SLider section

แกงส้มแตงโมอ่อนกับดอกแค

ภาค กลาง

  • recipe image cover

แกงส้มแตงโมอ่อนกับดอกแค

แกงส้มแตงโมอ่อนกับดอกแคความเป็นมา

คำว่า “ส้ม” ในพจนานุกรมไทยหมายถึง ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว แกงส้มจึงเป็นแกงที่มีรสเปรี้ยวนำ เป็นแกงพื้นฐานที่กินกันทั่วไปประเทศ และเปลี่ยนชื่อไปตามพืชผักพื้นบ้านของแต่ละภูมิภาคที่หาได้ ผักที่ทำแกงส้มจึงมีมากมายหลากหลาย  ส่วนรสชาติก็ปรับไปตามความชอบแต่ควรมีรสเปรี้ยวนำ เช่น ภาคใต้มักจะเผ็ดมาก ภาคเหนือรสไม่ออกหวาน เป็นต้น แกงส้มแตงโมอ่อนกับดอกแคเป็นแกงส้มภาคกลาง ที่มีรสเปรี้ยวนำ หวานตาม

คุณค่าทางโภชนาการ

แกงส้มจัดได้ว่าเป็นอาหารสุขภาพชั้นเลิศของไทย เพราะส่วนผสมพริกแกงมีพริกนำ พริกมีรสเผ็ดร้อนที่ช่วยกระตุ้นสมองหลั่งสารเอ็นโดฟินทำให้มีความสุข และเลือดไหลหมุนเวียนดี โปรตีนได้จากเนื้อปลาหรือกุ้ง ไม่มีไขมัน มีน้ำมะขามเปียกและผักที่ให้กากใยที่ช่วยระบายท้อง แตงโมอ่อนเป็นผลไม้ที่มีน้ำมากมีฤทธิ์เย็นทำให้ร่างกายคลายความร้อน ดอกแคเป็นผักที่ช่วยแก้ไข้หัวลมซึ่งเป็นไข้ที่มักเป็นกันในช่วงฤดูฝนต่อฤดูหนาว

ส่วนผสม

น้ำพริกแกงส้ม                            ½    ถ้วย

เนื้อกุ้งต้มสุก                              ½    ถ้วย

กุ้งสด                                        100 กรัม

แตงโมอ่อน หั่นเป็นชิ้นใหญ่         400 กรัม

ดอกแค                                     1     ถ้วย

น้ำมะขามเปียก                           ½    ถ้วย

น้ำปลา                                     2     ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลปี๊บ                                 1     ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสมน้ำพริกแกงส้ม  พริกแห้ง 5 เม็ด เอาเมล็ดออกแช่น้ำจนนุ่ม กระเทียม 2 ช้อนโต๊ะ หอมแดง 2 ช้อนโต๊ะ กะปิ 1 ช้อนชา  ตำทุกอย่างรวมกันจนละเอียด

วิธีทำ

นำน้ำพริกแกงส้มปั่นหรือตำรวมกับเนื้อกุ้งต้มสุก แล้วนำไปละลายกับน้ำเล็กน้อย เพื่อให้พริกแกงไม่จับเป็นก้อน ผัดจนได้กลิ่นหอม จากนั้นใส่น้ำสะอาดหรือน้ำสต๊อกลงไปคนให้น้ำพริกละลายตั้งไฟจนเดือด ใส่แตงโมอ่อน และกุ้งสด ปรุงรส เมื่อต้องการเสิร์ฟให้ตั้งไฟใส่ดอกแค เมื่อดอกแค่สลดและน้ำแกงเดือดให้ตักขึ้นเสิร์ฟร้อนๆ

ภาค อีสาน

ต้มไก่ ใบมะขาม

ความเป็นมา ใบมะขามอ่อนสามารถหาได้ทั่วไปในภาคอีสาน มีรสเปรี้ยว นิยมนำมาต้มเพื่อเพิ่มรสเปรี้ยว ซึ่งจะมีรสที่เฉพาะตัวไม่เหมือนการใช้มะนาว และน้ำมะขามเปียก   คุณค่าทางโภชนาการ ยอดมะขามหรือใบมะใบสดมะขาม ใช้เป็นยาถ่าย ยาระบาย ขับลมในลำไส้ ช่วยรักษาหวัด อาการไอ หอมใหญ่ มีวิตามินซีสูง และต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกายและช่วยป้องกันโรคต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี   ส่วนผสม เนื้อไก่สับเป็นชิ้นๆ ติดกระดูก       1        กิโลกรัม ใบมะขามอ่อน                         1        ถ้วย ใบมะกรูดฉีก                           4        ใบ ข่าหั่นเป็นแว่น                         15      กรัม พริกขี้หนูบุบ                             5        กรัม ตะไคร้บุบหั่นเป็นท่อนๆ          30      กรัม หอมแดงบุบ                            15      กรัม น้ำปลา   วิธีทำ ตั้งน้ำสะอาดบนไฟกลางค่อยข้างแรง ใส่ข่า ตะไคร้ หอมแดง และใบมะกรูดลงไปต้มจนน้ำเดือดและมีกลิ่นหอม ใส่ไก่สับเป็นชิ้นลงไปต้มให้สุก ปรุงรสด้วยน้ำปลา ใส่ใบมะขามอ่อน ตั้งต่อจนน้ำเดือดอีกครั้ง ตักเสิร์ฟ    


เพิ่มเติม

ภาค เหนือ

แกงหัวปลี

ความเป็นมา แกงหัวปลีหรือแกงปลี เป็นแกงผักชนิดหนึ่งที่นิยมรับประทานกันเพราะมีประโยชน์และสรรพคุณที่มากมาย สามารถหาทานได้ไม่ยาก   คุณค่าทางโภชนาการ หัวปลีมีสรรพคุณช่วยบำรุงน้ำนมของแม่ที่อยู่ในช่วงให้นมบุตร รักษาโรคกระเพาะ และแก้ร้อนใน   ส่วนผสม หัวปลี                                         400    กรัม เนื้อหมูหั่นเป็นชิ้นๆ                        200    กรัม ต้นหอมหั่นเป็นท่อนๆ                      50      กรัม พริกขี้หนูบุบ                                   5        กรัม น้ำปลา                                            2        ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่า                                          5        ถ้วยตวง ส่วนผสมน้ำพริกแกง พริกแห้ง                                        5        เม็ด ข่าหั่นละเอียด                               2        ช้อนชา ตะไคร้หั่นฝอย                              3        ช้อนโต๊ะ เกลือป่น                                       1        ช้อนชา กระเทียมซอย                               2        ช้อนโต๊ะ หอมแดงซอย                                3        ช้อนโต๊ะ ปลาร้าสับละเอียด                          1        ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ตำหรือปั่นส่วนผสมพริกแกงให้ละเอียด จากนั้นตั้งน้ำให้เดือดใส่เนื้อหมูลงไปต้มจนเริ่มสุก ในพริกแกงลงไปคนให้เข้ากัน จากนั้นปรุงรสด้วยน้ำปลา ใส่พริกขี้หนู และหัวปลีซอยลงไปต้มจนหัวปลีสุกนุ่ม ตักขึ้นเสิร์ฟ โรยด้วยต้นหอมหั่นท่อน


เพิ่มเติม

ภาค ใต้

ยำไตปลา

    ความเป็นมา ยำไตปลาเป็นการนำไตปลาซึ่งเป็นของหมักดองมาปรุงอาหารให้อร่อยอีกเมนูหนึ่งซึ่งโดยทั่วไปคนนิยมนำไปทำแกงไตปลา แต่ยำจานนี้เป็นยำไตปลาที่ใส่กะทิให้มีรสมัน มีกลิ่นหอมจากสมุนไพรสดต่างๆ ที่ซอยใส่รวมไปกับเนื้อปลา และมีรสชาติเผ็ด เปรี้ยว เค็ม หวาน อร่อยอย่างยำทั่วไป   คุณค่าทางโภชนาการ ไตปลาเป็นของหมักดองจากพุงปลา กระเพาะปลาที่มีโปรตีนสูง ในขณะเดียวกันก็ได้โปรตีนจากเนื้อปลาย่างที่ใส่รวมไปด้วย ไขมันจากกะทิ และกลิ่นรสสดชื่นที่ทำให้หายใจได้โล่งโปร่งสบายจากสมุนไพรสด เช่น พริก หอม ข่า ตะไคร้ เป็นต้น   ส่วนผสม ไตปลา                                        200    กรัม ข่า ตะไคร้ ขมิ้น บุบ  ใบมะกรูด 4-5 ใบ สำหรับต้มไตปลา หัวกะทิ                                           1        ถ้วย ตะไคร้ซอยบาง                              ½       ถ้วย หอมแดงซอยบาง                           ½       ถ้วย ข่าซอยเป็นเส้น                                1        ช้อนโต๊ะ กระชายซอยเป็นเส้น                        ¼       ถ้วย พริกขี้หนูซอย                                    5        กรัม ใบมะกรูดซอย                                    5        ใบ น้ำมะนาว                                              2        ช้อนโต๊ะ น้ำตาลมะพร้าว                                     2        ช้อนโต๊ะ เนื้อปลาทูย่างหรือเนื้อปลาโอย่าง        80      กรัม วิธีทำ ต้มไตปลากับข่า ตะไคร้ ขมิ้น ใบมะกรูด ต้มจนเดือด กรองไตปลา พักไว้แบ่งไตปลาที่ต้มไว้ประมาณ  3-4 ช้อนโต๊ะมาต้มกับกะทิ พอเดือดใส่เนื้อปลา ยกลงปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำตาล ใส่สมุนไพร และเนื้อปลาที่เตรียมไว้ทั้งหมด คลุกให้เข้ากัน ชิมรส กินกับผักสดต่างๆ      


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire