสับและซี่โครงหมู ได้วิตามินซีจากมะเขือเทศ อีกทั้งมะเขือเทศยังช่วยบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื่นสดใส ไม่แห้งกร้านและมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ   ส่วนผสม ซี่โครงหมูต้ม ตัดเป็นชิ้น         1/2     กิโลกรัม เลือดหมู หั่นสี่เหลี่ยม             1/2     กิโลกรัม หมูสับ                                      400    กรัม มะเขือเทศลูกเล็ก ผ่าครึ่ง        1/2     กิโลกรัม เกลือ                                        2        ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืช                                  2        ช้อนโต๊ะ น้ำสะอาด                                 6        ถ้วย ส่วนผสมพริกแกง พริกแห้ง                              7        เม็ด รากผักชีหั่นฝอย                   1        ช้อนชา ข่าหั่นละเอียด                     1        ช้อนชา ตะไคร้ซอย                         2        ช้อนชา กะปิ                                     2        ช้อนชา หอมแดง                            40      กรัม กระเทียม                          60      กรัม วิธีทำ ตำหรือปั่นส่วนผสมพริกแกงให้ละเอียด นำไปผัดกับน้ำมันให้หอม ใส่หมูสับ ผัดให้สุก ใส่ซี่โครงหมู มะเขือเทศ ใส่น้ำสะอาดตั้งไฟต่อจนเดือด ปรุงรสด้วยเกลือชิมรส ตักราดลงบนขนมจีน ทาคู่ผักดองและผักสด    


เพิ่มเติม

ภาค อีสาน

ตำโคราช

  ความเป็นมา ตำโคราช คือส้มตำที่ใส่เครื่องปรุงระหว่างส้มตำไทยและส้มตำลาว คือใส่ทั้งกุ้งแห้งและปลาร้า อาจใส่เส้นขนมจีน ปรุงรสให้หวานขึ้น เนื่องจากโคราชหรือนครราชสีมาเป็นเมืองที่อยู่กั้นกลางระหว่างลาวและสยามจึงเกิดการผสมผสานทางวัฒนธรรมสองชาติเข้าด้วยกัน อย่างไรก็ตาม ตำโคราชไม่ได้ถือกำเนิดมาจากจังหวัดนครราชสีมาแต่ประการใด แม้กระทั่งชาวโคราชเองก็ไม่นิยมรับประทานกัน   คุณค่าทางโภชนาการ ตำโคราช มีวิตามินเกลือแร่จากผัก และเครื่องปรุงต่างๆ  มะละกอช่วยย่อยโปรตีน ทำให้ร่างกายย่อยอาหารได้ดี น้ำมะนาว มะเขือเทศ พริกขี้หนูมีวิตามินซีสูง กระเทียมไทย ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อในร่างกาย และได้โปรตีนจากปลาร้าและกุ้งแห้ง   ส่วนผสม มะละกอสับเป็นเส้น               120    กรัม มะเขือเทศสีดา                      30      กรัม พริกขี้หนูสด                            8        เม็ด กระเทียม                                 5        กรัม ถั่วฝักยาวหั่นเป็นท่อน            25      กรัม กุ้งแห้ง                                     1        ช้อนโต๊ะ ถั่วลิสงคั่ว                                2        ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว                                1        ช้อนโต๊ะ น้ำปลา                                   ½       ช้อนโต๊ะ น้ำปลาร้าต้มสุก                     1        ช้อนโต๊ะ   วิธีทำ ใส่กระเทียมและพริกขี้หนู ลงในครก โขลกให้พอแหลก ตามด้วยถั่วฝักยาวโขลกพอแหลกใส่มะเขือเทศ น้ำมะนาว น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา  น้ำปลาร้าแล้วคลุกให้เข้ากันใส่มะละกอ ตามด้วยถั่วลิสงคั่ว กุ้งแห้งแล้วโขลกเบาๆ คลุกเคล้าให้เข้ากันชิมแล้วปรุงตามชอบ ตักใส่จาน รับประทานพร้อมผักสด    


เพิ่มเติม

ภาค ใต้

ปลาทรายทอดขมิ้น

ความเป็นมา ปลาทรายหรือปลาเห็ดโคนเป็นปลาที่ตัวไม่ใหญ่มาก มีชุกชุมในแถบชายฝั่งทะเลอันดามันของไทย จึงเป็นปลายอดนิยมที่คนใต้นำมาทำแกงหรือทอด โดยเฉพาะนำมาทอดขมิ้นซึ่งเป็นสมุนไพรยอดนิยม เมื่อนำไปคลุกกับปลาทรายแล้วทอดจะทำให้มีสีเหลืองสวย เนื้อกรอบน่ากินเป็นเมนูยอดนิยมขึ้นชื่อของทางใต้จานหนึ่ง   คุณค่าทางโภชนาการ เนื้อปลามีไขมันโอเมก้า 3 สูง เนื้อหวานละเอียด มีโปรตีนสูง ซึ่งจะไปช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และยังมีไขมันที่ดีช่วยป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด  ส่วนขมิ้นสีเหลืองเข้มเป็นสมุนไพรที่ช่วยแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ อาจช่วยรักษาแผลในกระเพาะ และทำลายเชื้อไวรัสในระบบทางเดินอาหาร   ส่วนผสม ปลาทราย                     500 กรัม ขมิ้นซอย                     1/2  ถ้วย ตะไคร้ซอย                   ½    ถ้วย กระเทียม                      ¼    ถ้วย เกลือ                           2     ช้อนชา น้ำมันสำหรับทอด วิธีทำ ตำขมิ้น ตะไคร้ กระเทียม เกลือ ทั้งหมดให้เข้ากับ นำปลาทรายที่ขอดเกล็ด ควักไส้ แล้วลงไปคลุกและหมักทิ้งไว้ 15-30 นาที จากนั้นนำลงไปทอดจนสุกเหลือง และกรอบ    


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire