SLider section

แหนมซี่โครงหมูทอด

ภาค อีสาน

  • recipe image cover

แหนมซี่โครงหมูทอด

 

 

ความเป็นมา

แหนมเป็นการถนอมอาหารอีกประเภทหนึ่ง มีรสชาติเปรี้ยว เนื่องจากการหมักของจุลินทรีย์ แหนมซี่โครงหมูทอดมีเนื้อสัมผัสที่นุ่ม และบางครั้งจะหั่นเป็นชิ้นติดกระดูกอ่อนที่สามารถรับประทานได้ ให้ความกรุบกรอบเวลาเคี้ยว นิยมทานเป็นกับแกล้มคู่กับผักต่างๆเช่นขิง กะหล่ำปลี

 

คุณค่าทางโภชนาการ

เนื้อหมูมีโปรตีน ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโตและช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ มีธาตุเหล็กช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง

 

ส่วนผสม

ซี่โครงหมูอ่อน           400    กรัม

ข้าวสุก                      3        ช้อนโต๊ะ

กระเทียมสับ             15      กรัม

เกลือ                          2        ช้อนชา

วิธีทำ

นำข้าวสุกมาแช่น้ำแล้วบีบน้ำออก พักไว้ล้างซี่โครงหมู ซับให้แห้งจากนั้นนำมาผสมกับ กระเทียมสับ เกลือ และข้าวสุกนำใส่ถุงพลาสติก ไล่อากาศออก ห่อแล้วมัดให้แน่น เก็บไว้ประมาณ 2 วัน จากนั้นนำมาทอดให้สุก กินกับถั่วลิสง ขิงอ่อน และกะหล่ำปลี

 

 

 

 

ภาค ใต้

ปลาทรายทอดขมิ้น

ความเป็นมา ปลาทรายหรือปลาเห็ดโคนเป็นปลาที่ตัวไม่ใหญ่มาก มีชุกชุมในแถบชายฝั่งทะเลอันดามันของไทย จึงเป็นปลายอดนิยมที่คนใต้นำมาทำแกงหรือทอด โดยเฉพาะนำมาทอดขมิ้นซึ่งเป็นสมุนไพรยอดนิยม เมื่อนำไปคลุกกับปลาทรายแล้วทอดจะทำให้มีสีเหลืองสวย เนื้อกรอบน่ากินเป็นเมนูยอดนิยมขึ้นชื่อของทางใต้จานหนึ่ง   คุณค่าทางโภชนาการ เนื้อปลามีไขมันโอเมก้า 3 สูง เนื้อหวานละเอียด มีโปรตีนสูง ซึ่งจะไปช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และยังมีไขมันที่ดีช่วยป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด  ส่วนขมิ้นสีเหลืองเข้มเป็นสมุนไพรที่ช่วยแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ อาจช่วยรักษาแผลในกระเพาะ และทำลายเชื้อไวรัสในระบบทางเดินอาหาร   ส่วนผสม ปลาทราย                     500 กรัม ขมิ้นซอย                     1/2  ถ้วย ตะไคร้ซอย                   ½    ถ้วย กระเทียม                      ¼    ถ้วย เกลือ                           2     ช้อนชา น้ำมันสำหรับทอด วิธีทำ ตำขมิ้น ตะไคร้ กระเทียม เกลือ ทั้งหมดให้เข้ากับ นำปลาทรายที่ขอดเกล็ด ควักไส้ แล้วลงไปคลุกและหมักทิ้งไว้ 15-30 นาที จากนั้นนำลงไปทอดจนสุกเหลือง และกรอบ    


เพิ่มเติม

ภาค อีสาน

หมูแดดเดียว

    ความเป็นมา เนื้อหมูเมื่อหมักแล้วนำไปตากแดดไว้ไม่นาน เนื้อหมูจะแห้งไม่มากและจะมีรสชาติที่อร่อย เมื่อนำมาทอดจะเพิ่มรสชาติให้กับเนื้อหมูและไม่ทำให้เหนียวมากเวลารับประทาน   คุณค่าทางโภชนาการ เนื้อหมูมีโปรตีน ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโตและช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ มีธาตุเหล็กช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง   ส่วนผสม เนื้อหมูหั่นชิ้น            1        กิโลกรัม กระเทียม                 20      กรัม รากผักชี                  40      กรัม พริกไทย                  2        ช้อนชา น้ำตาล                     4        ช้อนชา น้ำปลา                     2        ช้อนโต๊ะ ซอสหอยนางรม         4        ช้อนโต๊ะ   วิธีทำ โขลกกระเทียม รากผักชี พริกไทยให้ละเอียด นำไปหมักเนื้อหมูเติมน้ำตาลน้ำปลาซอสหอยนางรม นวดด้วยมือจนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดี หมักทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นนำเนื้อหมูไปตากแดดประมาณ 3 – 4 ชั่วโมง กลับเนื้อหมูเป็นระยะจนเริ่มแห้ง จากนั้นตั้งน้ำมันลงในกระทะบนไฟกลาง นำหมูลงไปทอดจนสุก จัดหมูทอดใส่จานพร้อมเสิร์ฟ      


เพิ่มเติม

ภาค ใต้

แกงไตปลา

ความเป็นมา แกงไตปลาอาหารจานเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของอาหารใต้ ไตปลาทำมาจากการนำพุงปลา และกระเพาะปลาที่มีอยู่มาก เช่น พุงปลาทู พุงปลาลัง มาใส่เกลือหมักดองไว้ ซึ่งถือเป็นการถนอมอาหารอย่างหนึ่ง เมื่อหมักจนได้ที่ประมาณ 1 เดือน ก็นำมาทำแกง ใส่เนื้อปลา ผัก ที่มีรสชาติเผ็ด เค็ม ร้อนแรง   คุณค่าทางโภชนาการ ไตปลาเป็นของหมักดองที่มีโปรตีนสูง นำมาทำแกงโดยใส่พริกแกงที่มีส่วนผสมของสมุนไพรต่างๆ ซึ่งล้วนมีสรรพคุณช่วยแก้ท้องอืด รสเผ็ดร้อนของพริกช่วยให้การไหลเวียนโลหิตดีขึ้น มีไขมันจากปลาซึ่งเป็นไขมันดี และมีวิตามินต่างๆ จากผัก เช่น ฟักทองที่มีวิตามินเอ มะเขือพวงช่วยย่อยอาหาร และข้อเด่นของผักทั้งหมดที่ใส่นี้มีกากใยที่ช่วยระบายท้องได้อย่างดี   ส่วนผสมไตปลาปรุงรส ไตปลา(พุงปลาที่หมักได้ที่แล้ว)             1     ถ้วย ตะไคร้บุบ                            3     ต้น ใบมะกรูดฉีก                        5     ใบ ข่าหั่นแว่น                           60   กรัม พริกไทยเม็ดบุบ                    2     ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ต้มไตปลาผสมน้ำแล้วใส่สมุนไพรที่เตรียมไว้ทั้งหมด พอเดือด กรองน้ำไว้ พักไว้ ส่วนผสมพริกแกง กระเทียม 15 กรัม หอมแดง 50 กรัม พริกไทยเม็ด 1 ช้อนโต๊ะ พริกขี้หนูแห้ง 15 เม็ด พริกชี้หนูสด 15 กรัม ขมิ้นยาว 2 นิ้วบุบ  ตำหรือปั่นทุกอย่างรวมกันจนละเอียด พักไว้ ส่วนผสมแกงไตปลา ไตปลาปรุงรส                       1     ถ้วย ปลาย่างแกะเนื้อ                   1     ถ้วย หน่อไม้หั่น                          1     ถ้วย มะเขือเปราะ                        80   กรัม มะเขือพวง                           ½    ถ้วย ถั่วฝักยาวหั่นสั้น                   ½    ถ้วย ฟักทองหั่น                          80   กรัม น้ำสะอาด                            3     ถ้วย ใบมะกรูดฉีก                        5     ใบ วิธีทำ นำไตปลาปรุงรสละลายกับน้ำตั้งไฟจนเดือด ใส่ปลาย่างแกะเนื้อ หน่อไม้ และฟักทอง เมื่อเดือดอีกครั้งใส่มะเขือเปราะ มะเขือพวง และใบมะกรูดฉีก ตักขึ้นเสิร์ฟร้อนๆ


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire