SLider section

แจ่วฮ้อน

ภาค อีสาน

  • recipe image cover

แจ่วฮ้อน

 

ความเป็นมา

แจ่วฮ้อน หรือสุกี้อีสาน มีวิธีทำเหมือนกับสุกี้ของภาคกลาง แต่จะใช้วัตถุดิบที่หาได้ง่ายในท้องถิ่นเพื่อรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวกินคู่กับน้ำจิ้มแจ่วรสแซ่บตามสไตล์ของคนอีสาน

 

คุณค่าทางโภชนาการ

แจ่วฮ้อนมีส่วนผสมที่มีประโยชน์ เช่น ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ที่ช่วยให้เจริญอาหาร ขับลม บำรุงร่างกาย และช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี

 

ส่วนผสม

เนื้อสัตว์ตามชอบ เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่ กุ้ง ปลาหมึก

น้ำซุปกระดูกหมู              1        ถ้วยตวง

ข่าซอยละเอียด               15      กรัม

ตะไคร้หั่นท่อน                30      กรัม

รากผักชีทุบ                     10      กรัม

ใบมะกรูด                          3        ใบ

เกลือป่น                             1        ช้อนชา

ใบผักชีฝรั่งซอย                15      กรัม

ต้นหอมหั่น                       20      กรัม

ใบโหระพา

น้ำปลา

น้ำตาลทราย

ส่วนผสมน้ำจิ้มแจ่ว

พริกป่น                        1        ช้อนโต๊ะ

น้ำปลา                         2        ช้อนโต๊ะ

ข้าวคั่ว                           2        ช้อนโต๊ะ

น้ำมะขามเปียก              2        ช้อนโต๊ะ

น้ำตาล                           1        ช้อนชา

วิธีทำ

ทำน้ำจิ้มแจ่วโดยผสมส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน คนให้น้ำตาลละลายพักไว้ จากนั้นตั้งน้ำซุปกระดูกหมูบนไฟกลาง ใส่ข่า ตะไคร้ รากผักชี ใบมะกรูด ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำปลา น้ำตาลทราย จนน้ำซุปเดือด ใส่เนื้อสัตว์ ต้มจนเนื้อสัตว์สุกดี ใส่ผักชีฝรั่ง และต้นหอม ยกเสิร์ฟร้อนๆ

ภาค เหนือ

คั่วหน่อไม้

ความเป็นมา ในภาษาเหนือ คั่ว หมายถึงการผัด คั่วหน่อไม้ ก็คือผัดหน่อไม้  เป็นอาหารพื้นบ้านที่นิยมทำทานภายในครัวเรือน   คุณค่าทางโภชนาการ หน่อไม้เป็นอาหารที่ให้เส้นใยสูงจึงช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ เมื่อหน่อไม้ผ่านการย่อยร่างกายจะดูดซึมสารอาหารเข้าสู่กระแสเลือดได้ง่าย อีกทั้งยังมีโปรตีนจากเนื้อหมูและคุณค่าทางโภชนาการจากเครื่องปรุงต่างๆ   ส่วนผสม หน่อไม้                             300    กรัม เนื้อหมูสามชั้น                  50      กรัม พริกชี้ฟ้า                           15      กรัม กระเทียมสับ                      1        ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืช สำหรับผัด เครื่องแกง พริกขี้หนู                           7        เม็ด กระเทียม                         15        กรัม หอมแดง                          20      กรัม กะปิ                                  1        ช้อนชา ปลาร้า                              1        ช้อนโต๊ะ เกลือ                               1/2     ช้อนชา วิธีทำ นำหน่อไม้ไปต้มจนสุก จากนั้นนำมาฉีกหรือหั่นเป็นเส้นๆ พักไว้ จากนั้นโขลกหรือตำเครื่องแกงให้ละเอียด ตั้งกระทะใส่น้ำมันเจียวกระเทียมให้พอเหลือง ใส่พริกแกงลงไปผัดให้หอม ใส่เนื้อหมูสามชั้นผัดให้สุก ใส่พริกชี้ฟ้า และหน่อไม้ผัดให้เข้ากันจนสุกทั่ว ตักเสิร์ฟ


เพิ่มเติม

ภาค อีสาน

หม่ำ

  ความเป็นมา หม่ำ คือการถนอมอาหาร เหมือนกับไส้กรอกอีสานแต่หม่ำจะใส่เครื่องในสัตว์ เช่นตับและม้าม ทำให้มีสีเข้มกว่า หม่ำอร่อยๆหารับประทานได้ทั่วไปแต่ที่นิยมกันมากอยู่ที่จังหวัดขอนแก่น เพราะมีวางขายให้เลือกมากมาย   คุณค่าทางโภชนาการ ในหม่ำมีกระเทียมช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อในร่างกายมีเนื้อสัตว์ช่วยให้ซ่อมแซมร่างกายส่วนที่สึกหรอ มีธาตุเหล็กช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง   ส่วนผสม เนื้อหมู                                    2        กิโลกรัม เครื่องในหมู (ตับและม้าม)      2        กิโลกรัม ไส้หมูสด                                   1        กิโลกรัม เกลือป่น                                    200    กรัม กระเทียม                                   300    กรัม ข้าวคั่ว                                         300    กรัม   วิธีทำ นำเนื้อหมูและเครื่องในที่เตรียมไว้มาบดให้ละเอียดผสมด้วยข้าวคั่ว เกลือ กระเทียม จากนั้นนำไปใส่ในไส้หมู นำเชือกมามัดให้เป็นข้อๆผึ่งลงไว้ 4-5 วันปรุงให้สุกก่อนรับประทาน      


เพิ่มเติม

ภาค ใต้

แกงป่าปลาดุกใส่ใบยี่หร่า

ความเป็นมา แกงป่าเป็นชื่อที่บอกได้ดีว่า เป็นการนำของป่าหรือสมุนไพรสดที่หาได้ในป่ามาปรุงอาหาร ไม่ใส่กะทิ กลิ่นสมุนไพรใช้กลบกลิ่นเนื้อสัตว์ และเพิ่มความหอมให้น่ากิน  ปลาดุกเป็นปลาน้ำจืดที่หาได้ตามแหล่งน้ำจืดทั่วไปเมื่อนำมาแกงกับสมุนไพรจึงได้กลิ่นหอมและรสเผ็ดร้อนที่ชวนกิน   คุณค่าทางโภชนาการ ปลาดุกเป็นปลาน้ำจืดที่อุดมไปด้วยโปรตีนและไขมันในอันดับต้นๆ มีโอเมก้า 3 ซึ่งหลายคนคิดว่ามีแต่ในปลาทะเลเท่านั้น แต่ปลาดุกมีทั้งโอเมก้า 3 ใกล้เคียงกับปลาน้ำลึก เนื้อปลาดุก 100 กรัมมีโปรตีน  23.0 กรัม และเมื่อแกงรวมกับน้ำพริกแกงและใบยี่หร่าที่มีกลิ่นหอมรสร้อนแรง จานนี้จึงทำให้สมองโล่งโปร่งสบาย   ส่วนผสม ปลาดุกหั่นเป็นชิ้น          300 กรัม น้ำพริกแกงใต้               3     ช้อนโต๊ะ กระชายหั่นฝอย            50   กรัม ใบมะกรูดฉีก                 5     กรัม พริกไทยอ่อน                10   กรัม ใบยี่หร่า                40   กรัม เกลือ                           ½    ช้อนชา วิธีทำ ตั้งน้ำใส่หม้อจนเดือดใส่พริกแกงคนให้ละลาย รอให้เดือดอีกครั้งจึงใส่ปลาต้มจนปลาสุก ใส่กระชาย พริกไทยอ่อน ใบมะกรูด เกลือ ก่อนยกลงใส่ใบยี่หร่า คนให้พอเข้ากัน ตักเสิร์ฟ    


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire