SLider section

ยำใบบัวบก

ภาค ใต้

  • recipe image cover

ยำใบบัวบก

ความเป็นมา

ยำเป็นอาหารรสจัดนิยมกินกันในภาคกลางและภาคใต้ แต่จะมีส่วนผสมแตกต่างกันไปตามท้องถิ่นและความชอบ ยำใบบัวบกเป็นการนำผักที่นิยมกินสดในถาดผักเหนาะมายำใส่มะพร้าวคั่วให้เคี้ยวมันๆ  ใส่กุ้งแห้งป่น กุ้งสด และมีรสเผ็ดหอมจากหอมแดงซอย

 

คุณค่าทางโภชนาการ

ใบบัวบกใบสีเขียวกลมหยัก รสมันน้อยๆ มีสรรพคุณช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย ช่วยทำให้ความจำและสมองทำงานได้ดี ซึ่งตรงกับคัมภีร์อายุรเวทของพราหมณ์ที่บอกว่าใบบัวบกทำให้สมองสีเทาและสีขาวแข็งแรง ใบบัวบก 100 กรัมมีวิตามินบี 1 หรือไทอามีน 0.24 มิลลิกรัมซึ่งมากกว่าผักอื่นๆ มีเบต้าแคโรทีน 238 ไมโครกรัม ซึ่งเป็นสารที่ทำให้ไม่เป็นโรคหัวใจขาดเลือดและมะเร็ง ซึ่งเป็นโรคที่คนปัจจุบันเป็นกันมาก ยำใบบัวบกจานนี้จึงช่วยได้เป็นอย่างดี

 

ส่วนผสม

ใบบัวบกซอยละเอียด            2     ถ้วย

หอมเล็กซอย                          1     ถ้วย

กุ้งแห้งป่น                               ¼    ถ้วย

มะพร้าวคั่ว                              ¼    ถ้วย

กุ้งลวกหรือย่าง หั่นชิ้นเล็ก     100 กรัม

ส่วนผสมน้ำยำ

น้ำตาลปี๊บ                    1 ½ ช้อนโต๊ะ

น้ำปลา                        2     ช้อนชา

น้ำมะนาว                    2     ช้อนโต๊ะ

กะปิย่าง                       2     ช้อนชา

พริกขี้หนูซอย               5     กรัม

 

วิธีทำ

ผสมส่วนผสมน้ำยำเข้าด้วยกัน จากนั้นนำมาคลุกเค้ากับเครื่องยำให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ

 

 

ภาค ใต้

ยำปลาอินทรีเค็ม

    ความเป็นมา ด้วยความที่พื้นที่ภาคใต้ติดกับทะเลจึงมีอาหารทะเลมากรวมทั้งปลาอินทรี จึงนำมาทำปลาเค็มเพื่อเก็บไว้กินได้นาน การนำมาทอด และยำโดยใส่หอมซอย พริกขี้หนู น้ำมะนาว จึงเป็นวิธีการปรุงง่าย ๆ อย่างหนึ่งที่กินได้อร่อย   คุณค่าทางโภชนาการ ปลาอินทรีเค็มมีโปรตีนมากกว่าปลาสดในปริมาณที่เท่ากันเนื่องจากน้ำที่ระเหยไป แต่มีโซเดียมมากเราจึงกินได้น้อย การนำมายำให้มีรสเผ็ด เปรี้ยว เค็ม และมีหอมแดงซอยทำให้กินได้อร่อย หอมแดงมีคุณสมบัติช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ ป้องกันการแข็งตัวของเลือด และในยาแผนโบราณใช้แก้หวัดคัดจมูกได้   ส่วนผสม ปลาอินทรีเค็มทอด               100    กรัม หอมแดงซอยบาง                 30      กรัม พริกขี้หนูซอย                        3        กรัม น้ำมะนาว                                1        ช้อนโต๊ะ น้ำตาล                                   1/2     ช้อนชา วิธีทำ โรยหอมแดง พริกขี้หนู น้ำตาล น้ำมะนาว บนชิ้นปลา คลุกรวมกันก่อนรับประทาน    


เพิ่มเติม

ภาค เหนือ

คั่วตับหมู

ความเป็นมา ในอดีตชาวล้านนานิยมทานเนื้อสัตว์เฉพาะในงานบุญงานเทศกาลเท่านั้น อาหารที่ทำจากเนื้อสัตว์จึงถูกยกให้เป็นเมนูที่หาทานได้ยาก แต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรองานบุญงานเทศกาลก็สามารถหาทานได้อย่างแพร่หลาย   คุณค่าทางโภชนาการ ตับหมูเป็นแหล่งของโปรตีนและธาตุเหล็ก ช่วยในการสร้างการเจริญเติบโตของร่างกายและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ อีกทั้งยังได้วิตามินและเกลือแร่จากส่วนผสมต่างๆ   ส่วนผสม หมูสามชั้นหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ                   200       กรัม ตับหมู เครื่องในหมู หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ    200       กรัม น้ำมันพืช ใบมะกรูด                                                   5        กรัม ต้นหอมซอย                                              1        ช้อนโต๊ะ ผักชีซอย                                                    1        ช้อนโต๊ะ น้ำปลา                                                        1        ช้อนชา ส่วนผสมพริกแกง พริกแห้ง                                     7        เม็ด หอมแดง                                     20      กรัม กระเทียม                                    15      กรัม ข่าซอย                                       1        ช้อนโต๊ะ ตะไคร้ซอย                                 1        ช้อนโต๊ะ รากผักชีซอย                              1        ช้อนชา กะปิ                                             1        ช้อนชา วิธีทำ ตำหรือปั่นส่วนผสมพริกแกงให้ละเอียดพักไว้ ตั้งกระทะบนไฟอ่อน นำพริกแกงลงไปผัดให้หอม ใส่หมูสามชั้นและเครื่องในลงไปผัดให้พอสุก ปรุงรส ผัดให้เข้ากันจนสุกทั่ว ใส่ใบมะกรูด ผัดให้เข้ากัน ตักขึ้น โรยต้นหอม และผักชี


เพิ่มเติม

ภาค เหนือ

แกงฮังเล

ความเป็นมา แกงฮังเล หรือ แกงฮินเล เป็นอาหารไทยที่มีต้นกำเนิดจากประเทศพม่า โดยคำว่า “ฮิน” ในภาษาพม่า หมายถึง แกง และ “เล” ในภาษาพม่า หมายถึง เนื้อสัตว์ แกงฮังเลหาทานได้ง่ายเพราะได้รับความนิยมแพร่หลายไปทั่วภาคเหนือ   คุณค่าทางโภชนาการ ขิงมีสรรพคุณหลากหลาย จัดว่าเป็นยาอายุวัฒนะ มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระอยู่เป็นจำนวนมาก ช่วยชะลอความแก่และชะลอการเกิดริ้วรอย ขิงมีฤทธิ์อุ่น ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น และช่วยในการขับเหงื่อ   ส่วนผสม หมูสามชั้นหั่นเป็นชิ้น            1        กิโลกรัม ซีอิ๊วดำ                                  1        ช้อนโต๊ะ กระเทียมปอก                     1/2     ถ้วยตวง ขิงสดหั่นฝอย                      1/2     ถ้วยตวง น้ำมะขามเปียก                   1/2     ถ้วยตวง ผงกะหรี่                                1        ช้อนโต๊ะ น้ำปลา                                1/2     ถ้วยตวง น้ำมัน                                  1/2     ถ้วยตวง น้ำตาลปี๊บ                           1/2     ถ้วยตวง น้ำสะอาด                            3        ถ้วยตวง ส่วนผสมพริกแกง พริกแห้งหั่นแว่น                  6        เม็ด กระเทียมซอย                     2        ช้อนโต๊ะ หอมแดงซอย                      2        ช้อนโต๊ะ ตะไคร้ซอย                          1        ช้อนโต๊ะ ข่าซอย                                1        ช้อนชา เกลือป่น                               1        ช้อนชา กะปิ                                     2        ช้อนชา วิธีทำ ตำหรือปั่นส่วนผสมพริกแกงให้ละเอียด นำลงไปผัดกับน้ำมันให้หอม ใส่หมูสามชั้นหั่นชิ้นลงไปผัดให้เริ่มสุก ใส่กระเทียม เติมน้ำสะอาด ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา ซีอิ๊วดำ ผงกะหรี่ คนให้เข้ากันตั้งไฟอ่อนจนเดือด ใส่ขิงสดหั่นฝอยคนให้เข้ากัน ตั้งต่อจนเดือดอีกครั้ง ตักเสิร์ฟ    


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire