SLider section

ยำสะนัด

ภาค เหนือ

  • recipe image cover

ยำสะนัด

ความเป็นมา

ยำสะนัด หรือยำสะนับ เป็นการนำผักหลายๆ ชนิด มายำรวมกัน เช่น ชะอม กระถินถั่วฝักยาว ผักบุ้ง หัวปลี และมะเขือเปราะ

 

คุณค่าทางโภชนาการ

ยำสะนัดมีวิตามินและเกลือแร่จากผักต่างๆ หัวปลีช่วยในการขับน้ำนมของคุณแม่ที่กำลังให้นมบุตร มะเขือพวงมีสาร เพกติน ที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยโรคเบาหวาน

 

ส่วนผสม

หมูสับต้มสุก                       120    กรัม

ถั่วฝักยาวต้มสุก                   50      กรัม

ผักบุ้งต้มสุก                        50      กรัม

หัวปลีต้มสุกซอย                80      กรัม

มะเขือพวงต้มสุก               80      กรัม

งาขาวคั่ว                            2        ช้อนโต๊ะ

กระเทียมสับ                       2        ช้อนโต๊ะ

ต้นหอมซอย                       1        ช้อนโต๊ะ

ผักชีซอย                            1        ช้อนโต๊ะ

หอมแดงเจียว                     1        ถ้วย

น้ำปลาร้าต้มสุก                   1        ถ้วย

ส่วนผสมพริกแกง

พริกแห้งเผา                       7        เม็ด

ข่าหั่นละเอียด                     2        ช้อนโต๊ะ

หอมแดงเผา                       40      กรัม

กระเทียมเผา                      40      กรัม

กะปิ                                     1        ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

ตำหรือปั่นส่วนผสมพริกแกงให้ละเอียด นำลงไปผัดกับน้ำมัน และกระเทียมให้หอม จากนั้นใส่หมูสับลงไปผัดให้สุก ใส่ผักต่างๆ ลงไปผัดให้เข้ากัน ใส่น้ำปลาร้าต้มสุก และงาขาวคั่ว ผัดให้ทั่ว ตักขึ้นโรยต้นหอม ผักชี และหอมแดงเจียว

ภาค ใต้

แกงคั่วหอยขมใบชะพลู

ความเป็นมา แกงพื้นบ้านที่นำหอยขมหรือหอยจุ๊บที่อยู่ในแหล่งน้ำตามธรรมชาติมาแกงกับใบชะพลูที่หาได้ง่ายเช่นกัน แกงใส่กะทิที่ได้รสชาติหวานมัน รสเผ็ดร้อนเข้มข้นและกลิ่นหอมจากสมุนไพรสดในเครื่องพริกแกงคั่ว ทำให้เกิดความลงตัวในแกงพื้นบ้านจานนี้อย่างน่าประหลาดใจ   คุณค่าทางโภชนาการ หอยจุ๊บในตำราแพทย์แผนไทยระบุไว้ว่าทั้งเปลือกและเนื้อหอยมีสรรพคุณช่วยแก้กระษัยต่างๆ เช่น แก้ปวดเมื่อย บำรุงกำลัง บำรุงถุงน้ำดี และโรคทางเดินปัสสาวะอย่างโรคนิ่ว และเมื่อนำไปแกงกับใบชะพลูซึ่งมีสารออกซาเลตที่สามารถทำให้เกิดโรคทางเดินปัสสาวะอย่างโรคนิ่วได้ถ้ารับประทานมาก นับเป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษที่นำส่วนผสมทั้ง 2 อย่างนี้มาปรุงเพื่อแก้กันจึงทำให้จานนี้สมดุลกินได้อย่างไม่มีปัญหา   ส่วนผสมพริกแกง พริกขี้หนูสด 15 เม็ด ตะไคร้ซอย 2 ต้น กระเทียม 10 กลีบ หอมแดง 5 หัว ขมิ้นยาว 2 นิ้ว ข่าหั่นแว่น  5 แว่น  พริกไทยเม็ด 2 ช้อนชา กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ เกลือ 1 ช้อนชา ตำส่วนผสมทุกอย่างให้ละเอียด ส่วนผสมแกง หอยขมสับก้นหอยแล้ว          500 กรัม ใบชะพลูซอย                         2     ถ้วย กะทิ                                        4     ถ้วย เกลือ                                        1     ช้อนโต๊ะ น้ำตาล                                     1     ช้อนโต๊ะ   วิธีทำ นำกะทิขึ้นตั้งไฟ พอเดือดใส่พริกแกง หอยขม คนให้เข้ากัน รอจนหอยสุก ใส่ใบชะพลู ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาล ยกลง    


เพิ่มเติม

ภาค ใต้

ยำผักกูดกุ้งสด

ความเป็นมา ผักกูดเป็นผักพื้นบ้านที่มีต้นคล้ายกับเฟิร์น ลำต้นยาว ยอดงอม้วน ขึ้นตามชายป่าริมน้ำ ซึ่งเป็นภูมิประเทศของแถบทางใต้ ถ้าขึ้นที่ใดแสดงว่าบริเวณนั้นดินดีไม่มีสารปนเปื้อน ชาวบ้านช่างสังเกตเก็บผักนี้มาทำอาหารได้ทั้งลวกจิ้มน้ำพริก ผัด ยำ   คุณค่าทางโภชนาการ ผักกูดเป็นผักรสจืดอมหวานนิดๆ ทั้งใบและต้นสีเขียวมีเบต้าแคโรทีนสูงมาก ซึ่งจะช่วยบำรุงร่างกายโดยเฉพาะสายตาได้อย่างดี และที่ชาญฉลาดกว่านั้นเบต้าแคโรทีนจะดูดซึมได้ดีเมื่อมีไขมันร่วมด้วย การราดกะทิลงในยำจานนี้จึงทำให้ได้คุณค่าอาหารอย่างเต็มเปี่ยม   ส่วนผสม ผักกูดเด็ดยาว 1 นิ้ว ลวก        100 กรัม กุ้งสดลวก                               80   กรัม หัวกะทิ                                    ½    ถ้วย ถั่วลิสงบุบหยาบ                      ¼    ถ้วย หอมแดงซอย                           ½    ถ้วย มะพร้าวคั่ว                                ¼    ถ้วย กุ้งแห้งตำ                                  ¼    ถ้วย พริกขี้หนูซอย                            5     กรัม น้ำมะนาว                                    2     ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย                                2     ช้อนโต๊ะ เกลือ                                             1     ช้อนชา วิธีทำ ผสมน้ำมะนาว น้ำตาลทราย เกลือ ให้เข้ากัน จากนั้นจึงใส่ส่วนผสมอื่นๆ ยกเว้นกะทิลงไปคลุกเคล้าให้ทั่ว เมื่อจะเสิร์ฟจึงราดกะทิบนหน้า ก่อนรับประทานคลุกให้เข้ากันอีกครั้ง


เพิ่มเติม

ภาค เหนือ

ตำขนุน

    ความเป็นมา ตำขนุน หรือ ตำบ่าหนุน คือการนำขนุนอ่อนมาโขลกรวมกับพริกแกงเพื่อเพิ่มรสชาติขนุนอ่อนนิยมรับประทานเป็นผักเคียงอีกทั้งยังสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลาย   คุณค่าทางโภชนาการ ขนุนอ่อน เป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ช่วยให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากพลังงาน โปรตีน ไขมัน กากใยอาหาร อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ยังให้สารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณที่สูงอีกด้วย   ส่วนผสม ขนุนอ่อน                  400    กรัม เนื้อหมูสับ                100    กรัม ใบมะกรูด                  5        ใบ กระเทียมเจียว           1        ช้อนโต๊ะ ผักชีซอย                    1        ช้อนโต๊ะ ต้นหอมซอย               1        ช้อนโต๊ะ พริกขี้หนูแห้งทอด       5        เม็ด น้ำมันพืช                      2        ช้อนโต๊ะ กระเทียมสับ                  1        ช้อนโต๊ะ ส่วนผสมพริกแกง พริกขี้หนูแห้ง            15      เม็ด กระเทียม                   10      กรัม หอมแดง                     30      กรัม ข่าหั่น                           1        ช้อนโต๊ะ ตะไคร้ซอย                  1        ช้อนโต๊ะ กะปิ                              1        ช้อนชา ปลาร้าต้มสุก                1        ช้อนโต๊ะ เกลือ                             ½       ช้อนชา วิธีทำ โขลกขนุนอ่อนที่ต้มแล้วให้ละเอียดพักไว้ โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียดพักไว้ จากนั้นตั้งกระทะเจียวกระเทียมพอเหลือง ใส่เครื่องแกงลงผัดให้หอม ใส่หมูสับ ผัดให้หมูสุก ใส่ขนุนลงผัดให้เข้ากัน ใส่ใบมะกรูด ตักใส่ภาชนะโรยหน้าด้วยต้นหอม ผักชีและพริกขี้หนูแห้งทอด      


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire