SLider section

ลาบปลาดุก

ภาค อีสาน

  • recipe image cover

ลาบปลาดุก

ความเป็นมา

ลาบปลาดุกถูกดัดแปลงเพื่อให้เกิดรสชาติและเพิ่มคุณค่าทางสารอาหารมากยิ่งขึ้น เพราะรสชาติและรสสัมผัสของปลาดุกย่างจะแตกต่างจากเนื้อสัตว์โดยทั่วไป เนื้อปลาจะนุ่มและซึมซับรสของเครื่องปรุงได้ดีกว่า จึงได้รสชาติที่จัดจ้านกว่าเนื้อปลาชนิดอื่น

 

คุณค่าทางโภชนาการ

เนื้อปลาดุกย่างมีสรรพคุณคือ มีโปรตีนสูง และไขมันต่ำ นอกจากนั้น ข่ายังช่วยในระบบย่อยอาหาร ส่วนหอมแดง ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ บำรุงหัวใจผักชีฝรั่งช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ใบสะระแหน่ช่วยบำรุงสายตา คลายเครียด ต้นหอม ช่วยป้องกันอาการท้องผูกและลดคอเลสเตอรอลในกระแสเลือด

 

ส่วนผสม

ปลาดุกหนัก 300 กรัม                   1        ตัว

ใบมะกรูดหั่นฝอย                          2        ช้อนชา

ข่าโขลกละเอียด                            1        ช้อนโต๊ะ

หอมแดงซอย                                10      กรัม

ต้นหอมซอย                                  1        ช้อนโต๊ะ

ผักชีฝรั่งหั่นหยาบ                          1        ช้อนโต๊ะ

ใบสะระแหน่                                 10      กรัม

ข้าวคั่วป่น                                    2        ช้อนโต๊ะ

พริกป่น                                       1        ช้อนโต๊ะ

น้ำปลา                                       2        ช้อนโต๊ะ

น้ำมะนาว                                   2        ช้อนโต๊ะ

 

วิธีทำ

ล้างปลาดุกให้สะอาด ขูดเมือกบนผิวออก นำไปย่างไฟพอสุก แกะเอาแต่เนื้อนำมาสับหยาบๆ จากนั้นเคล้าเนื้อปลาดุกกับข้าวคั่ว พริกป่น ข่าหั่นฝอย หอมแดงซอย และใบมะกรูดหั่นฝอยปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว คลุกเคล้ากันให้ทั่ว โรยใบสะระแหน่ ต้นหอม ผักชีฝรั่ง ตักใส่จาน เสิร์ฟพร้อมผักเคียง

 

 

ภาค กลาง

หมูสะเต๊ะ

ความเป็นมา หมูสะเต๊ะ เป็นอาหารปิ้งย่างที่คาดว่าได้รับอิทธิพลมาจากประเทศอินโดนีเซียซึ่งเป็นต้นกำเนิดของเนื้อสะเต๊ะ แต่ในประเทศไทยที่มีคนจีนมากและไม่นิยมกินเนื้อวัวจึงเปลี่ยนเป็นเนื้อหมู ส่วนผสมที่ใช้หมักเนื้อก็ยังมีลูกผักชี ยี่หร่า ขมิ้นหรือผงกะหรี่  และร้านขายหมูสะเต๊ะอร่อยๆ มักเป็นคนจีน หมูสะเต๊ะเป็นของว่างที่กินได้ตลอดวัน และนิยมสั่งกินก่อนอาหารมื้อหนัก   คุณค่าทางโภชนาการ เนื้อหมูมีวิตามินบี 12 และอุดมไปด้วยวิตามินแร่ธาตุต่างๆ มีโปรตีนที่ช่วยให้เด็กเจริญเติบโตได้เต็มที่ และช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย เนื้อสะเต๊ะจะอร่อยเมื่อมีมันหมูติดไปด้วยเล็กน้อย เพราะจะทำให้เนื้อนุ่มและไม่กระด้าง แต่ควรระวังไม่กินมันหมูมากเกินไปเพราะร่างกายอาจจะรับไขมันเกินความจำเป็น   ส่วนผสม เนื้อหมูสันนอกหั่นเป็นชิ้นยาวกว้าง      1        กก. กะทิ                                          1        ถ้วย   เครื่องสำหรับหมักหมู ลูกผักชีป่น 1 ช้อนโต๊ะ ยี่หร่าป่น 1 ช้อนชา น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ ผงกะหรี่ 1 ช้อนโต๊ะ เกลือ 1 ช้อนชา  น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ   วิธีทำ หมักหมูและเสียบไม้พักไว้ในตู้เย็นอย่างน้อย 3 ชั่วโมง นำหมูสะเต๊ะย่างไฟ ขณะย่างพรมกะทิไปด้วยเพื่อไม่ให้แห้ง พอสุกใส่จาน เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มและอาจาด   ส่วนผสมน้ำจิ้มและวิธีทำ กะทิ 3 ถ้วย น้ำพริกแกง ½ ถ้วย ถั่วลิงสงโขลกละเอียด 1/3 ถ้วย น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปึก 2 ช้อนโต๊ะ น้ำส้มมะขาม 2 ช้อนโต๊ะ เคี่ยวกะทิให้พอแตกมัน ใส่น้ำพริกลงไปผัดจนหอม ใส่ถั่วลิสง น้ำปลา น้ำตาล น้ำส้มมะขาม เคี่ยวต่อจนข้น ชิมรส ส่วนผสมอาจาดและวิธีทำ น้ำส้มสายชู 1/3 ถ้วย น้ำตาลทราย ½ ถ้วย เกลือป่น 2 ช้อนชา แตงกวาผ่าสี่หั่น 2 ลูก หอมแดงซอย 3 ช้อนโต๊ะ พริกชี้ฟ้าหั่นขวาง ½ เม็ด ผสมน้ำส้มสายชู น้ำตาล เกลือ ตั้งไฟ พอทุกอย่างละลายยกลง พักไว้ให้เย็น จัดแตงกวา หอมแดง พริกชี้ฟ้าใส่ชาม ราดน้ำอาจาด


เพิ่มเติม

ภาค ใต้

แกงคั่วหอยขมใบชะพลู

ความเป็นมา แกงพื้นบ้านที่นำหอยขมหรือหอยจุ๊บที่อยู่ในแหล่งน้ำตามธรรมชาติมาแกงกับใบชะพลูที่หาได้ง่ายเช่นกัน แกงใส่กะทิที่ได้รสชาติหวานมัน รสเผ็ดร้อนเข้มข้นและกลิ่นหอมจากสมุนไพรสดในเครื่องพริกแกงคั่ว ทำให้เกิดความลงตัวในแกงพื้นบ้านจานนี้อย่างน่าประหลาดใจ   คุณค่าทางโภชนาการ หอยจุ๊บในตำราแพทย์แผนไทยระบุไว้ว่าทั้งเปลือกและเนื้อหอยมีสรรพคุณช่วยแก้กระษัยต่างๆ เช่น แก้ปวดเมื่อย บำรุงกำลัง บำรุงถุงน้ำดี และโรคทางเดินปัสสาวะอย่างโรคนิ่ว และเมื่อนำไปแกงกับใบชะพลูซึ่งมีสารออกซาเลตที่สามารถทำให้เกิดโรคทางเดินปัสสาวะอย่างโรคนิ่วได้ถ้ารับประทานมาก นับเป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษที่นำส่วนผสมทั้ง 2 อย่างนี้มาปรุงเพื่อแก้กันจึงทำให้จานนี้สมดุลกินได้อย่างไม่มีปัญหา   ส่วนผสมพริกแกง พริกขี้หนูสด 15 เม็ด ตะไคร้ซอย 2 ต้น กระเทียม 10 กลีบ หอมแดง 5 หัว ขมิ้นยาว 2 นิ้ว ข่าหั่นแว่น  5 แว่น  พริกไทยเม็ด 2 ช้อนชา กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ เกลือ 1 ช้อนชา ตำส่วนผสมทุกอย่างให้ละเอียด ส่วนผสมแกง หอยขมสับก้นหอยแล้ว          500 กรัม ใบชะพลูซอย                         2     ถ้วย กะทิ                                        4     ถ้วย เกลือ                                        1     ช้อนโต๊ะ น้ำตาล                                     1     ช้อนโต๊ะ   วิธีทำ นำกะทิขึ้นตั้งไฟ พอเดือดใส่พริกแกง หอยขม คนให้เข้ากัน รอจนหอยสุก ใส่ใบชะพลู ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาล ยกลง    


เพิ่มเติม

ภาค ใต้

ปลาทูสอดไส้

    ความเป็นมา   ปลาทูเป็นปลาที่มีมากทั้งในอ่าวไทยและทะเลอันดามัน คนใต้แทนที่จะนำมาทอดทั้งตัว แต่นำมาสร้างสรรค์โดยผสมมะพร้าวขูดกับเนื้อหมูและสมุนไพร ใส่ไส้แล้วนำไปทอด ทำให้กิน อร่อยได้อย่างไม่เบื่อ   คุณค่าทางโภชนาการ เมนูนี้ได้โปรตีนจากทั้งเนื้อปลาและเนื้อหมูที่ผสมรวมกับมะพร้าวขูดและสมุนไพร มะพร้าวแม้จะมีไขมันอิ่มตัวสูงแต่ก็ย่อยง่าย และยังมีสมุนไพรต่างๆ มาช่วยย่อยอีก จึงทำให้กินอิ่มได้อย่างสบายใจไม่ต้องกลัวแน่นท้อง   ส่วนผสม ปลาทู                               6        ตัว มะพร้าวขูดขาว                300    กรัม หมูบด                               200    กรัม กระเทียมหั่น                      ½       ถ้วย ขมิ้นหั่น                              3        ช้อนโต๊ะ พริกไทยเม็ด                       1        ช้อนโต๊ะ ใบมะกรูดซอย                     4        ใบ น้ำปลา                                2        ช้อนโต๊ะ วิธีทำ กรีดข้างลำตัวปลา แล่ก้างปลาออก  โขลกพริกไทย เกลือ กระเทียม ขมิ้น รวมกันให้ละเอียด แบ่งมาครึ่งหนึ่งผสมกับมะพร้าวและหมูบด ใส่น้ำปลา ใบมะกรูด คลุกให้เข้ากัน นำไปใส่ตัวปลาจนเต็ม เครื่องส่วนที่เหลือนำไปเคล้ากับตัวปลาให้ทั่ว และทอดในน้ำมันร้อนจนสุก    


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire