SLider section

ลาบปลาช่อนทอด

ภาค อีสาน

  • recipe image cover

ลาบปลาช่อนทอด

 

ความเป็นมา

ปลาในภาคอีสานมีให้เลือกทานหลายชนิด ปลาช่อนเป็นหนึ่งในปลาที่นิยมทานกันมาก เพราะเนื้อแน่นและมีรสชาติอร่อยสามารถนำมาทำเป็นเมนูได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็น ย่าง ทอด แกง และลาบ

 

คุณค่าทางโภชนาการ

ปลาช่อนมีโปรตีนที่ย่อยง่ายกว่าเนื้อสัตว์ชนิดอื่นๆ ทำให้ระบบการย่อยอาหารไม่ต้องทำงานหนัก นอกจากนี้ปลายังมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายหลายชนิด อีกทั้งยังมีโอเมก้า3ซึ่งเป็นโครงสร้างไขมันที่สำคัญในสมองและจอประสาทตา

 

ส่วนผสม

ปลาช่อนบั้งลำตัว ขนาด 400 กรัม           1        ตัว

หอมแดงซอย                                  40      กรัม

น้ำปลา                                            2        ช้อนโต๊ะ

น้ำมะนาว                                         4        ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลปี๊บ                                        1        ช้อนโต๊ะ

พริกป่น                                            1        ช้อนโต๊ะ

ข้าวคั่ว                                             2        ช้อนโต๊ะ

ต้นหอมซอย                                     10      กรัม

ผักชีฝรั่ง หั่นหยาบ                            20      กรัม

ใบสะระแหน่                                     10      กรัม

 

วิธีทำ

นำปลาช่อนไปทอดให้เหลืองกรอบ จัดวางลงจานเตรียมน้ำยำโดยการผสม น้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาลปี๊บและพริกป่นเข้าด้วยกันคลุกเคล้า หอมแดงซอย ต้นหอมซอย  ผักชีฝรั่ง น้ำยำ และข้าวคั่วพอเข้ากันแล้วราดลงบนตัวปลาโรยหน้าด้วยใบสะระแหน่ เสิร์ฟพร้อมผักเคียง

 

 

ภาค อีสาน

ต้มแซ่บซี่โครงหมู

    ความเป็นมา ต้มแซ่บเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมในภาคอีสานอีกหนึ่งเมนู มีความคล้ายคลึงกับต้มยำในภาคกลางแต่จะใส่พริกป่นแทนพริกสด และเลือกใช้เนื้อสัตว์เช่นหมูและเนื้อวัวมากกว่าเนื้อสัตว์ชนิดอื่น รสชาติของต้มแซ่บจะไม่เปรี้ยวมาก เน้นความกลมกล่อมจากส่วนผสมต่างๆที่ใส่ลงไป   คุณค่าทางโภชนาการ ต้มแซ่บมีสรรพคุณมากมายจากสมุนไพรและผัก เช่นข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ช่วยให้เจริญอาหาร ขับลม บำรุงร่างกาย และช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี เห็ดฟาง พริกขี้หนูและมะเขือเทศมีวิตามินซีสูง ผักชีฝรั่งช่วยแก้ท้องอืด ดับกลิ่นปาก   ส่วนผสม กระดูกหมูอ่อน ต้มแล้วหั่นเป็นชิ้น       350    กรัม เห็ดฟางผ่าครึ่ง                                    1/2     ถ้วย ตะไคร้หั่นท่อน                                     30      กรัม ข่าหั่นแว่น                                             10      กรัม มะเขือเทศสีดา                                     80      กรัม หอมแดง                                                40      กรัม น้ำปลา                                                    3        ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว                                                 3        ช้อนโต๊ะ ใบมะกรูดฉีก                                             3        กรัม ผักชีฝรั่งหั่นหยาบ                                     15      กรัม พริกขี้หนูแห้ง คั่ว                                       8        เม็ด พริกป่น                                                        1        ช้อนชา ผักชีเด็ดใบ                                                 10      กรัม วิธีทำ ตั้งหม้อใส่น้ำบนไฟกลาง ใส่หอมแดง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ต้มจนเดือด ใส่กระดูกหมู ต้มสักพักจนสุกนุ่ม ใส่เห็ดฟาง มะเขือเทศ ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว พริกป่น ตักใส่ชามโรยหน้าด้วยผักชี ผักชีฝรั่ง พริกแห้งคั่ว    


เพิ่มเติม

ภาค ใต้

หลนปูเค็ม

    ความเป็นมา หลน จัดเป็นเครื่องจิ้มอย่างหนึ่งของไทย น้ำขลุกขลิกใส่กะทิ มีรสหวานจากกะทิและน้ำตาลมะพร้าว กินกับผักสดต่างๆ ทางใต้มีพื้นที่ติดทะเลจึงมีปูมากและนำมาทำปูเค็มซึ่งจัดเป็นการถนอมอาหารอย่างหนึ่งให้เก็บไว้กินได้นาน ใช้เพื่อปรุงรสเค็มในการทำหลนนี้ด้วย   คุณค่าทางโภชนาการ ปูเป็นซีฟู้ดที่มีโพแทสเซียมและสังกะสีสูง ส่วนผสมสมุนไพร เช่น หอม ตะไคร้ พริกขี้หนู ทำให้มีกลิ่นหอมชวนกินแล้ว ยังให้ความรู้สึกสดชื่น และหลนเป็นเครื่องจิ้มที่มีรสจัดจึงทำให้กินผักสดต่างๆ ได้มาก วิตามินและเกลือแร่จึงได้มากจากผักสด เช่น ขมิ้นขาว สายบัว มะเขือเปราะ ที่กินเป็นเครื่องเคียงนี้เอง   ส่วนผสม ปูเค็ม หั่นครึ่ง            5        ตัว หัวกะทิ                       1        ถ้วย หอมแดงซอย             30      กรัม ตะไคร้ซอย                 50      กรัม พริกขี้หนูซอย             5        กรัม น้ำตาลมะพร้าว          3        ช้อนโต๊ะ   วิธีทำ ตั้งกะทิพอเดือดใส่หอม ตะไคร้ คนให้เข้ากัน เมื่อเดือดอีกครั้งใส่ปู ปรุงรสด้วยน้ำตาลมะพร้าว พอเดือด ชิมรส กินกับผักสดต่างๆ เช่น ใบบัวบก แตงกวา มะเขือเปราะ เป็นต้น    


เพิ่มเติม

ภาค กลาง

ยำวุ้นเส้น

    ความเป็นมา วุ้นเส้นเป็นอาหารประเภทเส้นของจีน เส้นเล็กกลม เมื่อสุกเนื้อจะเหนียว ใส คนจีนนิยมนำมาผัด ทำแกงจืด แต่ความที่คนไทยชอบอาหารรสจัดอย่างยำ จึงนำวุ้นเส้นมายำใส่เนื้อหมู กุ้ง กุ้งแห้งทอดให้เคี้ยวได้กรุบกรอบ และราดด้วยน้ำยำรสจัด เผ็ด เปรี้ยว เค็ม หวาน   คุณค่าทางโภชนาการ วุ้นเส้นทำมาจากแป้งถั่วเขียว จัดเป็นคาร์โบไฮเดรทที่มีโปรตีนอยู่น้อยมาก จึงไม่ได้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการลดความอ้วน แต่วุ้นเส้นมีคุณสมบัติตอบสนองต่อน้ำตาลในเลือดต่ำจึงเหมาะกับคนที่เป็นโรคเบาหวาน ส่วนผมอื่นในยำวุ้นเส้น เช่น เนื้อหมู กุ้ง ให้โปรตีน หอมหัวใหญ่ช่วยลดคอเลสเตอรอล และน้ำยำที่รสเผ็ด เปรี้ยว ช่วยให้สมองปลอดโปร่ง ยำวุ้นเส้น 1 จานให้พลังงานเพียง 120 กิโลแคลอรี   ส่วนผสม วุ้นเส้นตัดสั้น                         120    กรัม เนื้อหมูสับ / กุ้ง ลวกสุก         60      กรัม กุ้งแห้งตัวเล็กทอด                2        ช้อนโต๊ะ หอมแดงซอย                       20      กรัม เห็ดหูหนูหั่นชิ้นเล็ก               30      กรัม กระเทียมเจียว                         2        ช้อนโต๊ะ ต้นขึ้นฉ่ายหั่นเป็นชิ้นยาว        30      กรัม มะเขือเทศหั่นเป็นชิ้น              60      กรัม   ส่วนผสมน้ำยำ พริกขี้หนูซอย 5-10 เม็ด น้ำปลา น้ำตาล น้ำมะนาวอย่างละ 1-2 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำยำ ชิมรสเตรียมไว้   วิธีทำ ลวกวุ้นเส้น ผสมกับส่วนผสมยำวุ้นเส้นทั้งหมด คลุกน้ำยำ รับประทานทันที    


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire