SLider section

ลาบทอด

ภาค อีสาน

  • recipe image cover

ลาบทอด

 

ความเป็นมา

เมนูนี้เป็นเมนูดัดแปลงเพื่อเพิ่มเติมความอร่อยและความแปลกใหม่ให้กับเมนูลาบ โดยการนำเนื้อหมูมาคลุกส่วนผสมรสลาบแล้วนำไปทอด

 

คุณค่าทางโภชนาการ

ส่วนผสมของลาบมีสรรพคุณที่หลากหลาย เช่นหอมแดง ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ บำรุงหัวใจผักชีฝรั่ง ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ใบสะระแหน่ช่วยบำรุงสายตา คลายเครียด ต้นหอม ช่วยป้องกันอาการท้องผูกและลดคอเลสเตอรอลในกระแสเลือด

 

ส่วนผสม

หมูบด                     250    กรัม

หอมแดงซอย           1/4     ถ้วย

ผักชีซอย                   2        ช้อนโต๊ะ

ต้นหอมซอย                2        ช้อนโต๊ะ

ผักชีฝรั่งซอย               2        ช้อนโต๊ะ

น้ำปลา                          4        ช้อนโต๊ะ

น้ำมะนาว                        4        ช้อนโต๊ะ

พริกป่น                             2        ช้อนชา

ข้าวคั่ว                                2        ช้อนโต๊ะ

แป้งอเนกประสงค์               2        ช้อนโต๊ะ

น้ำมันพืช

 

วิธีทำ

ใส่หมูบดลงในชามผสม ใส่เครื่องปรุง น้ำปลา น้ำมะนาว พริกป่น ข้าวคั่ว ต้นหอม ผักชี ผักชีฝรั่ง หอมแดง แป้งอเนกประสงค์ จากนั้นคลุกเคล้าทั้งหมดให้เข้ากัน นวดหมูให้เครื่องปรุงซึมเข้าไปในเนื้อแล้วทิ้งไว้ 5-10 นาทีใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ ยกขึ้นตั้งไฟกลาง รอจนน้ำมันร้อน

ปั้นหมูเป็นก้อนกลม ลงทอดในน้ำมันจนสุกทั่วทั้งก้อน ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน จัดใส่จานเสิร์ฟคู่กับผักสดเครื่องเคียงเช่น ใบสะระแหน่ แตงกวา ถั่วฝักยาว

 

 

 

ภาค เหนือ

ผักกาดจอ

ความเป็นมา ผักกาดจอหรือจอผักกาด เป็นอาหารที่ใช้ผักกวางตุ้งที่กำลังออกดอกในการปรุง นิยมรับประทานกันแพร่หลายในทุกจังหวัดของภาคเหนือ สูตรผักกาดจอมีความแตกต่างกันออกไปตามท้องถิ่น   คุณค่าทางโภชนาการ ผักกวางตุ้งมีแคลเซียมสูงช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ช่วยบำรุงและรักษาสายตา เสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง อีกทั้งยังช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน และลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง   ส่วนผสม ผัดกาดกวางตุ้งหั่นท่อน                    2        กิโลกรัม กระดูกซี่โครงหมู หั่นเป็นชิ้น              1/2     กิโลกรัม หอมแดง                                     30      กรัม กระเทียม                                    20      กรัม กระเทียมสับ                                2        ช้อนโต๊ะ กะปิ                                            1        ช้อนโต๊ะ ปลาร้าสับ                                    1        ช้อนโต๊ะ เกลือ                                          1        ช้อนโต๊ะ มะขามเปียก                                1        ถ้วย น้ำมันพืช                                    3        ช้อนโต๊ะ พริกแห้งทอด                               5        เม็ด วิธีทำ ตั้งน้ำสะอาดจนเดือด ใส่ซี่โครงหมูลงไปต้มจนนุ่ม โขลกกระเทียม หอมแดง กะปิ เกลือ ปลาร้าสับ ให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว จากนั้นใส่ลงไปในหม้อต้มรอจนเดือดอีกครั้ง ใส่ผักกวางตุ้งลงไป ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียก ชิมรส ตั้งจนเดือดอีกครั้งปิดไฟ จากนั้นนำกระเทียมสับไปเจียวให้เหลืองหอม โรยหน้าพร้อมพริกแห้ง    


เพิ่มเติม

ภาค เหนือ

แกงกล้วยดิบ

ความเป็นมา แกงกล้วยดิบ เป็นแกงชนิดหนึ่ง ใช้กล้วยน้ำว้าดิบเป็นส่วนผสมเพราะหาได้ทั่วไปกล้วยจึงเป็นที่นิยมที่จะนำมาประกอบอาหารหลากหลายประเภท   คุณค่าทางโภชนาการ กล้วยน้ำว้าช่วยแก้โรคกระเพาะได้ดีเนื่องจากมีสารแทนนิน ซึ่งมีฤทธิ์ในการเคลือบรักษากระเพาะและลำไส้ป้องกันการติดเชื้อ และยังมีฤทธิ์ในการช่วยลดกรดในกระเพาะอาหารได้เป็นอย่างดี   ส่วนผสม กล้วยน้ำว้าดิบ                     400    กรัม เนื้อหมูสามชั้น                    100    กรัม ชะอมเด็ด                             50      กรัม ชะพลูหั่นหยาบ                   50      กรัม หอมแดงซอย                        1     ช้อนโต๊ะ ส่วนผสมพริกแกง พริกขี้หนูแห้ง                      15      เม็ด กระเทียม                            10      กรัม หอมแดง                            30      กรัม ข่าหั่น                                 1        ช้อนโต๊ะ ตะไคร้ซอย                         1        ช้อนโต๊ะ กะปิ                                     1        ช้อนโต๊ะ ปลาร้าต้มสุก                      1        ช้อนโต๊ะ เกลือ                                 1/2     ช้อนชา วิธีทำ ตำหรือปั่นส่วนผสมพริกแกงให้ละเอียด จากนั้นนำไปผัดกับหมูสามชั้นจนมีกลิ่นหอม และหมูเริ่มสุก เติมน้ำให้พอท่วม ตั้งไฟจนเดือด ใส่กล้วยน้ำว้าดิบหั่นเป็นแผ่นบางๆ ตั้งไฟจนเดือดอีกครั้ง ใส่หอมแดงซอย ชะอมเด็ด และใบชะพลู คนให้เข้ากันและผักสุก ตักขึ้นเสิร์ฟ


เพิ่มเติม

ภาค กลาง

วุ้นกะทิ

    ความเป็นมา วุ้นเป็นขนมหวานของไทยที่หากินได้ทั่วไป เนื้อวุ้นจะคล้ายกับเยลลี่ของฝรั่ง แตกต่างกันที่เนื้อสัมผัสของวุ้นจะแข็งและกรอบกว่า คนไทยนำกะทิมาผสมกับผงวุ้นเติมเกลือเล็กน้อยเพื่อให้มีรสเค็มมัน ทำเป็นหน้าของวุ้นตัดกับรสหวานของเนื้อวุ้นที่ใส่เฉพาะน้ำตาล ทำให้กินได้อร่อยไม่เลี่ยน และใส่สลับชั้นให้ดูสวยงาม   คุณค่าทางโภชนาการ วุ้นเป็นสารสกัดมาจากสาหร่ายที่เรียกว่า “อาการ์” มีคุณสมบัติทำให้เนื้อขนมแข็ง สาหร่ายมีธาตุไอโอดีน แต่เมื่อเทียบกับน้ำตาลและกะทิที่เป็นส่วนผสมของวุ้นกะทิซึ่งมีมากกว่าวุ้น จึงควรบริโภคแต่พอเหมาะ แม้ว่าวุ้นกะทิปริมาณ 100 กรัมจะให้พลังงาน 133 กิโลแคลอรี แต่ก็ไม่ควรกินมากเกินไป   ส่วนผสมตัววุ้น วุ้นผง                                1        ช้อนโต๊ะ น้ำลอยดอกมะลิ                  2 1/4  ถ้วย น้ำตาลทราย                       1/2     ถ้วย น้ำใบเตย (ตำและคั้นน้ำ )หรือสีผสมอาหารสีตามชอบ   ส่วนผสมหน้ากะทิ ผงวุ้น                                 1        ช้อนโต๊ะ หัวกะทิ                              2 ¼    ถ้วย น้ำตาลทราย                       ¼       ถ้วย เกลือป่น                             2        ช้อนชา   วิธีทำ ผสมผงวุ้น น้ำลอยดอกมะลิ เกลือ ตั้งไฟ คอยคนจนวุ้นละลายหมด ก่อนยกขึ้นใส่น้ำใบเตยให้มีสีสวยตามชอบ ตักใส่พิมพ์ นำส่วนผสมหัวกะทิตั้งไฟ คอยคนจนวุ้นละลาย ตักหยอดหน้าตัววุ้น


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire