SLider section

แกงจืดเต้าหู้หมูสับตำลึง

ภาค กลาง

  • recipe image cover

แกงจืดเต้าหู้หมูสับตำลึง

 

 

ความเป็นมา

แกงจืดจัดเป็นซุปในสำรับอาหารจีนที่จะต้องมีไว้เพื่อกินอาหารได้คล่องคอ หรือกินกับข้าวอื่นในสำรับได้อร่อยขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้ร่างกายอบอุ่น แกงจืดนี้เป็นแกงจืดง่ายๆ ที่ใช้หมูสับปรุงรสให้น้ำซุปหวาน ใช้เต้าหู้ของจีนและตำลึงผักริมรั้วหาง่ายมาต้มรวมกัน จนเป็นแกงจืดยอดนิยมที่คนมักจะสั่งกันทุกร้าน

 

คุณค่าทางโภชนาการ

แกงจืดตำลึงหมูสับได้โปรตีนจากทั้งเนื้อสัตว์คือเนื้อหมู และโปรตีนจากพืชคือถั่วเหลืองที่ใช้ทำเต้าหู้ จึงได้โปรตีนจากทั้ง 2 แหล่ง และใบตำลึงผักใบเขียวที่มีเบตาแคโรทีนสูง ช่วยบำรุงสายตา และซุปร้อนๆ ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น

 

ส่วนผสม

ใบตำลึง                                  50      กรัม

เต้าหู้หลอด หั่นเป็นชิ้น           120    กรัม

หมูสับ                                      60      กรัม

น้ำซุป                                        2        ถ้วย

ซีอิ๊ว น้ำปลา สำหรับปรุงรส

พริกไทยป่นสำหรับโรยหน้า

วิธีทำ

ตั้งน้ำซุปพอเดือด ปรุงรสหมูสับด้วยซีอิ๊ว ปั้นเป็นก้อนใส่ลงไปต้มจนสุก รอจนเดือดอีกครั้งใส่เต้าหู้ ใบตำลึง ปรุงรสด้วยน้ำปลาเมื่อเดือดอีกครั้ง ตักใส่ชาม โรยพริกไทย

 

 

ภาค เหนือ

ตำจิ้นแห้ง

    ความเป็นมา จิ๊นแห้ง คือเนื้อวัวแห้งหรือเนื้อวัวย่าง เป็นการถนอมอาหารประเภทเนื้อวัวให้สามารถเก็บไว้ได้นานๆ ตำจิ๊นแห้งก็คือการโขลกพริกแกงกับเนื้อแห้งเพื่อให้มีรสชาติมากยิ่งขึ้น   คุณค่าทางโภชนาการ ในส่วนผสมของตำจิ๊นแห้งมีสรรพคุณต่างๆ เช่น  กระเทียมช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อในร่างกายช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง และช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย หอมแดง ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ บำรุงหัวใจ   ส่วนผสม เนื้อวัวแห้ง                100    กรัม ผักชีซอย                  1        ช้อนโต๊ะ ต้นหอมซอย              1        ช้อนโต๊ะ กระเทียมสับ              1        ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืช                   2        ช้อนโต๊ะ ส่วนผสมพริกแกง พริกขี้หนูแห้ง            15      เม็ด กระเทียม                  15      กรัม หอมแดง                  40      กรัม ข่าหั่น                       1        ช้อนโต๊ะ เกลือ                         1        ช้อนชา   วิธีทำ โขลกพริก หอมแดง กระเทียม ข่า และเกลือให้ละเอียด ใส่เนื้อวัวแห้งลงโขลกรวมกับเครื่องพริกแกงที่โขลกไว้ให้เข้ากัน พักไว้ เจียวกระเทียมกับน้ำมันพืช ใส่ส่วนผสมที่โขลกไว้ผัดให้เข้ากัน ตักใส่ชาม โรยด้วยผักชีต้นหอม      


เพิ่มเติม

ภาค อีสาน

ปลาส้ม

    ความเป็นมา ปลาส้มคือการถนอมอาหารอย่างหนึ่งของชาวอีสาน เพื่อเก็บรักษาเนื้อปลาที่เน่าเสียง่าย เอาไว้รับประทานได้นานๆ   คุณค่าทางโภชนาการ ปลาเป็นเนื้อสัตว์ที่ให้โปรตีนที่ย่อยง่าย กระเทียมไทยช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อในร่างกาย และช่วยลดคอเลสเตอรอล   ส่วนผสม ปลาตะเพียน             2        ตัว เกลือป่น                     2        ช้อนโต๊ะ กระเทียมบดหรือตำ    ½       ถ้วย ข้าวสุก                         1        ถ้วย   วิธีทำ ขอดเกล็ดปลาและควักไส้ออกจนหมด บั้งปลาข้างละสี่ถึงห้าบั้งนำข้าวสุกกระเทียมกับเกลือไปคลุกกับปลา นวดให้เข้ากันนำปลาที่ได้ใส่ภาชนะ กดตัวปลาให้แน่นและปิดฝา ทิ้งไว้ 1-5  วัน หรือจนกระทั่งปลามีรสเปรี้ยวจึงนำมาทอด


เพิ่มเติม

ภาค ใต้

แกงป่าปลาดุกใส่ใบยี่หร่า

ความเป็นมา แกงป่าเป็นชื่อที่บอกได้ดีว่า เป็นการนำของป่าหรือสมุนไพรสดที่หาได้ในป่ามาปรุงอาหาร ไม่ใส่กะทิ กลิ่นสมุนไพรใช้กลบกลิ่นเนื้อสัตว์ และเพิ่มความหอมให้น่ากิน  ปลาดุกเป็นปลาน้ำจืดที่หาได้ตามแหล่งน้ำจืดทั่วไปเมื่อนำมาแกงกับสมุนไพรจึงได้กลิ่นหอมและรสเผ็ดร้อนที่ชวนกิน   คุณค่าทางโภชนาการ ปลาดุกเป็นปลาน้ำจืดที่อุดมไปด้วยโปรตีนและไขมันในอันดับต้นๆ มีโอเมก้า 3 ซึ่งหลายคนคิดว่ามีแต่ในปลาทะเลเท่านั้น แต่ปลาดุกมีทั้งโอเมก้า 3 ใกล้เคียงกับปลาน้ำลึก เนื้อปลาดุก 100 กรัมมีโปรตีน  23.0 กรัม และเมื่อแกงรวมกับน้ำพริกแกงและใบยี่หร่าที่มีกลิ่นหอมรสร้อนแรง จานนี้จึงทำให้สมองโล่งโปร่งสบาย   ส่วนผสม ปลาดุกหั่นเป็นชิ้น          300 กรัม น้ำพริกแกงใต้               3     ช้อนโต๊ะ กระชายหั่นฝอย            50   กรัม ใบมะกรูดฉีก                 5     กรัม พริกไทยอ่อน                10   กรัม ใบยี่หร่า                40   กรัม เกลือ                           ½    ช้อนชา วิธีทำ ตั้งน้ำใส่หม้อจนเดือดใส่พริกแกงคนให้ละลาย รอให้เดือดอีกครั้งจึงใส่ปลาต้มจนปลาสุก ใส่กระชาย พริกไทยอ่อน ใบมะกรูด เกลือ ก่อนยกลงใส่ใบยี่หร่า คนให้พอเข้ากัน ตักเสิร์ฟ    


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire