SLider section

ต้มข่าไก่

ภาค กลาง

  • recipe image cover

ต้มข่าไก่

ความเป็นมา

ไก่ต้มข่าหรือต้มข่าไก่นั้นคล้ายกับต้มยำแต่มีกะทิเป็นส่วนผสม น้ำแกงจึงมีสีขาวนวล ได้ความหอม หวาน มัน จากกะทิ และกลิ่นของสมุนไพรต่างๆ รวมทั้งรสเผ็ดจากพริกขี้หนู ปรุงให้ได้รสเผ็ด เปรี้ยว เค็ม และต้องมีกลิ่นหอมเด่นของข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด และน้ำมะนาวสด

คุณค่าทางโภชนาการ

แม้ไก่ต้มข่าจะใช้กะทิซึ่งมีไขมันอิ่มตัว แต่สมุนไพรที่ใส่ล้วนมีสรรพคุณที่มีประโยชน์ทั้งสิ้น เช่น ข่า มีวิตามินซีสูง ช่วยขับลมในกระเพาะอาหารและลำไส้ แก้ปวดมวนท้อง ตะไคร้ มีแคลเซียม ฟอสฟอรัส และเหล็ก ช่วยขับลม ใบมะกรูดให้กลิ่นสดชื่น บรรเทาอาการวิงเวียน หน้ามืดเป็นลม และยังมีรสเปรี้ยวจากน้ำมะนาวซึ่งให้วิตามินซีเป็นอย่างดี

ส่วนผสม
กะทิสด               2 ถ้วย
เนื้อไก่หั่นชิ้น      150 กรัม
เห็ดฟาง              ½ ถ้วย
ข่าหั่นบาง            ¼ ถ้วย
ตะไคร้บุบ             50 กรัม
ใบมะกรูด              5 กรัม
พริกขี้หนูบุบ ตามชอบ
น้ำปลา น้ำมะนาว
ผักชีสำหรับโรยหน้า
วิธีทำ
ตั้งน้ำกะทิ 1 ถ้วย ผสมน้ำสะอาดจะได้เป็นหางกะทิ นำขึ้นตั้งไฟ ใส่ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูดลงไปจนเดือดและมีกลิ่นหอม ใส่เนื้อไก่ ตามด้วยเห็ดฟาง ต้มจนไก่สุกดี ใส่น้ำกะทิที่เหลือ ปรุงรสด้วยน้ำปลา ใส่พริกขี้หนู จากนั้นดับไฟและใส่น้ำมะนาว คนให้เข้ากัน ชิมรสให้ได้เปรี้ยว เค็ม เผ็ด หวานตาม ตักเสิร์ฟ

ภาค กลาง

น้ำพริกกะปิ

ความเป็นมา น้ำพริกคู่ครัวไทยที่มีมาตั้งแต่อดีตและกินกันทุกครัวเรือน กะปิเรียกได้ว่าเป็นอาหารร่วมของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กินกันทุกประเทศในรูปแบบต่างๆ กัน คำว่า”กะปิ” นี้ว่ากันว่าเพี้ยนมาจากคำว่า “งาปิ” ซึ่งเป็นภาษามอญ น้ำพริกกะปิของไทยต้องมีรสเผ็ด เปรี้ยว เค็ม หวาน และไม่ควรข้นเกินไปเพราะต้องกินกับข้าวและเครื่องเคียงอย่าง ปลาทู ผักสด และผักทอดต่างๆ   คุณค่าทางโภชนาการ กะปิทำจากเคยหมักจึงให้แคลเซียมสูงมาก กะปิ 100 กรัม ให้แคลเซียมสูงถึง 1,554 มิลลิกรัม ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการแคลเซียมในแต่ละวัน ซึ่งจะช่วยทำให้กระดูกและฟันแข็งแรง ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน ในน้ำพริกยังมีกระเทียมที่ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด พริกกระตุ้นความอยากอาหาร และมะอึกที่มีรสเปรี้ยวทำให้น้ำพริกมีรสกลมกล่อม อร่อย ทำให้กินผักเครื่องเคียงต่างๆ ที่มีวิตามิน และกากใยได้อีกมากมาย   ส่วนผสม กะปิอย่างดี เผาไฟ                      2     ช้อนโต๊ะ กระเทียม                                   10   กรัม กุ้งแห้งตำละเอียด                       2     ช้อนโต๊ะ พริกขี้หนูเขียว แดง รวมกัน          10   กรัม มะอึก ขูดขนออกหั่นบาง              60   กรัม น้ำตาลปี๊บ                                 1     ช้อนโต๊ะ น้ำปลา                                     2     ช้อนชา น้ำมะนาว                                  2     ช้อนโต๊ะ มะเขือพวงบุบ                            10   กรัม เครื่องเคียง ปลาทูทอด ผักลวก เช่น หน่อไม้ ผักบุ้ง ผักทอด เช่น มะเขือยาวชุบไข่ทอด ไข่ชะอมทอด วิธีทำ ตำกระเทียม และกะปิให้เข้ากันดี ทำให้กลิ่นของกะปิและกระเทียมไม่แรงจนเกินไป จากนั้นใส่กุ้งแห้ง พริกขี้หนู ตำให้พริกพอแหลก ใส่มะอึก ตำเล็กน้อย ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา คนให้เข้ากัน จากนั้นตักออกจากครกจึงใส่น้ำมะนาว ชิมรสอีกครั้ง จึงใส่มะเขือพวงบุบ


เพิ่มเติม

ภาค อีสาน

ยำไข่มดแดง

ความเป็นมา เนื่องจากในภาคอีสานสามารถหาวัตถุดิบจากธรรมชาติมาทำอาหารได้หลากหลาย ไข่มดแดงก็เป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบที่มีมากในช่วงฤดูฝน ยำไข่มดแดงจึงเป็นอีกเมนูที่ง่ายและสามารถหาได้ในท้องถิ่น   คุณค่าทางโภชนาการ ไข่มดแดงมีโปรตีนสูงและไขมันต่ำ เมื่อรวมกับเครื่องปรุงต่างจะยิ่งเพิ่มคุณค่าทางอาหาร อีกทั้งยังมีสมุนไพรต่างๆ ที่ช่วยให้วิตามิน และแร่ธาตุอย่างครบถ้วน   ส่วนผสม ไข่มดแดง                                  1        ถ้วยตวง หอมแดงซอย                           4        ช้อนโต๊ะ ผักชีฝรั่งหั่นฝอย                        3        ช้อนโต๊ะ พริกขี้หนูหั่นหยาบ                    3        กรัม ต้นหอมหั่นฝอย                        2        ช้อนโต๊ะ น้ำปลา                                      2        ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว                                  2        ช้อนโต๊ะ   วิธีทำ ล้างไข่มดแดงให้สะอาด ใส่กระชอนผึ่งให้สะเด็ดน้ำพักไว้ ผสมน้ำมะนาว น้ำปลา พริกขี้หนู ให้เข้ากัน นำไปเคล้ากับไข่มดแดง ใส่หอมแดงซอย ต้นหอม ผักชีฝรั่ง เคล้าให้เข้ากัน จัดใส่จาน รับประทานกับผักสด    


เพิ่มเติม

ภาค กลาง

แกงหมูใบชะมวง

ความเป็นมา แกงน้ำขลุกขลิกที่ไม่ใส่กะทิแต่ต้องใช้เนื้อหมูติดมันอย่างหมู 3 ชั้นจึงจะอร่อย การกินเนื้อหมูเป็นวัฒนธรรมของจีนที่ไทยได้รับมาตั้งแต่อดีตเมื่อชาวจีนอพยพเข้ามา และมีการผสมผสานใช้ผักพื้นบ้านไทยโดยเฉพาะใบชะมวงมาปรุงเพื่อให้มีรสเปรี้ยว เป็นอาหารที่มีชื่อเสียงของจังหวัดจันทบุรี คุณค่าทางโภชนาการ ใบชะมวงมีสรรพคุณที่สำคัญคือ ให้รสเปรี้ยว มีสารอาหาร เช่น เบต้าแคโรทีน วิตามินบี 1 และแร่ธาตุอีกมากมายรวมถึงแคลเซียม เหล็ก และฟอสฟอรัส เมื่อกินพร้อมเนื้อสัตว์ที่นำมาปรุงร่วมกันร่างกายจะสามารถนำสารอาหารเหล่านี้ไปใช้ได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ใบ ยอดอ่อน และผลของชะมวงยังจัดเป็นยาโบราณที่ช่วยระบายท้อง แก้ไข้ ฟอกเสมหะ ไอ กระหายน้ำ แก้ธาตุพิการ อีกด้วย ส่วนผสมเครื่องแกง พริกไทยเม็ด                              1     ช้อนโต๊ะ ข่าหั่นบาง                                 15   กรัม หอมแดง                                   2     ช้อนโต๊ะ กระเทียม                                   2     ช้อนโต๊ะ รากผักชีหั่น                               2     ช้อนชา พริกชี้ฟ้าแห้งกรีดเม็ดออก            15   กรัม กะปิเผา                                     1     ช้อนชา ส่วนผสมแกงหมูชะมวง หมูสามชั้นเนื้อมากติดมันน้อย       500 กรัม หรือเนื้อหมูส่วนติดมัน หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมใหญ่ ใบชะมวงใบไม่แก่ไม่อ่อนเกินไป    80   กรัม น้ำมัน                                       1     ช้อนโต๊ะ น้ำสะอาด                                  4     ถ้วย น้ำปลา                                     3     ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ                                 3     ช้อนโต๊ะ วิธีทำ หั่นใบชะมวงเป็นครึ่งส่วนพักไว้ ปั่นหรือตำเครื่องแกงให้ละเอียด นำเครื่องแกงไปผัดกับน้ำมัน และเนื้อหมู เติมน้ำสะอาดต้มจนเดือด ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาลปี๊บ ใส่ใบชะมวงลงไปคนให้เข้ากัน ต้มต่อไปจนน้ำงวดลง และใบชะมวงอ่อนนุ่ม ตักขึ้นเสิร์ฟ


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire