SLider section

แจ่วบอง

ภาค อีสาน

  • recipe image cover

แจ่วบอง

 

 

ความเป็นมา

แจ่วบองคือน้ำพริกซึ่งเป็นที่นิยมในภาคอีสาน เพราะสามารถทำได้ง่าย และเก็บรักษาไว้ได้นาน สามารถนำไปกินระหว่างการเดินทาง หรือเวลาพักจากการทำนาทำไร่

 

คุณค่าทางโภชนาการ

แจ่วบองมีปลาร้าเป็นส่วนผสมหลัก มีโปรตีนที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย อีกทั้งสมุนไพรต่างๆยังมีสรรพคุณหลากหลาย เช่น พริกขี้หนูมีวิตามินซี หอมแดง ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ บำรุงหัวใจข่ายังช่วยในระบบย่อยอาหารกระเทียมช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อในร่างกาย

 

ส่วนผสม

ปลาร้าสับละเอียด      1        ถ้วย

พริกแห้งเม็ดใหญ่        20      เม็ด

พริกขี้หนูแห้ง            30      เม็ด

กระเทียมจีน             40      กรัม

หอมแดง                  80      กรัม

ตะไคร้ซอย               60      กรัม

ข่าอ่อนหั่นแว่น          10      กรัม

น้ำมะขามเปียก

น้ำมะนาว

วิธีทำ

นำพริกแห้ง กระเทียม หอมแดง ข่าอ่อน คั่วจนสุกหอม นำลงโขลกพร้อมตะไคร้ซอยจนละเอียดนำปลาร้าสับละเอียดมาตำคลุกเคล้าให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียกและน้ำมะนาว

จัดใส่จานทานคู่กับผักสด

 

 

 

ภาค เหนือ

ผักกาดจอ

ความเป็นมา ผักกาดจอหรือจอผักกาด เป็นอาหารที่ใช้ผักกวางตุ้งที่กำลังออกดอกในการปรุง นิยมรับประทานกันแพร่หลายในทุกจังหวัดของภาคเหนือ สูตรผักกาดจอมีความแตกต่างกันออกไปตามท้องถิ่น   คุณค่าทางโภชนาการ ผักกวางตุ้งมีแคลเซียมสูงช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ช่วยบำรุงและรักษาสายตา เสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง อีกทั้งยังช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน และลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง   ส่วนผสม ผัดกาดกวางตุ้งหั่นท่อน                    2        กิโลกรัม กระดูกซี่โครงหมู หั่นเป็นชิ้น              1/2     กิโลกรัม หอมแดง                                     30      กรัม กระเทียม                                    20      กรัม กระเทียมสับ                                2        ช้อนโต๊ะ กะปิ                                            1        ช้อนโต๊ะ ปลาร้าสับ                                    1        ช้อนโต๊ะ เกลือ                                          1        ช้อนโต๊ะ มะขามเปียก                                1        ถ้วย น้ำมันพืช                                    3        ช้อนโต๊ะ พริกแห้งทอด                               5        เม็ด วิธีทำ ตั้งน้ำสะอาดจนเดือด ใส่ซี่โครงหมูลงไปต้มจนนุ่ม โขลกกระเทียม หอมแดง กะปิ เกลือ ปลาร้าสับ ให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว จากนั้นใส่ลงไปในหม้อต้มรอจนเดือดอีกครั้ง ใส่ผักกวางตุ้งลงไป ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียก ชิมรส ตั้งจนเดือดอีกครั้งปิดไฟ จากนั้นนำกระเทียมสับไปเจียวให้เหลืองหอม โรยหน้าพร้อมพริกแห้ง    


เพิ่มเติม

ภาค กลาง

ต้มส้มปลากระบอก

ความเป็นมา ต้มส้มเป็นแกงน้ำใสที่มีรสเปรี้ยวจากน้ำมะขามเปียก ซึ่งจะให้รสเปรี้ยวอมหวานกลมกล่อม กลิ่นหอม และเสริมรสด้วยน้ำตาลปี๊บ ซึ่งว่ากันว่ารสเปรี้ยวๆ หวานๆ นี้เป็นรสชาติที่คนภาคกลางนิยม ไม่จัดจ้านแต่ให้ความสดชื่น เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย   คุณค่าทางโภชนาการ แกงน้ำใสที่ไม่มีไขมันแต่ได้โปรตีนจากเนื้อปลา รสเปรี้ยวหวานสดชื่นจากน้ำมะขามเปียกที่มีวิตามินซี มีฤทธิ์เป็นยาระบาย และลดความร้อนในร่างกาย พริกไทยช่วยขับเหงื่อ หายใจได้โล่งโปร่งสบาย หอมแดงมีรสหวาน ช่วยแก้หวัดคัดจมูก หายใจสะดวกขึ้น   ส่วนผสมเครื่องต้มส้ม พริกไทยเม็ด                              1     ช้อนโต๊ะ หอมแดงหั่น                               ¼    ถ้วย รากผักชี                                      20   กรัม กะปิ                                                ½    ช้อนชา ส่วนผสมต้มส้ม ปลากระบอก                              300 กรัม ขิงซอย                                        50   กรัม ต้นหอมหั่นเป็นท่อน และผักชี น้ำมะขามเปียก                           ½    ถ้วย น้ำปลา                                         2     ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ                                   2     ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ตำเครื่องต้มส้มให้ละเอียด นำลงไปละลายกับน้ำซุปแล้วตั้งไฟจนเดือด ใส่ปลาลงต้มให้สุก จากนั้นปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ และน้ำมะขามเปียก ใส่ขิงซอย ตั้งให้เดือดอีกครั้ง ชิมรส ก่อนเสิร์ฟใส่ต้นหอมท่อน และตกแต่งด้วยผักชี


เพิ่มเติม

ภาค ใต้

แกงเผ็ดเห็ดแครง

ความเป็นมา แกงเผ็ดเป็นแกงที่ชาวบ้านทำกินกันทั่วไป และส่วนผสมก็มีได้หลากหลาย ส่วนใหญ่จะมีทั้งผักใบและผักหัวกับเนื้อสัตว์ เช่นไก่ กุ้ง แกงเผ็ดเห็ดแครงก็เป็นอีกเมนูที่นำเห็ดท้องถิ่นอย่างเห็ดแครงที่จะมีมากในฤดูฝน และขึ้นตามขอนต้นยางพาราที่ตัดทิ้งไว้มาแกงกับกะทิและใส่กุ้ง   คุณค่าทางโภชนาการ เห็ดแครงเป็นเห็ดพื้นบ้านที่หาได้เฉพาะทางใต้เท่านั้น ดอกเล็กรูปร่างคล้ายพัด ไม่มีก้านดอก คล้ายเปลือกหอยแครง สามารถเก็บไว้ได้หลายวัน ก่อนนำมาทำอาหารต้องแช่น้ำให้นิ่มและบานก่อน เนื้อจะกรอบอร่อย นิยมนำมาแกงใส่กะทิ เห็ดแครงมีคาร์โบไฮเดรทและโปรตีนสูง ยังมีคุณสมบัติเป็นยาที่ช่วยต่อต้านเชื้อไวรัสได้   ส่วนผสม เห็ดแครง                           150    กรัม กุ้ง                                      150    กรัม หัวกะทิ                               1        ถ้วย น้ำพริกแกงเผ็ด                  2        ช้อนโต๊ะ กะปิ                                     1        ช้อนโต๊ะ เกลือเล็กน้อย วิธีทำ ผัดพริกแกงกับกะทิพอหอม ใส่กะปิ กุ้ง พอเดือดใส่เห็ดแครง ผัดประมาณ 10 นาที จนเห็ดแครงสุก    


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire