SLider section

เย็นตาโฟ

ภาค กลาง

  • recipe image cover

เย็นตาโฟ

 

ความเป็นมา

ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟเป็นอาหารของคนจีนแคะที่ชื่อว่า “หยงเต้าฟู้” ซึ่งเพี้ยนมาเป็นเย็นตาโฟ ในภายหลังหยงเต้าฟู้คือเต้าหู้ยัดไส้หมูสับของคนจีนแคะ ก๋วยเตี๋ยวนี้แต่เดิมใส่เต้าหู้ยัดไส้ปลา ต่อมาก็เปลี่ยนเป็นลูกชิ้นปลา แต่ที่สำคัญต้องมีผักบุ้งไทยลวก ใส่ปลาหมึกกรอบ แมงกะพรุน มีซอสเย็นตาโฟสีแดง และต้องมีรสเผ็ด เปรี้ยว เค็ม หวาน

คุณค่าทางโภชนาการ

ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟมีคุณค่าใกล้กับก๋วยเตี๋ยวน้ำทั่วไป แต่ได้พลังงานมากกว่าจากปลาหมึกกรอบ ซึ่งมีคอเลสเตอรอล ได้โปรตีนจากลูกชิ้นปลา และวิตามิน เกลือแร่ กากใยอาหารจากผักบุ้ง ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ 1 ชามให้พลังงาน 352 กิโลแคลอรี

 ส่วนผสม

ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กหรือใหญ่                 120    กรัม

ผักบุ้งไทย                                    50      กรัม

ปลาหมึกกรอบ                                  15      กรัม

แมงกะพรุน                                        15      กรัม

ลูกชิ้นปลาอย่างกลม                         20      กรัม

ลูกชิ้นปลาเส้นหั่นบาง 1 ซม.             20      กรัม

เกี๊ยวกรอบ                                           2        ชิ้น

ซอสเย็นตาโฟ                                     2        ช้อนโต๊ะ

พริกเหลืองดองน้ำส้ม น้ำตาล น้ำปลา

น้ำซุป

วิธีทำ

ลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวและผักบุ้งใส่ชาม ใส่เครื่องเคียงส่วนผสมทั้งหมด ตักซอสเย็นตาโฟราด เติมพริก น้ำตาล น้ำปลา สุดท้ายตักน้ำซุปใส่เสิร์ฟร้อนๆ

ภาค เหนือ

แกงขนุน

ความเป็นมา แกงขนุน หรือ แกงบ่าหนุน แต่ก่อนนิยมทำในงานบุญ เพราะชื่อที่เป็นมงคล หมายความไปถึงการเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน   คุณค่าทางโภชนาการ ขนุนอ่อน เป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ช่วยให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากโปรตีน ไขมัน และกากใยอาหาร อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ยังให้สารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณที่สูงอีกด้วย   ส่วนผสม ซี่โครงหมูอ่อนหั่นท่อน                     300    กรัม ขนุนอ่อนหั่นชิ้น                                500    กรัม มะเขือส้มบุบพอแตก                        200    กรัม ชะอมเด็ด                                           50      กรัม น้ำปลา                                                3       ช้อนโต๊ะ น้ำสะอาด                                           5      ถ้วยตวง ส่วนผสมพริกแกง พริกแห้งเม็ดใหญ่                           8        เม็ด เกลือป่น                                          1        ช้อนชา ข่าหั่นละเอียด                                1        ช้อนโต๊ะ กระเทียมซอย                                3        ช้อนโต๊ะ หอมแดงซอย                                 4        ช้อนโต๊ะ ปลาร้าสับ                                       1        ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ตำหรือปั่นส่วนผสมพริกแกงให้ละเอียด พักไว้ เติมน้ำสะอาดในหม้อขึ้นตั้งไฟกลาง  ใส่ซี่โครงหมูอ่อนลงไปต้มจนสุก ใส่พริกแกงลงไปละลายให้เข้ากัน ต้มต่อจนน้ำเดือดอีกครั้ง ใส่ขนุน มะเขือส้ม ปรุงรสด้วยน้ำปลา ชิมรส ก่อนเสิร์ฟให้เร่งไฟแรง ใส่ชะอม ต้มพอให้ชะอมสลด ตักขึ้นเสิร์ฟร้อนๆ


เพิ่มเติม

ภาค กลาง

แกงเขียวหวานเนื้อ

ความเป็นมา แกงกะทิที่ใช้พริกชี้ฟ้าเขียวแทนพริกแดงในส่วนผสมพริกแกงจึงทำให้มีสีเขียว และยังมีลูกผักชี ยี่หร่า ซึ่งเป็นเครื่องเทศของชาวอาหรับหรืออินเดีย รวมไปถึงการใช้เนื้อวัวที่คล้ายกับอาหารของชาวมุสลิม แสดงให้เห็นว่าแกงเขียวหวานเป็นแกงที่ได้รับอิทธิพลมาจากต่างชาติ และคนไทยก็นำมาปรุงแต่งให้มีเอกลักษณ์จนเป็นที่ยอมรับของชาวต่างชาติ คุณค่าทางโภชนาการ แกงกะทิจานนี้ได้โปรตีนสูงจากเนื้อวัวที่อุดมไปด้วยสารอาหารต่างๆ และแร่ธาตุที่มีประโยชน์โดยเฉพาะธาตุเหล็กและสังกะสีที่จำเป็นต่อร่างกาย ส่วนกะทิที่เป็นไขมันอิ่มตัวก็สมดุลด้วยสมุนไพรที่มีอยู่ในเครื่องพริกแกง มะเขือพวงมีแคลเซียมและฟอสฟอรัสสูง ช่วยให้เหงือกและฟันแข็งแรง  มะเขือพวง 100 กรัม มีแคลเซียม 158 มิลลิกรัม และฟอสฟอรัส 110 มิลลิกรัม ส่วนผสม กะทิ                                         4     ถ้วย น้ำพริกแกงเขียวหวาน            ½    ถ้วย เนื้อหั่นบาง                              300 กรัม มะเขือเปราะ                            100 กรัม มะเขือพวง                               20   กรัม น้ำปลา                                     3     ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ                                 1     ช้อนโต๊ะ ใบโหระพา                                50   กรัม พริกชี้ฟ้าเขียวหั่นแฉลบสำหรับโรยหน้า ส่วนผสมเครื่องพริกแกงเขียวหวาน พริกชี้ฟ้าเขียวกรีดเม็ดออก 11 เม็ด ตะไคร้ซอยบาง  ¼ ถ้วย หอมแดงซอย ¼ ถ้วย กระเทียม 2 ช้อนโต๊ะ ผิวมะกรูดหั่นฝอย 1 ช้อนชา รากผักชีหั่นฝอย 1 ช้อนชา พริกไทยเม็ด 1 ช้อนชา กะปิ 1 ช้อนชา ลูกผักชีคั่ว 4 ช้อนชา ยี่หร่าคั่ว 2 ช้อนชา ตำหรือปั่นทุกอย่างรวมกันจนละเอียด ถ้าต้องการให้มีสีเขียวเข้มสวยใส่ใบพริกลงไปตำด้วย วิธีทำ ผัดพริกแกงกับกะทิให้มีกลิ่นหอม อาจจะต้องผัดนานเล็กน้อยเพื่อทำให้เครื่องแกงสุก และไม่มีกลิ่นเหม็นเขียว จากนั้นนำเนื้อลงไปผัดให้พอสุก ใส่กะทิและน้ำซุปเล็กน้อย ตั้งจนเดือดและมีกลิ่นหอม ใส่มะเขือเปราะ และมะเขือพวง ปรุงรสด้วยน้ำปลา และน้ำตาลปี๊บ เมื่อเดือดอีกครั้งให้ใส่ใบโหระพา ตักขึ้นเสิร์ฟร้อนๆ


เพิ่มเติม

ภาค เหนือ

น้ำพริกอี่เก๋

    ความเป็นมา น้ำพริกอี่เก๋ เป็นอีกหนึ่งน้ำพริกซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในภาคเหนือ เนื่องจากใช้ส่วนผสมที่หาได้ง่ายและมีรสชาติที่ถูกปาก   คุณค่าทางโภชนาการ พริกขี้หนู น้ำมะนาว มีวิตามินซีสูงช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟัน กระเทียมช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อในร่างกาย ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง และช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย   ส่วนผสม มะเขือขื่นซอย          120    กรัม แคบหมู                    50      กรัม พริกขี้หนูสุก              5        กรัม กระเทียม                  20      กรัม กะปิ                           1        ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว                  2        ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย             1        ช้อนโต๊ะ   วิธีทำ โขลกพริกขี้หนู กระเทียม และกะปิ รวมกันให้ละเอียดใส่แคบหมู โขลกรวมกันปรุงรสด้วยน้ำตาลทราย น้ำมะนาว คนให้เข้ากัน เติมน้ำเล็กน้อยใส่มะเขือขื่น คนให้เข้ากัน ตักเสิร์ฟ        


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire