SLider section

ห่อหมกปลาช่อน

ภาค กลาง

  • recipe image cover

ห่อหมกปลาช่อน

 

 

ความเป็นมา

การนึ่งในอาหารไทยนั้นคาดว่าได้รับวิธีนี้มาจากชาวจีน มาผสมผสานกับรสชาติและวัตถุดิบอย่างไทย โดยการใช้น้ำพริกแกงผสมในกะทิและเนื้อปลา คนในอ่างดินเนื้อหยาบเพื่อให้เนื้อปลาค่อยๆ ขูดไปกับอ่างดินและละลายปนไปกับกะทิจนส่วนผสมข้นเพื่อให้เนื้อห่อหมกละเอียด นับเป็นวิธีการทำที่น่ายกย่อง อีกทั้งการใส่กระทงใบตองและผักอย่างใบโหระพาช่วยให้มีกลิ่นหอมชวนกินเมื่อนึ่งเสร็จ

 

คุณค่าอาหาร

ห่อหมกได้โปรตีนจากเนื้อปลาและไขมันจากกะทิไปพร้อมๆ กัน ซึ่งปริมาณไขมันไม่มากเกินไป เนื้อปลายังย่อยง่าย ในน้ำพริกแกงมีพริกและสมุนไพรช่วยแก้ท้องอืดและช่วยย่อย  แม้ว่ากินอิ่มแต่จะไม่รู้สึกแน่นท้อง ส่วนผักให้วิตามินและกากใยได้ดี

 

ส่วนผสม

ปลาช่อนล้างสะอาดหั่นเป็นชิ้น          1        กก.

กะทิ                                                    3        ถ้วย

หัวกะทิ (สำรับหยอดหน้า )               ½       ถ้วย

น้ำพริกห่อหมก                                  ½       ถ้วย

ไข่                                                       1        ฟอง

น้ำปลา                                               3        ช้อนโต๊ะ

ผักรองก้นกระทง เช่น ใบยอ ใบโหระพา ผักกาดขาวลวก กะหล่ำปลีลวก

พริกแดงหั่นฝอย ผักชี สำหรับโรยหน้า

 

วิธีทำ

นำหัวกะทิไปตั้งไฟจนเดือด ใส่แป้งข้าวเจ้าละลายน้ำเล็กน้อย คนให้เข้ากันจนข้น พักไว้สำหรับหยอดหน้าเทกะทิใส่อ่างดิน ใส่เนื้อปลา คนให้เข้ากันดี ใส่น้ำพริกคนจนข้นเล็กน้อย ตอกไข่ใส่ ปรุงรสด้วยน้ำปลา คนจนเข้ากันดีและส่วนผสมข้นหนืดนำผักรองไว้ก้นกระทง ตักส่วนผสมห่อหมกใส่ นำไปนึ่งไฟแรงจนสุกราดกะทิ โรยใบมะกรูด โรยหน้าด้วยพริกชี้ฟ้า ผักชี นึ่งต่อเล็กน้อย เสิร์ฟ

ภาค เหนือ

แกงโฮ๊ะ

ความเป็นมา คำว่า “โฮ๊ะ” แปลว่า รวม คือการนำเอาอาหารหลายๆ อย่างมารวมกัน แต่ก่อนแกงโฮะมักจะทำจากอาหารที่เหลือหลายๆ อย่าง โดยจะมีความแตกต่างกันไปตามท้องถิ่น แต่สมัยนี้ใช้วัตถุดิบที่สดใหม่ในการปรุงเพื่อให้มีคุณค่าทางโภชนาการมากยิ่งขึ้น                               คุณค่าทางโภชนาการ แกงโฮ๊ะ มีคุณค่าทางโภชนาการมากมายจากวัตถุดิบหลากหลายที่ผสมรวมกันเช่น ขมิ้นสดช่วยในการขับลม มะเขือพวงมีสารเพกติน ที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยสารนี้จะมีหน้าที่ช่วยเคลือบผิวในลำไส้ ทำให้อาหารเคลื่อนตัวผ่านลำไส้ได้ช้า จึงช่วยดูดซึมแป้งและน้ำตาลที่ย่อยแล้วได้ช้าลง ทำให้ระดับของน้ำตาลในเลือดคงที่   ส่วนผสม เนื้ออกไก่หั่นชิ้นบาง                        150    กรัม หมูสามชั้นหั่นชิ้นบาง                      200    กรัม มะเขือเปราะผ่าสี่                          100    กรัม หน่อไม้ดอง                                  200    กรัม มะเขือพวง                                  50      กรัม วุ้นเส้นแช่น้ำจนนิ่มหั่นท่อน               150    กรัม ถั่วฝักยาวหั่นท่อน                          100    กรัม ยอดใบตำลึงเด็ด                            100    กรัม ผักชีหั่นท่อน                                  3        ช้อนโต๊ะ ต้นหอมหั่นท่อน                             3        ช้อนโต๊ะ ผักชีฝรั่งหั่นท่อน                            3        ช้อนโต๊ะ พริกขี้หนูแดงบุบ                            5        กรัม น้ำปลา                                           3        ช้อนโต๊ะ น้ำมันสำหรับผัด ส่วนผสมพริกแกง พริกชี้ฟ้าแห้ง                                8        เม็ด เกลือป่น                                       1        ช้อนชา ตะไคร้ซอย                                   2        ช้อนโต๊ะ กระเทียมซอย                               2        ช้อนโต๊ะ หอมแดงซอย                                3        ช้อนโต๊ะ ขมิ้นสดซอย                                  1        ช้อนชา กะปิ                                               1        ช้อนชา


เพิ่มเติม

ภาค เหนือ

ข้าวซอยไก่

  ความเป็นมา ข้าวซอยเป็นอาหารของชาวล้านนา ซึ่งมีที่มาจากอาหารของชาวมุสลิม จะใช้เนื้อไก่และเนื้อวัวเป็นวัตถุดิบหลัก มีรสชาติและกลิ่นของเครื่องแกงที่หอมหวนชวนรับประทานเป็นอย่างยิ่ง   คุณค่าทางโภชนาการ ข้าวซอยมีโปรตีนจากเนื้อสัตว์ และมีคุณค่าทางโภชนาการจากส่วนผสมต่างๆ เช่น ตะไคร้ช่วยแก้อาการเบื่ออาหาร  ข่าช่วยบำรุงร่างกาย ผงขมิ้นช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ผิวหนังมีสุขภาพดี ช่วยขับน้ำนมของแม่หลังคลอดบุตร พริกแห้งมีสารแคปไซซินช่วยให้ร่างกายกระชุ่มกระชวย   ส่วนผสม เส้นข้าวซอย             120    กรัม น่องไก่                     80      กรัม กะทิ                           3        ถ้วยตวง ผงขมิ้น                    1/2     ช้อนชา ส่วนผสมพริกแกง พริกแห้ง                   7        เม็ด ตะไคร้ซอย                1        ช้อนโต๊ะ กระเทียมไทย             5        กรัม หอมแดงไทย             20      กรัม ข่าสับ                          1        ช้อนชา กะปิ                             1        ช้อนชา ผิวมะกรูดสับ             1/2     ช้อนชา เครื่องเคียง พริกป่นผัดน้ำมัน หอมแดง ผักกาดดอง มะนาว ผักชี ต้นหอม   วิธีทำ ตำหรือปั่นส่วนผสมพริกแกงเข้าด้วยกันให้ละเอียด จากนั้นนำเอาไปผัดกับกะทิจนมีกลิ่นหอม ใส่ผงขมิ้น และเติมกะทิใส่ลงไปตั้งไฟรอจนเดือด ใส่น่องไก่ ต้มจนไก่สุก จากนั้นลวกเส้นข้าวซอยให้สุกนุ่มใส่ลงในจาน ราดด้วยน้ำแกงข้าวซอย เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียง    


เพิ่มเติม

ภาค ใต้

แกงคั่วหอยขมใบชะพลู

ความเป็นมา แกงพื้นบ้านที่นำหอยขมหรือหอยจุ๊บที่อยู่ในแหล่งน้ำตามธรรมชาติมาแกงกับใบชะพลูที่หาได้ง่ายเช่นกัน แกงใส่กะทิที่ได้รสชาติหวานมัน รสเผ็ดร้อนเข้มข้นและกลิ่นหอมจากสมุนไพรสดในเครื่องพริกแกงคั่ว ทำให้เกิดความลงตัวในแกงพื้นบ้านจานนี้อย่างน่าประหลาดใจ   คุณค่าทางโภชนาการ หอยจุ๊บในตำราแพทย์แผนไทยระบุไว้ว่าทั้งเปลือกและเนื้อหอยมีสรรพคุณช่วยแก้กระษัยต่างๆ เช่น แก้ปวดเมื่อย บำรุงกำลัง บำรุงถุงน้ำดี และโรคทางเดินปัสสาวะอย่างโรคนิ่ว และเมื่อนำไปแกงกับใบชะพลูซึ่งมีสารออกซาเลตที่สามารถทำให้เกิดโรคทางเดินปัสสาวะอย่างโรคนิ่วได้ถ้ารับประทานมาก นับเป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษที่นำส่วนผสมทั้ง 2 อย่างนี้มาปรุงเพื่อแก้กันจึงทำให้จานนี้สมดุลกินได้อย่างไม่มีปัญหา   ส่วนผสมพริกแกง พริกขี้หนูสด 15 เม็ด ตะไคร้ซอย 2 ต้น กระเทียม 10 กลีบ หอมแดง 5 หัว ขมิ้นยาว 2 นิ้ว ข่าหั่นแว่น  5 แว่น  พริกไทยเม็ด 2 ช้อนชา กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ เกลือ 1 ช้อนชา ตำส่วนผสมทุกอย่างให้ละเอียด ส่วนผสมแกง หอยขมสับก้นหอยแล้ว          500 กรัม ใบชะพลูซอย                         2     ถ้วย กะทิ                                        4     ถ้วย เกลือ                                        1     ช้อนโต๊ะ น้ำตาล                                     1     ช้อนโต๊ะ   วิธีทำ นำกะทิขึ้นตั้งไฟ พอเดือดใส่พริกแกง หอยขม คนให้เข้ากัน รอจนหอยสุก ใส่ใบชะพลู ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาล ยกลง    


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire