SLider section

แกงเผ็ดไก่

ภาค กลาง

  • recipe image cover

แกงเผ็ดไก่

ความเป็นมา

คนไทยเริ่มใช้กะทิในการทำอาหารโดยดัดแปลงมาจากการใช้นมของพวกอาหรับที่เดินทางมาค้าขายในสมัยอยุธยา แต่เดิมคนไทยมีแต่แกงน้ำใส และมีน้ำพริกแกงที่ใช้สมุนไพรสดมาตำรวมกันเพื่อให้แกงมีรสชาติเข้มข้นขึ้น เมื่อนำเอากะทิมาใช้ผสมในน้ำแกง และใส่สมุนไพรอย่างใบโหระพาเพื่อให้มีกลิ่นสดชื่น จึงทำให้กลายเป็นแกงที่มีรสชาติกลมกล่อมน่ากิน

คุณค่าทางโภชนาการ

แม้แกงไก่จะใช้กะทิที่มีไขมันอิ่มตัวสูงซึ่งอาจจะมีปัญหากับคอเลสเตอรอล แต่ก็มีสมุนไพรจากพริกแกงโดยเฉพาะพริกที่มีรสเผ็ดเพราะมีสารแคปไซซินช่วยขยายช่องจมูกให้ใหญ่ขึ้น จึงช่วยขับเสมหะ และลดการอุดตันของหลอดเลือด มะเขือพวงมีแคลเซียม เหล็ก และฟอสฟอรัสสูง ช่วยลดน้ำตาลในเลือด อีกทั้งยังช่วยในการย่อยอาหาร มะเขือเปราะที่มีกากใยที่ช่วยระบายท้อง ใบโหระพาที่มีเบต้าแคโรทีนสูง โหระพา 100 กรัม มีเบต้าแคโรทีนสูงถึง 452.16 ไมโครกรัม แกงเผ็ดไก่จึงไม่ได้เป็นอาหารที่มีไขมันสูงอย่างที่หลายคนกลัว ถ้าเรากินอย่างพอเหมาะ

ส่วนผสม

กะทิ                                         4     ถ้วย

เนื้อไก่                                      300 กรัม

น้ำพริกแกงแดง                          ½    ถ้วย

มะเขือเปราะ                              100 กรัม

มะเขือพวง                                 20   กรัม

ใบโหระพา                                50   กรัม

พริกชี้ฟ้าหั่นแฉลบ                      10   กรัม

น้ำปลา

น้ำตาลเล็กน้อย

ส่วนผสมน้ำพริกแกงแดง พริกแห้ง 9 เม็ด กรีดเม็ดออกและแช่น้ำจนนุ่ม ตะไคร้ซอยบาง ¼ ถ้วย

หอมแดงซอย  ¼ ถ้วย กระเทียม 2 ช้อนโต๊ะ ผิวมะกรูดหั่นฝอย 1 ช้อนชา รากผักชีหั่นฝอย 1 ช้อนชา พริกไทยเม็ด 1 ช้อนชา กะปิ 1 ช้อนชา ลูกผักชีคั่ว 4 ช้อนชา ยี่หร่าคั่ว 2 ช้อนชา

ตำหรือปั่นทุกอย่างรวมกันจนละเอียด

วิธีทำ   

ผัดเครื่องแกงกับกะทิเล็กน้อยจนหอม ใส่เนื้อไก่ลงไปผัดให้ผิวด้านนอกสุกขาว จากนั้นในกะทิลงไป เติมน้ำสะอาดเล็กน้อยต้มจนเริ่มเดือดและกะทิแตกมัน ใส่มะเขือเปราะ มะเขือพวง และปรุงรสด้วยน้ำปลา และน้ำตาล ชิมรส เมื่อต้องการเสิร์ฟให้ใส่ใบโหระพา พริกชี้ฟ้าแดง ตักขึ้นเสิร์ฟร้อนๆ

 

ภาค กลาง

ข้าวหมกไก่

ความเป็นมา ข้าวหมกไก่เป็นอาหารที่ไทยได้รับมาจากพวกอาหรับตั้งแต่อดีต ถือเป็นอาหารของคนมุสลิมในประเทศไทย และเป็นกลุ่มคนที่เชี่ยวชาญการทำข้าวหมกไก่ที่สุด ข้าวหมกนี้ต้องใส่เครื่องเทศแขก เช่น อบเชย ลูกกระวาน กานพลู และหญ้าฝรั่นหรือแซฟฟรอน (saffron) เพื่อให้ข้าวมีสีเหลืองทองสวยและมีกลิ่นหอม แต่หญ้าฝรั่นราคาแพงมากจึงมีการใช้ขมิ้นแทนในภายหลัง   คุณค่าทางโภชนาการ เครื่องเทศที่ใส่ในข้าวหมกไก่ทำให้อาหารมีกลิ่นหอม ชวนกินแล้วยังมีสรรพคุณต่างๆ  เช่น อบเชย ช่วยขับเหงื่อ แก้อ่อนเพลีย ขับลม กานพลูช่วยย่อยอาหาร แก้ท้องอืด ลูกกระวานช่วยบำรุงธาตุ ขับเสมหะ หญ้าฝรั่น ช่วยบำรุงร่างกาย ถนอมสายตา รักษาภาวะซึมเศร้า ส่วนขมิ้นช่วยบรรเทาอาการปวดท้อง ท้องอืด   ส่วนผสมข้าว ข้าวสาร                                    300 กรัม น้ำมันพืชหรือน้ำมันแขกที่เรียกว่า “กี”   3      ช้อนโต๊ะ น้ำประมาณ                               3 ½ ถ้วย ลูกกระวาน                                5     กรัม อบเชย ยาว 2 นิ้ว                        1     ชิ้น กานพลู                                     3     ดอก หญ้าฝรั่น                                  1     ช้อนชา (แช่น้ำอุ่นเล็กน้อย) (หรือขมิ้นผง)                             2     ช้อนชา เกลือเล็กน้อย หอมเจียวสำหรับโรยหน้า ส่วนผสมเครื่องหมักไก่ เนื้อไก่หั่นเป็นชิ้นใหญ่                 1     กิโลกรัม ผงขมิ้น                                     2     ช้อนชา ผงลูกผักชี                                 2     ช้อนชา ผงยี่หร่า                                    1     ช้อนชา พริกไทยดำป่น                           1     ช้อนชา เกลือ                                        1     ช้อนชา โยเกิร์ต                                     1     ถ้วย วิธีทำ หมักไก่เตรียมไว้ประมาณ 30 นาที – 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นนำไปทอดในน้ำมันจนไก่เริ่มสุก ตักไก่ขึ้นใส่หม้อเตรียมไว้ ใส่เนยกีลงไป และนำข้าวสารไปผัดกับเครื่องเทศจนข้าวกลายเป็นสีเหลือง เทลงในหม้อที่ใส่ไก่ไว้ จากนั้นนำไปหุงจนข้าวสุกดี ตักเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้ม


เพิ่มเติม

ภาค ใต้

ยำไตปลา

    ความเป็นมา ยำไตปลาเป็นการนำไตปลาซึ่งเป็นของหมักดองมาปรุงอาหารให้อร่อยอีกเมนูหนึ่งซึ่งโดยทั่วไปคนนิยมนำไปทำแกงไตปลา แต่ยำจานนี้เป็นยำไตปลาที่ใส่กะทิให้มีรสมัน มีกลิ่นหอมจากสมุนไพรสดต่างๆ ที่ซอยใส่รวมไปกับเนื้อปลา และมีรสชาติเผ็ด เปรี้ยว เค็ม หวาน อร่อยอย่างยำทั่วไป   คุณค่าทางโภชนาการ ไตปลาเป็นของหมักดองจากพุงปลา กระเพาะปลาที่มีโปรตีนสูง ในขณะเดียวกันก็ได้โปรตีนจากเนื้อปลาย่างที่ใส่รวมไปด้วย ไขมันจากกะทิ และกลิ่นรสสดชื่นที่ทำให้หายใจได้โล่งโปร่งสบายจากสมุนไพรสด เช่น พริก หอม ข่า ตะไคร้ เป็นต้น   ส่วนผสม ไตปลา                                        200    กรัม ข่า ตะไคร้ ขมิ้น บุบ  ใบมะกรูด 4-5 ใบ สำหรับต้มไตปลา หัวกะทิ                                           1        ถ้วย ตะไคร้ซอยบาง                              ½       ถ้วย หอมแดงซอยบาง                           ½       ถ้วย ข่าซอยเป็นเส้น                                1        ช้อนโต๊ะ กระชายซอยเป็นเส้น                        ¼       ถ้วย พริกขี้หนูซอย                                    5        กรัม ใบมะกรูดซอย                                    5        ใบ น้ำมะนาว                                              2        ช้อนโต๊ะ น้ำตาลมะพร้าว                                     2        ช้อนโต๊ะ เนื้อปลาทูย่างหรือเนื้อปลาโอย่าง        80      กรัม วิธีทำ ต้มไตปลากับข่า ตะไคร้ ขมิ้น ใบมะกรูด ต้มจนเดือด กรองไตปลา พักไว้แบ่งไตปลาที่ต้มไว้ประมาณ  3-4 ช้อนโต๊ะมาต้มกับกะทิ พอเดือดใส่เนื้อปลา ยกลงปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำตาล ใส่สมุนไพร และเนื้อปลาที่เตรียมไว้ทั้งหมด คลุกให้เข้ากัน ชิมรส กินกับผักสดต่างๆ      


เพิ่มเติม

ภาค อีสาน

ตับหวาน

ความเป็นมา ตับหวาน เป็นอาหารที่มีลักษณะคล้ายกับลาบ แต่ใช้ตับวัว หรือหมู หั่นเป็นชิ้นพอคำแล้วนำมาลวกสุก ๆ ดิบ คลุกเคล้าส่วนผสมเหมือนกับลาบ   คุณค่าทางโภชนาการ ตับหมูมีธาตุเหล็ก ช่วยเรื่องการผลิตเม็ดเลือดแดง หอมแดง ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ บำรุงหัวใจผักชีฝรั่ง ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ใบสะระแหน่ช่วยบำรุงสายตา คลายเครียด ต้นหอม ช่วยป้องกันอาการท้องผูกและลดคอเลสเตอรอลในกระแสเลือด   ส่วนผสม ตับหมู                     350    กรัม หอมแดงซอย             20      กรัม ต้นหอมซอย              1        ช้อนโต๊ะ ผักชีฝรั่งหั่นหยาบ       1        ช้อนโต๊ะ ใบสะระแหน่             10      กรัม ข้าวคั่วป่น                2        ช้อนโต๊ะ พริกป่น                   1        ช้อนโต๊ะ น้ำปลา                    2        ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว                2        ช้อนโต๊ะ


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire