SLider section

ไข่กระทะ

ภาค อีสาน

  • recipe image cover

ไข่กระทะ

 

ความเป็นมา

ไข่กระทะคืออาหารเช้าที่หาทานได้ในจังหวัดทางภาคอีสานที่มีชายแดนติดกับประเทศลาว เช่น อุบลราชธานี อุดรธานี เป็นอาหารที่ได้รับอิทธิพลมาจากอาหารฝรั่งเศสในช่วงที่ประเทศลาว และเวียดนามยังอยู่ในอาณานิคมของประเทศฝรั่งเศส

 

คุณค่าทางโภชนาการ

ไข่ไก่ อุดมไปด้วยวิตามิน และแร่ธาตุต่างๆมากมายช่วยลดความดันโลหิต เป็นแหล่งโปรตีนที่เหมาะกับคนที่ไม่รับประทานเนื้อสัตว์เป็นอย่างมาก

 

ส่วนผสม

ไข่ไก่                       2        ฟอง

หมูสับรวน                20      กรัม

กุนเชียง                   20      กรัม

หมูยอ                       30      กรัม

เนยสด                      1/2     ช้อนโต๊ะ

ต้นหอมซอย

พริกไทยป่น

 

วิธีทำ

ตั้งกระทะ ใส่เนยสด จากนั้นตอกไข่ใส่ในกระทะ รอจนไข่สุกประมาณครึ่งหนึ่ง ใส่หมูสับ กุนเชียง หมูยอ เมื่อไข่สุกยกออกจากเตา โรยหน้าด้วยต้นหอมและพริกไทยป่น

 

 

 

ภาค เหนือ

ตำส้มโอน้ำปู

    ความเป็นมา ตำส้มโอ หรือตำบ่าโอ คือการนำส้มโอมาผสมรวมกับพริกแกงเพื่อเพิ่มรสชาติ ชาวล้านนานิยมใส่น้ำปูเพื่อเพิ่มรสชาติให้อร่อยถูกปาก   คุณค่าทางโภชนาการ ส้มโอช่วยขับสารพิษในร่างกายได้ มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งมะเขือเปราะช่วยในการย่อยอาหาร และช่วยในการขับถ่าย   ส่วนผสม ส้มโอ                        200    กรัม พริกขี้หนู                   5        กรัม กระเทียม                   5        กรัม มะเขือเปราะซอย       40      กรัม ตะไคร้ซอย               2        ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ                1        ช้อนโต๊ะ ปลาร้าต้มสุก             2        ช้อนโต๊ะ น้ำปู                         ½       ช้อนชา   วิธีทำ โขลกกระเทียม พริกขี้หนู พอแหลก ใส่ปลาร้า น้ำตาลปี๊บ น้ำปู โขลกให้เข้ากันใส่ส้มโอลงโขลกเบาๆ ใส่ตะไคร้ซอย มะเขือเปราะซอยคลุกเคล้าให้เข้ากันจัดใส่จานทานคู่กับผักสด      


เพิ่มเติม

ภาค เหนือ

ขนมกล้วย

    ความเป็นมา ขนมกล้วย หรือเข้าหนมกล้วย เป็นขนมซึ่งชาวล้านนานิยมทำรับประทาน โดยใช้แป้งข้าวเจ้าและกล้วยน้ำว้าเป็นส่วนผสมหลัก   คุณค่าทางโภชนาการ กล้วยน้ำว้าช่วยแก้โรคกระเพาะได้ดีเนื่องจากมีสารแทนนิน ซึ่งมีฤทธิ์ในการเคลือบรักษากระเพาะและลำไส้ป้องกันการติดเชื้อ และยังมีฤทธิ์ในการช่วยลดกรดในกระเพาะอาหารได้เป็นอย่างดี   ส่วนผสม กล้วยน้ำว้าสุก           500    กรัม น้ำตาลทราย             500    กรัม แป้งข้าวเจ้า              300    กรัม แป้งมัน                      100    กรัม มะพร้าวขูด                 1        ถ้วย กะทิ                             3        ถ้วย เกลือป่น                      1        ช้อนชา   วิธีทำ นำกล้วยน้ำว้า แป้งข้าวเจ้า กะทิ ใส่ลงในอ่างผสม ขยำกล้วยให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่น้ำตาลทราย แล้วนวดให้เข้ากันจนน้ำตาลละลายฉีกใบตอง ทำเป็นกรวย แล้วใช้ไม้กลัด กลัดใบตองตักส่วนผสมใส่ลงในกรวยให้เต็ม วางกรวยขนมในรูของลังถึง โรยมะพร้าวขูด นึ่งไฟกลาง ประมาณ 20 นาที    


เพิ่มเติม

ภาค กลาง

แกงเขียวหวานเนื้อ

ความเป็นมา แกงกะทิที่ใช้พริกชี้ฟ้าเขียวแทนพริกแดงในส่วนผสมพริกแกงจึงทำให้มีสีเขียว และยังมีลูกผักชี ยี่หร่า ซึ่งเป็นเครื่องเทศของชาวอาหรับหรืออินเดีย รวมไปถึงการใช้เนื้อวัวที่คล้ายกับอาหารของชาวมุสลิม แสดงให้เห็นว่าแกงเขียวหวานเป็นแกงที่ได้รับอิทธิพลมาจากต่างชาติ และคนไทยก็นำมาปรุงแต่งให้มีเอกลักษณ์จนเป็นที่ยอมรับของชาวต่างชาติ คุณค่าทางโภชนาการ แกงกะทิจานนี้ได้โปรตีนสูงจากเนื้อวัวที่อุดมไปด้วยสารอาหารต่างๆ และแร่ธาตุที่มีประโยชน์โดยเฉพาะธาตุเหล็กและสังกะสีที่จำเป็นต่อร่างกาย ส่วนกะทิที่เป็นไขมันอิ่มตัวก็สมดุลด้วยสมุนไพรที่มีอยู่ในเครื่องพริกแกง มะเขือพวงมีแคลเซียมและฟอสฟอรัสสูง ช่วยให้เหงือกและฟันแข็งแรง  มะเขือพวง 100 กรัม มีแคลเซียม 158 มิลลิกรัม และฟอสฟอรัส 110 มิลลิกรัม ส่วนผสม กะทิ                                         4     ถ้วย น้ำพริกแกงเขียวหวาน            ½    ถ้วย เนื้อหั่นบาง                              300 กรัม มะเขือเปราะ                            100 กรัม มะเขือพวง                               20   กรัม น้ำปลา                                     3     ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ                                 1     ช้อนโต๊ะ ใบโหระพา                                50   กรัม พริกชี้ฟ้าเขียวหั่นแฉลบสำหรับโรยหน้า ส่วนผสมเครื่องพริกแกงเขียวหวาน พริกชี้ฟ้าเขียวกรีดเม็ดออก 11 เม็ด ตะไคร้ซอยบาง  ¼ ถ้วย หอมแดงซอย ¼ ถ้วย กระเทียม 2 ช้อนโต๊ะ ผิวมะกรูดหั่นฝอย 1 ช้อนชา รากผักชีหั่นฝอย 1 ช้อนชา พริกไทยเม็ด 1 ช้อนชา กะปิ 1 ช้อนชา ลูกผักชีคั่ว 4 ช้อนชา ยี่หร่าคั่ว 2 ช้อนชา ตำหรือปั่นทุกอย่างรวมกันจนละเอียด ถ้าต้องการให้มีสีเขียวเข้มสวยใส่ใบพริกลงไปตำด้วย วิธีทำ ผัดพริกแกงกับกะทิให้มีกลิ่นหอม อาจจะต้องผัดนานเล็กน้อยเพื่อทำให้เครื่องแกงสุก และไม่มีกลิ่นเหม็นเขียว จากนั้นนำเนื้อลงไปผัดให้พอสุก ใส่กะทิและน้ำซุปเล็กน้อย ตั้งจนเดือดและมีกลิ่นหอม ใส่มะเขือเปราะ และมะเขือพวง ปรุงรสด้วยน้ำปลา และน้ำตาลปี๊บ เมื่อเดือดอีกครั้งให้ใส่ใบโหระพา ตักขึ้นเสิร์ฟร้อนๆ


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire