SLider section

แกงหน่อไม้

ภาค เหนือ

  • recipe image cover

แกงหน่อไม้

ความเป็นมา

แกงหน่อไม้ หรือแกงหน่อ ใช้หน่อไม้สดในการปรุง ใส่เนื้อสัตว์ได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็น กระดูกหมู หรือปลาดุก ปลาช่อน

 

คุณค่าทางโภชนาการ

หน่อไม้เป็นอาหารที่ให้เส้นใยสูงจึงช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ เมื่อหน่อไม้ผ่านการย่อยร่างกายจะดูดซึมสารอาหารเข้าสู่กระแสเลือดได้ดี

 

ส่วนผสม

ปลาย่าง                              200    กรัม(เอาแต่เนื้อ)

หน่อไม้สด                          400    กรัม

ชะอม                                  50      กรัม

เห็ดฟางผ่าซีก                     50      กรัม

ใบชะพลู                              20      กรัม

น้ำซุป                                  5        ถ้วย

ส่วนผสมพริกแกง

พริกแห้ง                            3        เม็ด

หอมแดง                           30      กรัม

กระเทียม                          10      กรัม

กะปิ                                   1        ช้อนโต๊ะ

ปลาร้าสับ                          1        ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

ตำหรือปั่นส่วนผสมพริกแกงให้ละเอียดพักไว้ นำหน่อไม้ไปต้มในน้ำซุปให้สุก จากนั้นนำพริกแกงใส่ลงไปในหม้อต้มหน่อไม้ คนให้ละลาย เมื่อเดือดแล้วใส่เห็ดฟาง ปลาย่าง ชะอม และใบชะพลู ต้มจนผักสุก ตักขึ้นเสิร์ฟ

 

 

ภาค อีสาน

ซุปมะเขือเปราะ

ความเป็นมา คำว่าซุปเป็นภาษาอีสานแปลว่า ยำ ซุปมะเขือเปราะจึงเรียกให้เข้าใจง่ายๆว่า ยำมะเขือเปราะ เป็นอาหารที่นำเอาพื้นผักใกล้ตัวมาปรุงรสชาติให้น่าทานมากยิ่งขึ้น   คุณค่าทางโภชนาการ มะเขือเปราะอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิดช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด และช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้มะเขือเปราะมีประโยชน์ต่อตับอ่อน เพราะทำให้ตับแข็งแรงและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ   ส่วนผสม มะเขือเปราะ                      300    กรัม หมูสับ                               100    กรัม น้ำปลาร้า                           1        ช้อนโต๊ะ พริกชี้ฟ้าคั่ว                        20      กรัม กระเทียมคั่ว                       40      กรัม หอมแดงคั่ว                        30      กรัม กะปิ                                     1        ช้อนชา ต้นหอมซอย                       5        กรัม ผักชีซอย                            10      กรัม ใบสะระแหน่ สำหรับโรยหน้า วิธีทำ ต้มมะเขือเปราะจนสุกแล้วตักขึ้นมาพักไว้ให้เย็น จากนั้นนำหมูสับไปรวนจนสุกพักไว้คั่วพริก กระเทียม หอมแดง ให้สุก จากนั้นนำมาโขลกให้ละเอียด ใส่กะปิโขลกให้เข้ากันใส่มะเขือเปราะลงไปโขลกให้พอละเอียดและเข้ากับเครื่องปรุง ใส่หมูสับ คลุกเคล้าให้เข้ากันปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำปลาร้า ใส่ต้นหอม ผักชี จัดลงจานโรยหน้าด้วยใบสะระแหน่    


เพิ่มเติม

ภาค เหนือ

ไส้อั่ว

  ความเป็นมา ไส้อั่ว เป็นวิธีการถนอมอาหารให้สามารถรับประทานได้นานขึ้นคำว่า อั่ว หมายถึง แทรก หรือยัดไว้ตรงกลาง ไส้อั่ว จึงหมายถึงไส้ที่มีการยัดไว้ตรงกลางซึ่งก็คือเนื้อสัตว์ต่างๆนั่นเอง   คุณค่าทางโภชนาการ ไส้อั่วมีโปรตีนจากเนื้อสัตว์ อีกทั้งเครื่องปรุงยังมีคุณค่าทางโภชนาการ เช่นตะไคร้แก้และบรรเทาอาการหวัด อาการไอ ข่าช่วยบำรุงร่างกาย กระเทียมช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อในร่างกายป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง และเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย   ส่วนผสม เนื้อหมูบดติดมัน                   1        กิโลกรัม ใบมะกรูดหั่นฝอย                  3        ช้อนโต๊ะ ต้นหอม ผักชี หั่นฝอย            2        ช้อนโต๊ะ น้ำปลา                                    2        ช้อนโต๊ะ ไส้อ่อนหมู                              1/2     กิโลกรัม ส่วนผสมน้ำพริกแกง พริกแห้ง                            8        เม็ด เกลือป่น                            1        ช้อนชา ข่าซอย                              2        ช้อนชา ตะไคร้ซอย                         2        ช้อนโต๊ะ หอมแดงซอย                      60      กรัม กระเทียมซอย                     3        ช้อนโต๊ะ กะปิ                                   1        ช้อนชา รากผักชี                            2        ช้อนชา ขมิ้นผง                             1/2     ช้อนชา วิธีทำ ปั่นหรือบดเครื่องพริกแกงให้ละเอียด จากนั้นนำไปคลุกเคล้ากับเนื้อหมูบด ใบมะกรูด ต้นหอม ผักชี ปรุงรสด้วยน้ำมา นวดและคลุกเคล้าจนเข้ากันดี นำไปยัดลงในไส้อ่อนหมูมัดหัวท้ายให้แน่น ก่อนนำไปนึ่งในลังถึงประมาณ 20 นาทีจึงเอามาย่างบนไฟอ่อน หรือทอดในน้ำมันจนสุก    


เพิ่มเติม

ภาค ใต้

แกงเผ็ดเห็ดแครง

ความเป็นมา แกงเผ็ดเป็นแกงที่ชาวบ้านทำกินกันทั่วไป และส่วนผสมก็มีได้หลากหลาย ส่วนใหญ่จะมีทั้งผักใบและผักหัวกับเนื้อสัตว์ เช่นไก่ กุ้ง แกงเผ็ดเห็ดแครงก็เป็นอีกเมนูที่นำเห็ดท้องถิ่นอย่างเห็ดแครงที่จะมีมากในฤดูฝน และขึ้นตามขอนต้นยางพาราที่ตัดทิ้งไว้มาแกงกับกะทิและใส่กุ้ง   คุณค่าทางโภชนาการ เห็ดแครงเป็นเห็ดพื้นบ้านที่หาได้เฉพาะทางใต้เท่านั้น ดอกเล็กรูปร่างคล้ายพัด ไม่มีก้านดอก คล้ายเปลือกหอยแครง สามารถเก็บไว้ได้หลายวัน ก่อนนำมาทำอาหารต้องแช่น้ำให้นิ่มและบานก่อน เนื้อจะกรอบอร่อย นิยมนำมาแกงใส่กะทิ เห็ดแครงมีคาร์โบไฮเดรทและโปรตีนสูง ยังมีคุณสมบัติเป็นยาที่ช่วยต่อต้านเชื้อไวรัสได้   ส่วนผสม เห็ดแครง                           150    กรัม กุ้ง                                      150    กรัม หัวกะทิ                               1        ถ้วย น้ำพริกแกงเผ็ด                  2        ช้อนโต๊ะ กะปิ                                     1        ช้อนโต๊ะ เกลือเล็กน้อย วิธีทำ ผัดพริกแกงกับกะทิพอหอม ใส่กะปิ กุ้ง พอเดือดใส่เห็ดแครง ผัดประมาณ 10 นาที จนเห็ดแครงสุก    


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire