SLider section

แกงไตปลา

ภาค ใต้

  • recipe image cover

แกงไตปลา

ความเป็นมา

แกงไตปลาอาหารจานเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของอาหารใต้ ไตปลาทำมาจากการนำพุงปลา และกระเพาะปลาที่มีอยู่มาก เช่น พุงปลาทู พุงปลาลัง มาใส่เกลือหมักดองไว้ ซึ่งถือเป็นการถนอมอาหารอย่างหนึ่ง เมื่อหมักจนได้ที่ประมาณ 1 เดือน ก็นำมาทำแกง ใส่เนื้อปลา ผัก ที่มีรสชาติเผ็ด เค็ม ร้อนแรง

 

คุณค่าทางโภชนาการ

ไตปลาเป็นของหมักดองที่มีโปรตีนสูง นำมาทำแกงโดยใส่พริกแกงที่มีส่วนผสมของสมุนไพรต่างๆ ซึ่งล้วนมีสรรพคุณช่วยแก้ท้องอืด รสเผ็ดร้อนของพริกช่วยให้การไหลเวียนโลหิตดีขึ้น มีไขมันจากปลาซึ่งเป็นไขมันดี และมีวิตามินต่างๆ จากผัก เช่น ฟักทองที่มีวิตามินเอ มะเขือพวงช่วยย่อยอาหาร และข้อเด่นของผักทั้งหมดที่ใส่นี้มีกากใยที่ช่วยระบายท้องได้อย่างดี

 

ส่วนผสมไตปลาปรุงรส

ไตปลา(พุงปลาที่หมักได้ที่แล้ว)             1     ถ้วย

ตะไคร้บุบ                            3     ต้น

ใบมะกรูดฉีก                        5     ใบ

ข่าหั่นแว่น                           60   กรัม

พริกไทยเม็ดบุบ                    2     ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ ต้มไตปลาผสมน้ำแล้วใส่สมุนไพรที่เตรียมไว้ทั้งหมด พอเดือด กรองน้ำไว้ พักไว้

ส่วนผสมพริกแกง กระเทียม 15 กรัม หอมแดง 50 กรัม พริกไทยเม็ด 1 ช้อนโต๊ะ พริกขี้หนูแห้ง 15 เม็ด พริกชี้หนูสด 15 กรัม ขมิ้นยาว 2 นิ้วบุบ  ตำหรือปั่นทุกอย่างรวมกันจนละเอียด พักไว้

ส่วนผสมแกงไตปลา

ไตปลาปรุงรส                       1     ถ้วย

ปลาย่างแกะเนื้อ                   1     ถ้วย

หน่อไม้หั่น                          1     ถ้วย

มะเขือเปราะ                        80   กรัม

มะเขือพวง                           ½    ถ้วย

ถั่วฝักยาวหั่นสั้น                   ½    ถ้วย

ฟักทองหั่น                          80   กรัม

น้ำสะอาด                            3     ถ้วย

ใบมะกรูดฉีก                        5     ใบ

วิธีทำ

นำไตปลาปรุงรสละลายกับน้ำตั้งไฟจนเดือด ใส่ปลาย่างแกะเนื้อ หน่อไม้ และฟักทอง เมื่อเดือดอีกครั้งใส่มะเขือเปราะ มะเขือพวง และใบมะกรูดฉีก ตักขึ้นเสิร์ฟร้อนๆ

ภาค อีสาน

ปากเป็ดทอด

    ความเป็นมา ปากเป็ดทอดเป็นอาหารที่ชาวอีสานนิยมรับประทานเป็นกับแกล้มหรือกินกับเหล้า ด้วยรสชาติที่เข้มข้นแม้จะไม่มีเนื้อมากนักแต่ก็เป็นที่ถูกใจของคนทานได้อย่างดี   คุณค่าทางโภชนาการ เนื้อเป็ดมีโปรตีนที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และยังมี ไขมัน และสารอาหารต่างๆ ช่วยในการรักษาปอดและไตให้ทำงานเป็นปกติ บำรุงโลหิต แก้ร้อนใน แก้อาการท้องเสีย รักษา อาการไอ เจ็บคอ ปวดฟัน และที่สำคัญ ยังช่วยเพิ่มสมรรถนะทางเพศอีกด้วย   ส่วนผสม ปากเป็ดสด               500    กรัม ซอสปรุงรส               1        ช้อนโต๊ะ ซีอิ้วขาว                    1        ช้อนโต๊ะ พริกไทยป่น               1/2     ช้อนชา ผงปรุงรส                    1        ช้อนชา กระเทียมสับ               100    กรัม น้ำมันพืชสำหรับทอด เกลือ                             1/2     ช้อนโต๊ะ น้ำส้มสายชู                    1        ช้อนโต๊ะ   วิธีทำ นำปากเป็ดคลุกเคล้ากับเกลือ ใช้มือถูให้ทั่ว จากนั้นเติมน้ำส้มสายชูล้างอีกครั้งเพื่อให้หมดกลิ่นสาบ นำไปล้างน้ำสะอาดพักให้สะเด็ดน้ำสับปากเป็ดตามยาวเป็นสองชิ้นใส่ชามผสมใส่ซอสปรุงรส  ซีอิ้วขาว  พริกไทยป่นและผงปรุงรส คลุกเคล้าให้เข้ากัน  ตั้งกระทะใส่น้ำมัน นำกระเทียมลงไปเจียวให้เหลืองแล้วช้อนขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมันนำปากเป็ดลงไปทอด จนปากเป็ดกรอบและสีเหลืองสวย  ตักใส่จานและโรยกระเทียมเจียวที่เตรียมไว้    


เพิ่มเติม

ภาค ใต้

โอเอ๋ว

    ความเป็นมา โอเอ๋วเป็นชื่อของเมล็ดโอเอ๋ว ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับเม็ดแมงลัก จัดเป็นเมล็ดสมุนไพร เมื่อนำมาแช่น้ำจะเป็นเมือก ใส่เจี่ยกอเพื่อให้จับตัวเป็นก้อนเหมือนวุ้นไม่มีสี นำมาหั่นใส่น้ำเชื่อมหรือน้ำแดง ใส่รวมกับเฉาก๊วย ถั่วแดง เป็นของหวานน้ำแข็งไส ซึ่งเป็นขนมท้องถิ่นของจังหวัดภูเก็ตที่มาพร้อมกับชาวจีนที่อพยพมาอยู่ในภูเก็ต   คุณค่าทางโภชนาการ เมล็ดโอเอ๋วจัดเป็นสมุนไพรอย่างหนึ่ง มีฤทธิ์เย็นที่ช่วยแก้ร้อนใน ยิ่งเมื่อกินในฤดูร้อนที่ใส่น้ำแข็งจะช่วยดับร้อน ทำให้รู้สึกสดชื่น และยังช่วยให้ร่างกายเย็นซึ่งไปช่วยแก้อาการร้อนในได้อย่างดี   ส่วนผสม โอเอ๋ว                                   80      กรัม ถั่วแดง                                  3        ช้อนโต๊ะ เฉาก๊วยหั่นเป็นชิ้น                30      กรัม น้ำแดงหรือน้ำเชื่อม              3        ช้อนโต๊ะ น้ำแข็งไส   วิธีทำ นำส่วนผสมใส่ชาม ใส่น้ำแข็งไส ราดน้ำเชื่อม    


เพิ่มเติม

ภาค เหนือ

น้ำพริกจิ๊นหมู

    ความเป็นมา น้ำพริกจิ๊นหมูคือการใช้หมูสับโขลกรวมกับพริก หอมแดงและกระเทียม จะได้น้ำพริกผสมเนื้อสัตว์ที่ทานได้ง่ายและถูกปาก สามารถทำรับประทานเองได้ไม่ยาก   คุณค่าทางโภชนาการ เนื้อหมูมีโปรตีนมีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย หอมแดง ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ บำรุงหัวใจกระเทียมช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อในร่างกายช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง และช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย   ส่วนผสม เนื้อหมูบด                  100    กรัม พริกชี้ฟ้าย่างไฟ         20      กรัม หอมแดงย่างไฟ          30      กรัม กระเทียมย่างไฟ         10      กรัม เกลือ                           ½       ช้อนชา   วิธีทำ นำหมูสับไปต้มพอสุก ตักขึ้นพักไว้ โขลกพริก หอมแดง กระเทียม รวมกันให้ละเอียด ใส่หมูสับ โขลกให้เข้ากัน จัดใส่ภาชนะทานคู่กับผักสด      


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire