SLider section

แกงปูใบชะพลู

ภาค ใต้

  • recipe image cover

แกงปูใบชะพลู

ความเป็นมา

แกงปูใบชะพลู หรือน้ำยาปู คล้ายกับน้ำยาของภาคกลางที่กินกับขนมจีน ทางใต้มีอาหารทะเลมากจึงใช้เนื้อปูมาทำ ถ้าเป็นจังหวัดภูเก็ตจะใช้ปูสับเป็นชิ้น แต่ในบางจังหวัดใส่เฉพาะเนื้อปู ส่วนพริกแกงมีรสเข้มข้นตามความนิยมของคนใต้และใส่ขมิ้น น้ำแกงจึงมีสีเหลืองสวย รสชาติเข้มข้น โดยทั่วไปจะกินกับขนมจีน แต่ที่ภูเก็ตจะกินกับเส้นหมี่ หรือเรียกว่า “หมี่หุ้น” ซึ่งน่าจะเป็นอิทธิพลของชาวจีนที่อาศัยอยู่มากในภูเก็ต

 

คุณค่าทางโภชนาการ

เนื้อปูเป็นอาหารทะเลที่มีโพแทสเซียมและสังกะสีอยู่สูง โพแทสเซียมช่วยควบคุมความดันโลหิต และทำให้หัวใจเต้นปกติ ส่วนสังกะสีมีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย ในเนื้อปูต้ม 100 กรัมมีโปรตีน 19.5 กรัม ส่วนใบชะพลูมีวิตามิน แคลเซียม และเบต้าแคโรทีนค่อนข้างสูง ซึ่งสามารถเปลี่ยนเป็นวิตามิน เอ ได้ดีเพราะมีไขมันจากกะทิมาช่วยดูดซึม

 

ส่วนผสม

ปูทะเลนึ่งหรือเนื้อปูนึ่งสุก       1     ถ้วย

น้ำพริกแกง                   2     ช้อนโต๊ะ

กะทิ                      1 1/2      ถ้วย

น้ำตาลปี๊บ                    1     ช้อนโต๊ะ

น้ำปลา                        2     ช้อนโต๊ะ

ใบมะกรูด                     2     ใบ

ใบชะพลูซอย                80   กรัม

ขนมจีนหรือเส้นหมี่        100 กรัม

ส่วนผสมน้ำพริกแกง  พริกชี้ฟ้าแห้ง 7 เม็ด พริกขี้หนูแห้ง 5 เม็ด (ตามชอบ) พริกขี้หนูสด 5-10 เม็ด พริกไทยขาว 1 ช้อนโต๊ะ ข่าหั่นแว่น 1 ช้อนโต๊ะ ตะไคร้หั่นแว่น 2 ช้อนโต๊ะ ผิวมะกรูด 1 ช้อนชา ขมิ้นหั่นแว่น 1 ช้อนโต๊ะ หอมแดง 2 ช้อนโต๊ะ กระเทียม 1 ช้อนโต๊ะ กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ เกลือทะเล 1 ช้อนชา ตำทุกอย่างให้เข้ากันและละเอียด

ภาค อีสาน

แกงเปรอะ

    ความเป็นมา แกงเปรอะ หรือแกงลาว เป็นแกงยอดนิยมทางภาคอีสาน มีรสชาติอร่อยสไตล์อีสาน เป็นเมนูรวมวัตถุดิบที่ให้คุณค่าทางสารอาหารมากมาย เช่น ใบย่านาง หน่อไม้และผักต่างๆ   คุณค่าทางโภชนาการ แกงเปรอะมีสรรพคุณหลากหลาย เช่น น้ำใบย่านางช่วยเสริมสร้างภูมิต้านโรคในร่างกายให้แข็งแรงหน่อไม้มีเส้นใยอาหารจำนวนมากจึงทำให้ช่วยระบบขับถ่ายได้เป็นอย่างดีนอกจากนั้นเห็ดฟางและพริกขี้หนูมีวิตามินซีสูง ใบแมงลักมีฤทธิ์ช่วยขับลมในลำไส้ได้อย่างดี   ส่วนผสม หน่อไม้ต้ม                          500    กรัม น้ำใบย่านาง                       4        ถ้วย พริกขี้หนูแดง                      10      กรัม ใบแมงลักเด็ด                      1/2     ถ้วย ต้นหอมหั่น                         1/2     ถ้วย ชะอมเด็ด                           1/2     ถ้วย ข้าวเบือ                              3        ช้อนโต๊ะ เห็ดฟางหั่น                        1/2     ถ้วย ยอดฟักทองเด็ด                 1/2     ถ้วย น้ำปลา                                 3        ช้อนโต๊ะ น้ำปลาร้า                              3        ช้อนโต๊ะ   วิธีทำ โขลกพริกขี้หนูสดหยาบๆ พักไว้ต้มน้ำใบย่านางให้เดือด ใส่พริกโขลก หน่อไม้ ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำปลาร้า ใส่ใบแมงลัก ชะอม เห็ดฟาง ยอดฟักทอง ต้นหอม ข้าวเบือ ต้มพอเดือดยกลงตักใส่ภาชนะ พร้อมเสิร์ฟ    


เพิ่มเติม

ภาค ใต้

จำปาดะทอด

ความเป็นมา จำปาดะเป็นผลไม้ท้องถิ่นของทางใต้ ซึ่งเป็นสกุลเดียวกับขนุนแต่ลูกจะเล็กกว่า กลิ่นแรงกว่า เมื่อสุกเนื้อจะนิ่ม กลิ่นหอม และรสหวานจัด จำปาดะเป็นผลไม้ขึ้นชื่อของอำเภอเกาะยอ จังหวัดสตูล คนใต้นิยมนำมาชุบแป้งทอด ผิวนอกจะกรอบ เนื้อในนุ่มหวาน จัดเป็นของหวานรสอร่อยที่นิยมกันซึ่งหากินได้เฉพาะทางใต้เท่านั้น   คุณค่าทางโภชนาการ จำปาดะเป็นผลไม้ที่เนื้อมีรสหวานกินแล้วรู้สึกสดชื่น มีวิตามินเอที่บำรุงสายตา เส้นใยของเนื้อจำปาดะจะช่วยขับไขมันออกจากร่างกายได้ จำปาดะชุบแป้งที่ใส่มะพร้าวขูดรวมไปด้วย เมื่อทอดแล้วจะได้ไขมันมากทั้งจากมะพร้าวและน้ำมันที่ใช้ทอด จึงควรกินพอประมาณเพราะอาจทำให้เจ็บคอและร้อนในได้   ส่วนผสม จำปาดะ                            400    กรัม แป้งข้าวเจ้า                        300    กรัม น้ำตาลทราย                        1        ถ้วย มะพร้าวขูด                          2        ถ้วย น้ำสะอาด                            1 ½    ถ้วย น้ำปูนใส                              2        ช้อนโต๊ะ ไข่ไก่                                   2        ฟอง งาขาวหรืองาดำ                   3        ช้อนโต๊ะ เกลือ                                     1        ช้อนโต๊ะ น้ำมันสำหรับทอด วิธีทำ ผสมแป้งข้าวเจ้ากับน้ำสะอาดพอเหนียว ใส่ไข่ไก่ น้ำตาลทราย มะพร้าวขูด เกลือ  งา น้ำปูนใส ผสมให้เข้ากัน นำจำปาดะลงชุบแป้ง แล้วทอดในน้ำมันร้อนท่วม จนสุกเหลือง ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน รับประทานร้อนๆ    


เพิ่มเติม

ภาค ใต้

ปลาโอต้มหวาน

    ความเป็นมา อาหารรสหวานในสำรับอาหารใต้ มักเป็นการช่วยแก้รสเผ็ดซึ่งเป็นรสชาติประจำของอาหารใต้ จึงนำปลาโอที่มีอยู่ชุกชุมมาต้มใส่น้ำตาลและซีอิ๊วให้มีรสหวานนำ เค็มตาม ใช้รับประทานคู่กับอาหารใต้รสจัดได้หลายเมนู   คุณค่าทางโภชนาการ ปลาโอจัดเป็นปลาทูน่าสายพันธุ์หนึ่ง เนื้อสีชมพูแดงเข้ม นิยมนำมาทำปลาทูน่ากระป๋อง เนื้อค่อนข้างแข็ง เมื่อนำมาต้มหวานยิ่งต้มเนื้อจะยิ่งแข็งขึ้น ปลาโอเป็นปลาทะเลที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 สูงในระดับต้นๆ ของปลาทะเล และมีไขมันไม่อิ่มตัวสูง จึงช่วยเรื่องหลอดเลือดทั้งหลอดเลือดสมองและหัวใจไม่ให้อุดตัน   ส่วนผสม ปลาโอหั่นชิ้น                      300    กรัม กระเทียมบุบ                      10      กรัม หอมแดง                            20      กรัม ตะไคร้บุบ                           30      กรัม น้ำสะอาด                           2        ถ้วย น้ำตาลมะพร้าว                   3        ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วดำ                               2        ช้อนชา เกลือ                                   1        ช้อนชา   วิธีทำ ตั้งหม้อใส่น้ำพอเดือดใส่หอมแดง กระเทียม ตะไคร้ ต้มจนเดือดใส่เนื้อปลา รอจนเดือดอีกครั้งปรุงรสด้วยน้ำตาลมะพร้าว ซีอิ๊วดำ เกลือ ลดไฟอ่อน ต้มไปเรื่อยๆ จนเนื้อปลาแข็ง ตักขึ้นเสิร์ฟ    


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire