SLider section

แกงเผ็ดเห็ดแครง

ภาค ใต้

  • recipe image cover

แกงเผ็ดเห็ดแครง

ความเป็นมา

แกงเผ็ดเป็นแกงที่ชาวบ้านทำกินกันทั่วไป และส่วนผสมก็มีได้หลากหลาย ส่วนใหญ่จะมีทั้งผักใบและผักหัวกับเนื้อสัตว์ เช่นไก่ กุ้ง แกงเผ็ดเห็ดแครงก็เป็นอีกเมนูที่นำเห็ดท้องถิ่นอย่างเห็ดแครงที่จะมีมากในฤดูฝน และขึ้นตามขอนต้นยางพาราที่ตัดทิ้งไว้มาแกงกับกะทิและใส่กุ้ง

 

คุณค่าทางโภชนาการ

เห็ดแครงเป็นเห็ดพื้นบ้านที่หาได้เฉพาะทางใต้เท่านั้น ดอกเล็กรูปร่างคล้ายพัด ไม่มีก้านดอก คล้ายเปลือกหอยแครง สามารถเก็บไว้ได้หลายวัน ก่อนนำมาทำอาหารต้องแช่น้ำให้นิ่มและบานก่อน เนื้อจะกรอบอร่อย นิยมนำมาแกงใส่กะทิ เห็ดแครงมีคาร์โบไฮเดรทและโปรตีนสูง ยังมีคุณสมบัติเป็นยาที่ช่วยต่อต้านเชื้อไวรัสได้

 

ส่วนผสม

เห็ดแครง                           150    กรัม

กุ้ง                                      150    กรัม

หัวกะทิ                               1        ถ้วย

น้ำพริกแกงเผ็ด                  2        ช้อนโต๊ะ

กะปิ                                     1        ช้อนโต๊ะ

เกลือเล็กน้อย

วิธีทำ

ผัดพริกแกงกับกะทิพอหอม ใส่กะปิ กุ้ง พอเดือดใส่เห็ดแครง ผัดประมาณ 10 นาที จนเห็ดแครงสุก

 

 

ภาค อีสาน

ตับหวาน

ความเป็นมา ตับหวาน เป็นอาหารที่มีลักษณะคล้ายกับลาบ แต่ใช้ตับวัว หรือหมู หั่นเป็นชิ้นพอคำแล้วนำมาลวกสุก ๆ ดิบ คลุกเคล้าส่วนผสมเหมือนกับลาบ   คุณค่าทางโภชนาการ ตับหมูมีธาตุเหล็ก ช่วยเรื่องการผลิตเม็ดเลือดแดง หอมแดง ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ บำรุงหัวใจผักชีฝรั่ง ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ใบสะระแหน่ช่วยบำรุงสายตา คลายเครียด ต้นหอม ช่วยป้องกันอาการท้องผูกและลดคอเลสเตอรอลในกระแสเลือด   ส่วนผสม ตับหมู                     350    กรัม หอมแดงซอย             20      กรัม ต้นหอมซอย              1        ช้อนโต๊ะ ผักชีฝรั่งหั่นหยาบ       1        ช้อนโต๊ะ ใบสะระแหน่             10      กรัม ข้าวคั่วป่น                2        ช้อนโต๊ะ พริกป่น                   1        ช้อนโต๊ะ น้ำปลา                    2        ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว                2        ช้อนโต๊ะ


เพิ่มเติม

ภาค อีสาน

หม่ำ

  ความเป็นมา หม่ำ คือการถนอมอาหาร เหมือนกับไส้กรอกอีสานแต่หม่ำจะใส่เครื่องในสัตว์ เช่นตับและม้าม ทำให้มีสีเข้มกว่า หม่ำอร่อยๆหารับประทานได้ทั่วไปแต่ที่นิยมกันมากอยู่ที่จังหวัดขอนแก่น เพราะมีวางขายให้เลือกมากมาย   คุณค่าทางโภชนาการ ในหม่ำมีกระเทียมช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อในร่างกายมีเนื้อสัตว์ช่วยให้ซ่อมแซมร่างกายส่วนที่สึกหรอ มีธาตุเหล็กช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง   ส่วนผสม เนื้อหมู                                    2        กิโลกรัม เครื่องในหมู (ตับและม้าม)      2        กิโลกรัม ไส้หมูสด                                   1        กิโลกรัม เกลือป่น                                    200    กรัม กระเทียม                                   300    กรัม ข้าวคั่ว                                         300    กรัม   วิธีทำ นำเนื้อหมูและเครื่องในที่เตรียมไว้มาบดให้ละเอียดผสมด้วยข้าวคั่ว เกลือ กระเทียม จากนั้นนำไปใส่ในไส้หมู นำเชือกมามัดให้เป็นข้อๆผึ่งลงไว้ 4-5 วันปรุงให้สุกก่อนรับประทาน      


เพิ่มเติม

ภาค ใต้

ปลากระบอกต้มส้มโหนด

ความเป็นมา ต้มโนด หรือ น้ำส้มโหนด เป็นน้ำส้มสายชูหมักจากน้ำตาลโตนด ซึ่งเป็นการทำน้ำตาลหวานที่ได้จากต้นตาลมาทำเป็นน้ำตาลเปรี้ยว หรือน้ำสายชูเปรี้ยว นับเป็นภูมิปัญญาของคนใต้ที่นำพืชท้องถิ่นมาแปรรูปได้อย่างสร้างสรรค์ นำมาต้มปลากระบอกที่หาได้ในท้องถิ่น เป็นรสชาติธรรมชาติจากท้องถิ่นโดยแท้จริง   คุณค่าทางโภชนาการ น้ำส้มสายชูหมักเป็นการหมักตามกรรมวิธีธรรมชาติ รสจะไม่เปรี้ยวจัด เมื่อหมักจากน้ำตาลโตนด ทำให้มีกลิ่นเปรี้ยวหอมที่นำไปทำอาหารได้กลิ่นเป็นเอกลักษณ์ชวนกิน น้ำส้มสายชูให้รสเปรี้ยวมีวิตามินซีที่ช่วยป้องกันโรคหวัดคัดจมูกได้อย่างดี จานนี้มีรสเปรี้ยวหวาน คล้ายต้มส้มของภาคกลาง จึงทำให้กินปลาที่มีโปรตีนได้อร่อย และไม่มีไขมันให้กังวลใจ  ส่วนผสม ปลากระบอกตัวขนาดกลาง           500 กรัม น้ำส้มสายชูตาลโตนด หรือน้ำส้มโหนด  ½    ถ้วย ขมิ้นยาว 2 นิ้วบุบ                 1     ชิ้น ตะไคร้บุบ                            30   กรัม หอมแดงบุบ                         40   กรัม พริกขี้หนูบุบ                         5     กรัม น้ำตาลแว่น                           20   กรัม เกลือ                                     1     ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ตั้งน้ำสะอาด 5 ถ้วย ใส่ตะไคร้ ขมิ้น และหอมแดง บนไฟแรงจนเดือด ใส่ปลากระบอกลงไปต้มจนสุก ปรุงรสด้วยน้ำส้มสายชู น้ำตาล และเกลือ ใส่พริกขี้หนู รอให้เดือดอีกครั้ง ตักเสิร์ฟร้อนๆ


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire