SLider section

แอบปลากุ้ง

ภาค เหนือ

  • recipe image cover

แอบปลากุ้ง

 

 

ความเป็นมา

แอบปลากุ้งนิยมใช้ปลาตัวเล็กกับกุ้งฝอยเป็นส่วนผสมร่วมกัน เนื่องจากหาได้ง่าย สามารถรับประทานได้ทั้งตัว

 

คุณค่าทางโภชนาการ

ปลาและกุ้งตัวเล็กเป็นแหล่งแคลเซียม ช่วยในการเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ตะไคร้แก้และบรรเทาอาการหวัด อาการไอ ข่าช่วยบำรุงร่างกาย กระเทียมช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อในร่างกายช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง และช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย

 

ส่วนผสม

ปลาตัวเล็ก               200    กรัม

กุ้งฝอย                      200    กรัม

ต้นหอมหั่นฝอย          2        ช้อนโต๊ะ

ผักชีหั่นฝอย                2        ช้อนโต๊ะ

ใบมะกรูดหั่นฝอย         2        ช้อนโต๊ะ

ใบตอง

ไม้กลัด

ส่วนผสมน้ำพริกแกง

พริกสด                    7        กรัม

ตะไคร้ซอย               3        ช้อนโต๊ะ

ขมิ้นซอย                  1        ช้อนชา

ข่าซอย                      1        ช้อนชา

กระเทียมซอย            2        ช้อนโต๊ะ

หอมแดงซอย             3        ช้อนโต๊ะ

กะปิ                        1        ช้อนชา

เกลือป่น                  1        ช้อนชา

วิธีทำ

โขลกพริก เกลือ ข่า ตะไคร้ ขมิ้น กระเทียม หอมแดง จนละเอียด ใส่กะปิ โขลกให้เข้ากันอีกครั้งใส่ปลาและกุ้งลงในเครื่องพริกแกงที่โขลกไว้ คลุกเคล้าให้เข้ากันใส่ผักชี ต้นหอม ใบมะกรูด เคล้าให้เข้ากัน ตักใส่ใบตอง กลัดด้วยไม้กลัด แล้วนำไปย่างจนสุก

 

ภาค อีสาน

ลาบหมู

ความเป็นมา ลาบ เป็นอาหารท้องถิ่นของทางภาคอีสานและภาคเหนือ โดยนำเนื้อสัตว์มาสับให้ละเอียดแล้วคลุกกับเครื่องปรุง ลาบจะเป็นเมนูที่ทำให้สุกก่อนรับประทาน   คุณค่าทางโภชนาการ นอกจากโปรตีนจากเนื้อหมู ส่วนผสมของลาบมีสรรพคุณที่หลากหลาย เช่นหอมแดง ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ บำรุงหัวใจผักชีฝรั่ง ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ใบสะระแหน่ช่วยบำรุงสายตา คลายเครียด ต้นหอม ช่วยป้องกันอาการท้องผูกและลดคอเลสเตอรอลในกระแสเลือด   ส่วนผสม เนื้อหมูสับ                  150    กรัม หอมแดงซอย             10      กรัม ต้นหอมซอย                1        ช้อนโต๊ะ ผักชีฝรั่งหั่นหยาบ        1        ช้อนโต๊ะ ใบสะระแหน่                 10      กรัม ข้าวคั่วป่น                     2        ช้อนโต๊ะ พริกป่น                         1        ช้อนโต๊ะ น้ำปลา                         2        ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว                     2        ช้อนโต๊ะ   วิธีทำ นำหมูสับไปรวนในกระทะด้วยไฟอ่อนให้พอสุก ปิดไฟตักใส่ถ้วยผสมใส่หอมแดง ลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากันปรุงรสด้วย ข้าวคั่ว พริกป่นน้ำปลา และน้ำมะนาวใส่ต้นหอม ผักชีฝรั่ง และใบสะระแหน่ลงไป คลุกเคล้าพอเข้ากันตักใส่จาน เสิร์ฟพร้อมผักเคียงเช่น แตงกวา ถั่วฝักยาว กะหล่ำปลี


เพิ่มเติม

ภาค ใต้

แกงไตปลา

ความเป็นมา แกงไตปลาอาหารจานเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของอาหารใต้ ไตปลาทำมาจากการนำพุงปลา และกระเพาะปลาที่มีอยู่มาก เช่น พุงปลาทู พุงปลาลัง มาใส่เกลือหมักดองไว้ ซึ่งถือเป็นการถนอมอาหารอย่างหนึ่ง เมื่อหมักจนได้ที่ประมาณ 1 เดือน ก็นำมาทำแกง ใส่เนื้อปลา ผัก ที่มีรสชาติเผ็ด เค็ม ร้อนแรง   คุณค่าทางโภชนาการ ไตปลาเป็นของหมักดองที่มีโปรตีนสูง นำมาทำแกงโดยใส่พริกแกงที่มีส่วนผสมของสมุนไพรต่างๆ ซึ่งล้วนมีสรรพคุณช่วยแก้ท้องอืด รสเผ็ดร้อนของพริกช่วยให้การไหลเวียนโลหิตดีขึ้น มีไขมันจากปลาซึ่งเป็นไขมันดี และมีวิตามินต่างๆ จากผัก เช่น ฟักทองที่มีวิตามินเอ มะเขือพวงช่วยย่อยอาหาร และข้อเด่นของผักทั้งหมดที่ใส่นี้มีกากใยที่ช่วยระบายท้องได้อย่างดี   ส่วนผสมไตปลาปรุงรส ไตปลา(พุงปลาที่หมักได้ที่แล้ว)             1     ถ้วย ตะไคร้บุบ                            3     ต้น ใบมะกรูดฉีก                        5     ใบ ข่าหั่นแว่น                           60   กรัม พริกไทยเม็ดบุบ                    2     ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ต้มไตปลาผสมน้ำแล้วใส่สมุนไพรที่เตรียมไว้ทั้งหมด พอเดือด กรองน้ำไว้ พักไว้ ส่วนผสมพริกแกง กระเทียม 15 กรัม หอมแดง 50 กรัม พริกไทยเม็ด 1 ช้อนโต๊ะ พริกขี้หนูแห้ง 15 เม็ด พริกชี้หนูสด 15 กรัม ขมิ้นยาว 2 นิ้วบุบ  ตำหรือปั่นทุกอย่างรวมกันจนละเอียด พักไว้ ส่วนผสมแกงไตปลา ไตปลาปรุงรส                       1     ถ้วย ปลาย่างแกะเนื้อ                   1     ถ้วย หน่อไม้หั่น                          1     ถ้วย มะเขือเปราะ                        80   กรัม มะเขือพวง                           ½    ถ้วย ถั่วฝักยาวหั่นสั้น                   ½    ถ้วย ฟักทองหั่น                          80   กรัม น้ำสะอาด                            3     ถ้วย ใบมะกรูดฉีก                        5     ใบ วิธีทำ นำไตปลาปรุงรสละลายกับน้ำตั้งไฟจนเดือด ใส่ปลาย่างแกะเนื้อ หน่อไม้ และฟักทอง เมื่อเดือดอีกครั้งใส่มะเขือเปราะ มะเขือพวง และใบมะกรูดฉีก ตักขึ้นเสิร์ฟร้อนๆ


เพิ่มเติม

ภาค กลาง

หมี่กรอบ

ความเป็นมา หมี่กรอบเป็นอาหารที่มีความเป็นจีนและไทยผสมผสานกัน เพราะเส้นหมี่หรือก๋วยเตี๋ยว และเทคนิควิธีการทอดโดยใช้น้ำมันร้อนท่วมมีต้นกำเนิดมาจากจีน แต่เมื่อทอดแล้วนำมาปรุงรสอย่างไทยให้มีรสเปรี้ยวหวานจากน้ำส้มมะขาม น้ำตาลปี๊บ ทั้งส่วนผสม เช่น เต้าหู้ เต้าเจี้ยว รวมทั้งถั่วงอกและใบกุยช่ายก็เป็นผักของจีน แต่ต้องมีรสซ่าหอมจากผิวส้มซ่าซึ่งใช้โรยหน้าหมี่กรอบ และเป็นส่วนผสมหรือเอกลักษณ์สำคัญที่จะขาดไม่ได้   คุณค่าทางโภชนาการ เส้นหมี่ทำจากแป้งข้าวเจ้าที่ให้คาร์โบไฮเดรตพอสมควร มีโปรตีนที่ได้จากหมูและกุ้ง และโปรตีนจากถั่ว เช่น เต้าหู้ ไขมันจากน้ำมันที่ใช้ทอดหมี่และผัด และได้กากใยอาหาร วิตามินซี จากผักสดที่มากินคู่กันอย่าง หัวปลีสด ใบบัวบก และธาตุเหล็กจากใบกุยช่ายสด   ส่วนผสม เส้นหมี่อบแห้ง                            100 กรัม หมู กุ้ง หั่นชิ้นเล็กรวมกัน              80   กรัม หอมแดงสับ                               2     ช้อนโต๊ะ กระทียมสับ                                1     ช้อนโต๊ะ เต้าหู้แข็งหั่นฝอย                        50   กรัม ไข่ไก่                                        2     ฟอง น้ำส้มสายชู                               1     ช้อนโต๊ะ น้ำปลา                                     1     ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ                                 1     ช้อนโต๊ะ เต้าเจี้ยวดำบด                            1     ช้อนโต๊ะ น้ำมันสำหรับผัดเครื่องและทอดหมี่ กระเทียมดองซอยบาง ผิวส้มซ่าหั่นฝอย พริกชี้ฟ้าแดงหั่นฝอย ผักชี สำหรับโรยหน้า ผักแนม ถั่วงอก ใบกุยช่าย วิธีทำ นำเส้นหมี่อบแห้งลงทอดในน้ำมันร้อนจัดให้ฟูตักขึ้นพักไว้ ทอดเต้าหู้ และทำไข่ฝอยพักไว้ จากนั้นจึงทำน้ำปรุงรส โดยผัดหอมแดง และกระเทียมสับให้หอม ใส่หมูและกุ้ง ผัดให้สุก ปรุงรสและเคี่ยวจนเริ่มงวดเล็กน้อย จากนั้นนำเต้าหู้ทอดลงไปผัดรวมกัน ใส่หมี่ทอดกรอบคลุกให้เข้ากันจนทั่ว ตักขึ้นพักให้เย็น โรยหน้าด้วยเครื่องแต่งหน้า ผัก และไข่หั่นฝอย


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire