SLider section

ไก่บ้านต้มขมิ้น

ภาค ใต้

  • recipe image cover

ไก่บ้านต้มขมิ้น

ความเป็นมา

ไก่บ้านเป็นสัตว์ที่ชาวบ้านที่เลี้ยงไว้กินทั้งไข่ และเนื้อ โดยเลี้ยงปล่อยในธรรมชาติให้ขุดคุ้ยหากินเอง เนื้อไก่จึงเหนียวไม่ยุ่ย รสชาติหวานอร่อย นำมาต้มกับขมิ้นสมุนไพรท้องถิ่นที่ชาวบ้านปลูกไว้ กลายเป็นอาหารง่ายๆ ที่สามารถทำกินได้บ่อยครั้ง

 

คุณค่าทางโภชนาการ

เนื้อไก่เป็นเนื้อสัตว์ที่ให้โปรตีนสูงไขมันต่ำ จึงช่วยสร้างกล้ามเนื้อได้อย่างดีและช่วยเสริมสร้างส่วนที่สึกหรอของร่างกายได้โดยไม่ต้องกังวลใจเรื่องไขมันที่จะสร้างปัญหา และเนื่องจากเป็นไก่บ้านจึงไม่มีอันตรายจากสารเคมีต่างๆ ส่วนขมิ้นสีเหลืองเข้มสวยช่วยให้จานนี้มีสีสันน่ากิน และยังช่วยแก้ท้องอืด สมานแผลในลำไส้ และเมื่อไม่นานนี้มีการวิจัยว่าช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้อีกด้วย

 

ส่วนผสม

ไก่บ้านสับเป็นชิ้นเล็ก            1     กก.

ขมิ้นยาว 2 นิ้ว              1     ชิ้น

ตะไคร้บุบ                     40   กรัม

หอมแดงบุบ                  40   กรัม

กระเทียมบุบ                 10   กรัม

พริกขี้หนูบุบ                 5     กรัม

เกลือ                             2     ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

ตั้งน้ำ 2 ลิตร ใส่หอมแดง ตะไคร้ ขมิ้นและกระเทียมตั้งไฟให้เดือด จากนั้นใส่ไก่บ้านลงต้มให้พอสุก ปรุงรสด้วยเกลือ ใส่พริกขี้หนู ตั้งไฟให้เดือดอีกครั้ง ตักเสิร์ฟ

 

 

ภาค กลาง

น้ำพริกมะม่วง

ความเป็นมา ในฤดูร้อนมะนาวที่คนไทยใช้ตำน้ำพริกจะออกลูกยากและมีราคาแพง จึงใช้ผลไม้รสเปรี้ยวอื่นๆ เช่น มะม่วง มาทำเป็นน้ำพริกแทน น้ำพริกมะม่วงเป็นอาหารพื้นบ้านที่กินกันทั่วไปเพราะมะม่วงในเมืองไทยหาได้ง่าย วิธีการตำและส่วนผสมก็คล้ายกับน้ำพริกทั่วไปของไทยคือ ใส่กะปิ กุ้งแห้ง กระเทียม พริก   คุณค่าทางโภชนาการ  มะม่วงดิบมีวิตามินซี ใยอาหาร และเบต้าแคโรทีนสูง ซึ่งเป็นสารต้านออกซิเดชันที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย และยังป้องกันอันตรายจากอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสี่ยงจากการเป็นมะเร็งบางชนิดได้ น้ำพริกมะม่วงมีโปรตีนจากกะปิและกุ้งแห้ง ไม่มีไขมัน และรสเปรี้ยวในมะม่วงยังช่วยให้ร่างกายสดชื่นเหมาะกับฤดูร้อนที่อากาศร้อนอบอ้าว   ส่วนผสม มะม่วงเปรี้ยวสับฝอย                     80   กรัม กุ้งแห้งป่น                                    1     ช้อนโต๊ะ กระเทียมกลีบเล็ก                        10   กรัม พริกขี้หนู                                      5     กรัม พริกชี้ฟ้าหั่นเป็นข้อสั้น                15   กรัม กะปิย่างไฟให้หอม                       1     ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ                                    1     ช้อนโต๊ะ น้ำปลา                                         1     ช้อนชา น้ำส้มคั้น                                      1     ช้อนโต๊ะ เครื่องเคียง เช่น ปลาสลิดทอดฟู ผักสด เช่น ถั่วพู มะเขือเปราะ ขมิ้นขาว แตงกวา เป็นต้น วิธีทำ ตำกะปิกับกระเทียมให้ละเอียด จากนั้นใส่กุ้งแห้ง และพริกชี้ฟ้าลงไปตำ ใส่พริกขี้หนูตำพอแหลก ใส่มะม่วงใช้สากบุบให้พอช้ำ ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำส้มคั้น และน้ำปลา ตักขึ้นเสิร์ฟคู่เครื่องเคียงต่างๆ


เพิ่มเติม

ภาค อีสาน

แจ่วบอง

    ความเป็นมา แจ่วบองคือน้ำพริกซึ่งเป็นที่นิยมในภาคอีสาน เพราะสามารถทำได้ง่าย และเก็บรักษาไว้ได้นาน สามารถนำไปกินระหว่างการเดินทาง หรือเวลาพักจากการทำนาทำไร่   คุณค่าทางโภชนาการ แจ่วบองมีปลาร้าเป็นส่วนผสมหลัก มีโปรตีนที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย อีกทั้งสมุนไพรต่างๆยังมีสรรพคุณหลากหลาย เช่น พริกขี้หนูมีวิตามินซี หอมแดง ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ บำรุงหัวใจข่ายังช่วยในระบบย่อยอาหารกระเทียมช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อในร่างกาย   ส่วนผสม ปลาร้าสับละเอียด      1        ถ้วย พริกแห้งเม็ดใหญ่        20      เม็ด พริกขี้หนูแห้ง            30      เม็ด กระเทียมจีน             40      กรัม หอมแดง                  80      กรัม ตะไคร้ซอย               60      กรัม ข่าอ่อนหั่นแว่น          10      กรัม น้ำมะขามเปียก น้ำมะนาว วิธีทำ นำพริกแห้ง กระเทียม หอมแดง ข่าอ่อน คั่วจนสุกหอม นำลงโขลกพร้อมตะไคร้ซอยจนละเอียดนำปลาร้าสับละเอียดมาตำคลุกเคล้าให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียกและน้ำมะนาว จัดใส่จานทานคู่กับผักสด      


เพิ่มเติม

ภาค อีสาน

ไส้กรอกอีสาน

ความเป็นมา ไส้กรอกอีสาน เป็นอาหารพื้นบ้านของชาวอีสาน มีรสชาติที่กลมกล่อมจากส่วนผสมที่มีเอกลักษณ์ลงตัว เป็นภูมิปัญญาโบราณ ที่ใช้ในการถนอมอาหารจากเนื้อสัตว์ที่มีมานานและเป็นวิธีการหมักบ่มให้มีรสเปรี้ยวด้วยข้าวสุกที่เหลือจากการรับประทานในแต่ละวันอีกด้วย   คุณค่าทางโภชนาการ ไส้กรอกมีเนื้อสัตว์ที่ให้โปรตีน นอกจากนั้นยังมี ตะไคร้ ช่วยแก้และบรรเทาอาการหวัด อาการไอกระเทียมไทยช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อในร่างกาย   ส่วนผสม ไส้หมู                                 1        กิโลกรัม หมูสับเนื้อส่วนสะโพก       1        กิโลกรัม มันหมูสับ                          ½       กิโลกรัม ตะไคร้บด                         2        ช้อนโต๊ะ เกลือ                               2        ช้อนโต๊ะ น้ำตาล                            1        ช้อนโต๊ะ พริกไทยขาวบด              2        ช้อนโต๊ะ พริกไทยดำบด                2        ช้อนโต๊ะ ข้าวสวยสุก                      1        ถ้วย   วิธีทำ ล้างไส้หมูให้สะอาด พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ จากนั้นผสมเนื้อหมู มันหมู ข้าวสวยสุก ตะไคร้เข้าด้วยกัน ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาลพริกไทยขาว พริกไทยดำ นำไปใส่ลงในไส้หมูที่เตรียมไว้ ใช้ด้าน หรือเชือกมัดให้เป็นข้อๆ หมักทิ้งไว้ในตู้เย็น 1 คืน จากนั้นนำมาผึ่งลมไว้อีก 2 – 3 วัน ก่อนจะนำมาปิ้งหรือทอดจนสุก กินคู่กับขิงดองและกะหล่ำปลีสด


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire