SLider section

แกงเปรอะ

ภาค อีสาน

  • recipe image cover

แกงเปรอะ

 

 

ความเป็นมา

แกงเปรอะ หรือแกงลาว เป็นแกงยอดนิยมทางภาคอีสาน มีรสชาติอร่อยสไตล์อีสาน เป็นเมนูรวมวัตถุดิบที่ให้คุณค่าทางสารอาหารมากมาย เช่น ใบย่านาง หน่อไม้และผักต่างๆ

 

คุณค่าทางโภชนาการ

แกงเปรอะมีสรรพคุณหลากหลาย เช่น น้ำใบย่านางช่วยเสริมสร้างภูมิต้านโรคในร่างกายให้แข็งแรงหน่อไม้มีเส้นใยอาหารจำนวนมากจึงทำให้ช่วยระบบขับถ่ายได้เป็นอย่างดีนอกจากนั้นเห็ดฟางและพริกขี้หนูมีวิตามินซีสูง ใบแมงลักมีฤทธิ์ช่วยขับลมในลำไส้ได้อย่างดี

 

ส่วนผสม

หน่อไม้ต้ม                          500    กรัม

น้ำใบย่านาง                       4        ถ้วย

พริกขี้หนูแดง                      10      กรัม

ใบแมงลักเด็ด                      1/2     ถ้วย

ต้นหอมหั่น                         1/2     ถ้วย

ชะอมเด็ด                           1/2     ถ้วย

ข้าวเบือ                              3        ช้อนโต๊ะ

เห็ดฟางหั่น                        1/2     ถ้วย

ยอดฟักทองเด็ด                 1/2     ถ้วย

น้ำปลา                                 3        ช้อนโต๊ะ

น้ำปลาร้า                              3        ช้อนโต๊ะ

 

วิธีทำ

โขลกพริกขี้หนูสดหยาบๆ พักไว้ต้มน้ำใบย่านางให้เดือด ใส่พริกโขลก หน่อไม้ ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำปลาร้า ใส่ใบแมงลัก ชะอม เห็ดฟาง ยอดฟักทอง ต้นหอม ข้าวเบือ ต้มพอเดือดยกลงตักใส่ภาชนะ พร้อมเสิร์ฟ

 

 

ภาค กลาง

ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา

    ความเป็นมา ลูกชิ้นปลาเป็นเทคนิคการทำอาหารที่มีชื่อเสียงของจีนโดยเฉพาะ เป็นการนำเนื้อปลามาปรุงรส นวดจนเนื้อเหนียว และปั้นเป็นก้อนนำไปลวกให้สุก ลูกชิ้นปลาที่อร่อยเนื้อจะต้องเหนียว ไม่มีกลิ่นคาว นำไปทำอาหารได้หลากหลาย แต่ที่นิยมทั่วไปคือใส่ในก๋วยเตี๋ยวน้ำ น้ำซุปต้องใสรสหวานอร่อย   คุณค่าทางโภชนาการ ลูกชิ้นปลามีโปรตีนใกล้เคียงกับเนื้อปลา เพียงแต่นำมาแปรรูปให้เนื้อแน่นอร่อย ก๋วยเตี๋ยวชามนี้จึงได้โปรตีนจากเนื้อปลา คาร์โบไฮเดรทจากเส้นก๋วยเตี๋ยว และน้ำซุปที่ต้มจากกระดูกไขสันหลังหมูซึ่งคนจีนเชื่อว่าจะทำให้ร่างกายอบอุ่น เส้นหมี่ลูกชิ้นน้ำใส 1 ชาม ให้พลังงาน 225 กิโลแคลอรี   ส่วนผสม เส้นก๋วยเตี๋ยว                                  120    กรัม ลูกชิ้นปลาอย่างกลม                       30      กรัม ลูกชิ้นกุ้ง                                          20      กรัม ลูกชิ้นปลาเส้นหั่นบาง                      20      กรัม ถั่วงอก                                              30      กรัม ต้นหอม ผักชี สำหรับโรยหน้ วิธีทำ ลวกเส้นและถั่วงอกใส่ชาม จัดลูกชิ้นตามลงไป และตักน้ำซุปใส่ โรยต้นหอมผักชี ปรุงรสด้วยพริกน้ำส้ม น้ำตาล น้ำปลา ตามชอบ    


เพิ่มเติม

ภาค กลาง

แกงเผ็ดไก่

ความเป็นมา คนไทยเริ่มใช้กะทิในการทำอาหารโดยดัดแปลงมาจากการใช้นมของพวกอาหรับที่เดินทางมาค้าขายในสมัยอยุธยา แต่เดิมคนไทยมีแต่แกงน้ำใส และมีน้ำพริกแกงที่ใช้สมุนไพรสดมาตำรวมกันเพื่อให้แกงมีรสชาติเข้มข้นขึ้น เมื่อนำเอากะทิมาใช้ผสมในน้ำแกง และใส่สมุนไพรอย่างใบโหระพาเพื่อให้มีกลิ่นสดชื่น จึงทำให้กลายเป็นแกงที่มีรสชาติกลมกล่อมน่ากิน คุณค่าทางโภชนาการ แม้แกงไก่จะใช้กะทิที่มีไขมันอิ่มตัวสูงซึ่งอาจจะมีปัญหากับคอเลสเตอรอล แต่ก็มีสมุนไพรจากพริกแกงโดยเฉพาะพริกที่มีรสเผ็ดเพราะมีสารแคปไซซินช่วยขยายช่องจมูกให้ใหญ่ขึ้น จึงช่วยขับเสมหะ และลดการอุดตันของหลอดเลือด มะเขือพวงมีแคลเซียม เหล็ก และฟอสฟอรัสสูง ช่วยลดน้ำตาลในเลือด อีกทั้งยังช่วยในการย่อยอาหาร มะเขือเปราะที่มีกากใยที่ช่วยระบายท้อง ใบโหระพาที่มีเบต้าแคโรทีนสูง โหระพา 100 กรัม มีเบต้าแคโรทีนสูงถึง 452.16 ไมโครกรัม แกงเผ็ดไก่จึงไม่ได้เป็นอาหารที่มีไขมันสูงอย่างที่หลายคนกลัว ถ้าเรากินอย่างพอเหมาะ ส่วนผสม กะทิ                                         4     ถ้วย เนื้อไก่                                      300 กรัม น้ำพริกแกงแดง                          ½    ถ้วย มะเขือเปราะ                              100 กรัม มะเขือพวง                                 20   กรัม ใบโหระพา                                50   กรัม พริกชี้ฟ้าหั่นแฉลบ                      10   กรัม น้ำปลา น้ำตาลเล็กน้อย ส่วนผสมน้ำพริกแกงแดง พริกแห้ง 9 เม็ด กรีดเม็ดออกและแช่น้ำจนนุ่ม ตะไคร้ซอยบาง ¼ ถ้วย หอมแดงซอย  ¼ ถ้วย กระเทียม 2 ช้อนโต๊ะ ผิวมะกรูดหั่นฝอย 1 ช้อนชา รากผักชีหั่นฝอย 1 ช้อนชา พริกไทยเม็ด 1 ช้อนชา กะปิ 1 ช้อนชา ลูกผักชีคั่ว 4 ช้อนชา ยี่หร่าคั่ว 2 ช้อนชา ตำหรือปั่นทุกอย่างรวมกันจนละเอียด วิธีทำ    ผัดเครื่องแกงกับกะทิเล็กน้อยจนหอม ใส่เนื้อไก่ลงไปผัดให้ผิวด้านนอกสุกขาว จากนั้นในกะทิลงไป เติมน้ำสะอาดเล็กน้อยต้มจนเริ่มเดือดและกะทิแตกมัน ใส่มะเขือเปราะ มะเขือพวง และปรุงรสด้วยน้ำปลา และน้ำตาล ชิมรส เมื่อต้องการเสิร์ฟให้ใส่ใบโหระพา พริกชี้ฟ้าแดง ตักขึ้นเสิร์ฟร้อนๆ  


เพิ่มเติม

ภาค อีสาน

หมูแดดเดียว

    ความเป็นมา เนื้อหมูเมื่อหมักแล้วนำไปตากแดดไว้ไม่นาน เนื้อหมูจะแห้งไม่มากและจะมีรสชาติที่อร่อย เมื่อนำมาทอดจะเพิ่มรสชาติให้กับเนื้อหมูและไม่ทำให้เหนียวมากเวลารับประทาน   คุณค่าทางโภชนาการ เนื้อหมูมีโปรตีน ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโตและช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ มีธาตุเหล็กช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง   ส่วนผสม เนื้อหมูหั่นชิ้น            1        กิโลกรัม กระเทียม                 20      กรัม รากผักชี                  40      กรัม พริกไทย                  2        ช้อนชา น้ำตาล                     4        ช้อนชา น้ำปลา                     2        ช้อนโต๊ะ ซอสหอยนางรม         4        ช้อนโต๊ะ   วิธีทำ โขลกกระเทียม รากผักชี พริกไทยให้ละเอียด นำไปหมักเนื้อหมูเติมน้ำตาลน้ำปลาซอสหอยนางรม นวดด้วยมือจนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดี หมักทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นนำเนื้อหมูไปตากแดดประมาณ 3 – 4 ชั่วโมง กลับเนื้อหมูเป็นระยะจนเริ่มแห้ง จากนั้นตั้งน้ำมันลงในกระทะบนไฟกลาง นำหมูลงไปทอดจนสุก จัดหมูทอดใส่จานพร้อมเสิร์ฟ      


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire